
รัฐบาลเร่งช่วยผู้ประสบภัย! พม. ให้ 'ฟรีดอกเบี้ย 1 เดือน' ผ่าน สธค. 5 สาขา คาดช่วย 4,900 ราย ลดภาระกว่า 1.11 ล้านบาท
9 ต.ค. 2569 - ร้อยเอกหญิง ดร.ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ โดยตระหนักว่าความเสียหายจากน้ำท่วมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบ้านเรือนหรือทรัพย์สิน แต่ยังส่งผลกระทบต่อรายได้ อาชีพ และภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน โดยเฉพาะประชาชนที่มีภาระทางการเงินอยู่เดิม ซึ่งอาจต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและฟื้นฟูการประกอบอาชีพ รัฐบาลจึงมุ่งใช้กลไกของหน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเสริมสภาพคล่องให้ประชาชนสามารถตั้งหลักได้โดยเร็ว
รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ล่าสุด กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ภายใต้การดำเนินงานของนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ขับเคลื่อนมาตรการ “สธค. ช่วยภัยน้ำท่วม ฟรีดอกเบี้ย 1 เดือน” ผ่านสำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยครอบคลุมสำนักงานธนานุเคราะห์ 5 สาขา ได้แก่
1. สาขา 9 สะพานใหม่
2. สาขา 19 บางกะปิ
3. สาขา 30 ร่มเกล้า
4. สาขา 45 ปทุมธานี (เทพกุญชร)
5. สาขา 46 ลาดกระบัง
สำหรับผู้ใช้บริการที่เข้ามาส่งดอกเบี้ย ผ่อนเงินต้น หรือเพิ่มเงินต้น ณ สาขาที่เข้าร่วมมาตรการ ระหว่างวันที่ 9–31 ตุลาคม 2569 จะได้รับสิทธิยกเว้นดอกเบี้ย 1 เดือนในรอบตั๋วถัดไป ครอบคลุมทุกวงเงิน โดยกำหนด 1 คน 1 สิทธิ์ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีประชาชนได้รับประโยชน์ประมาณ 4,900 ราย คิดเป็นวงเงินที่ใช้บริการรวมกว่า 100.57 ล้านบาท และช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้ประชาชนได้ประมาณ 1.11 ล้านบาท
ร้อยเอกหญิง ดร.ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า แม้มาตรการดังกล่าวจะเป็นการยกเว้นดอกเบี้ยเพียง 1 เดือน แต่สำหรับครอบครัวที่กำลังเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วม การลดภาระค่าใช้จ่ายแม้เพียงส่วนหนึ่งก็มีความหมาย เพราะเงินที่ประหยัดได้สามารถนำไปใช้ซื้อสิ่งของจำเป็น ซ่อมแซมบ้านเรือน หรือเป็นทุนหมุนเวียนเพื่อกลับมาประกอบอาชีพอีกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและครัวเรือนที่มีข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
“น้ำท่วมอาจทำให้บ้านเสียหาย ทำให้อาชีพสะดุด และทำให้รายได้หายไป แต่สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลต้องไม่ปล่อยให้หายไปด้วย คือโอกาสของประชาชนในการกลับมาตั้งหลักอีกครั้ง การช่วยเหลือในวันนี้จึงไม่ใช่แค่การลดดอกเบี้ย แต่เป็นการลดภาระในวันที่ประชาชนกำลังลำบาก เพื่อให้เงินทุกบาทที่เหลืออยู่สามารถนำไปดูแลครอบครัวและฟื้นฟูชีวิตได้มากขึ้น” รองโฆษกรัฐบาล กล่าว
รองโฆษกรัฐบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลตระหนักดีว่า การฟื้นฟูหลังน้ำท่วมไม่ได้จบลงทันทีเมื่อน้ำลด เพราะประชาชนยังต้องเผชิญกับต้นทุนในการซ่อมแซมบ้านเรือน การฟื้นฟูอาชีพ และการกลับมาสร้างรายได้ มาตรการบรรเทาภาระทางการเงินจึงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยประคับประคองเศรษฐกิจระดับครัวเรือน ลดแรงกดดันด้านค่าใช้จ่าย และสร้างโอกาสให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
“รัฐบาลมองว่าการเยียวยาที่มีความหมาย ไม่ใช่เพียงการช่วยให้ประชาชนผ่านพ้นวันที่น้ำท่วม แต่ต้องช่วยให้ประชาชนมีแรงลุกขึ้นยืนในวันที่น้ำลดด้วย”
ทั้งนี้ รัฐบาลโดยกระทรวง พม. จะติดตามสถานการณ์และประสานการช่วยเหลือผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือที่เข้าถึงประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับโอกาสในการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครอบครัว
“เพราะทุกความเดือดร้อนของประชาชนไม่ควรถูกมองข้าม และทุกโอกาสในการฟื้นตัวมีความหมาย รัฐบาลจะเดินหน้าบรรเทาความเดือดร้อน ลดภาระ และสนับสนุนให้ประชาชนก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน” รองโฆษกรัฐบาล กล่าว