Netflix, Disney+ และ Tubi กำลังเร่งเซ็นสัญญากับครีเอเตอร์ชื่อดังจาก YouTube บางรายได้ทำรายการออริจินัลให้แพลตฟอร์มโดยเฉพาะ บางรายปล่อยคอนเทนต์พร้อมกับบน YouTube และมีเงินหลายล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นข้อเสนอ
- Netflix เปิดศึกด้วยคอนเทนต์เด็ก
- ถูกกว่าและผลิตได้เร็วกว่ารายการแบบเดิม
- YouTube สวนกลับทั้งให้ผลประโยชน์และขู่ตัดสิทธิ์
ขณะที่ YouTube ก็ไม่ยอมเสียครีเอเตอร์ไปง่ายๆ และหันมาใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็งเพื่อรั้งตัวไว้ ตามรายงานของ The Hollywood Reporter
เมื่อวันที่ 23 กันยายน YouTube รวบรวมครีเอเตอร์ชั้นนำราว 200 คนมาร่วมงาน Made on YouTube ประจำปีที่นิวยอร์ก ซึ่งเป็นเวทีเปิดตัวโครงการใหม่สำหรับครีเอเตอร์ เช่น เครื่องมือตัดต่อวิดีโอด้วย AI แต่ปีนี้ YouTube ไม่ได้เป็นแพลตฟอร์มเดียวที่ครีเอเตอร์กำลังคิดถึง
“ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ดีมากของธุรกิจครีเอเตอร์” อดัม เวสคอตต์ ซีอีโอของ Home Game Studios กล่าว โดยชี้ว่าผลงานของครีเอเตอร์เป็นที่ต้องการสูง และเมื่อสตูดิโอที่ครีเอเตอร์เป็นเจ้าของผุดขึ้นทั่วสหรัฐฯ ศึกครั้งนี้อาจเป็นตัวกำหนดอนาคตของวงการสตรีมมิ่ง
Netflix เปิดศึกด้วยคอนเทนต์เด็ก
สงครามแย่งครีเอเตอร์เริ่มจากคอนเทนต์เด็กและครอบครัว เมื่อ Netflix ต้องการเสริมรายการเด็ก จึงเซ็นสัญญานำคอนเทนต์จาก YouTube ของ CoComelon, Ms. Rachel และ Mark Rober มาฉาย ซึ่งได้ผล เพราะทั้ง 3 รายการติดกลุ่มที่มีคนดูมากที่สุดในหมวดนี้
หลังจากนั้น Netflix จึงสั่งทำรายการออริจินัลจากครีเอเตอร์กลุ่มนี้ และเริ่มติดต่อครีเอเตอร์ในหมวดอื่น ทั้งอาหารอย่าง Nick DiGiovanni รายการทอล์กอย่าง Good Mythical Morning และคอนเทนต์วัยรุ่นอย่าง Alan Chikin Chow
ริช กรีนฟิลด์ นักวิเคราะห์ของ LightShed ประเมินว่า Netflix น่าจะทุ่มเงินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.38 หมื่นล้านบาท) ให้กับรายการของครีเอเตอร์และพอดแคสต์ในช่วง 3 ปีข้างหน้า แม้จะยังเป็นสัดส่วนเล็กมากเมื่อเทียบกับงบคอนเทนต์ปีละ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.75 แสนล้านบาท)
ด้าน Disney แม้จะทำงานกับครีเอเตอร์มานาน แต่ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาก็เซ็นสัญญากับครีเอเตอร์หลายราย เช่น Dhar Mann, Dude Perfect และ Like Nastya เพื่อหาครีเอเตอร์ที่เหมาะกับครอบครัวและเข้ากับแบรนด์ Disney+
Disney ยังเพิ่งจัดงานรวมครีเอเตอร์ราว 350 คนที่โรงภาพยนตร์ El Capitan และสตูดิโอของ Disney ส่วน Tubi บริการสตรีมมิ่งของ Fox ก็เซ็นสัญญากับครีเอเตอร์หลายสิบรายแล้ว
ถูกกว่าและผลิตได้เร็วกว่ารายการแบบเดิม
แหล่งข่าวหลายรายมองว่าเหตุผลที่ค่ายสตรีมมิ่งอยากได้ครีเอเตอร์มี 3 เรื่อง คือ ผู้ชม เงิน และความเร็ว โดยค่ายใหญ่ต้องการคอนเทนต์ที่ดึงดูดผู้ชมรุ่นใหม่ที่โตมากับโลกดิจิทัล และดูคอนเทนต์ของครีเอเตอร์บน YouTube เป็นประจำ
“ผมคิดว่าในสถานการณ์ที่เหมาะสม ครีเอเตอร์ให้คุณค่ากับการได้ไปอยู่บนแพลตฟอร์มของบริษัทสื่อดั้งเดิม เพราะช่วยให้มีชื่อเสียงและเข้าถึงคนได้มากขึ้น” อัคเชย์ เมห์ตา ซีอีโอของ Lighthouse Studios กล่าว
เงินก็เป็นอีกแรงจูงใจ ครีเอเตอร์หลายรายบอกว่าต้องการเงินทุนเพื่อทำไอเดียที่มีอยู่ให้เป็นจริง ซึ่งค่ายสตรีมมิ่งช่วยได้ ทั้งการลงทุนทำรายการออริจินัล และช่วยขยายไปสู่การขายสินค้าหรือการจัดโชว์ต่อหน้าผู้ชม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของดีลระหว่าง Disney กับ Dude Perfect
ค่ายสตรีมมิ่งยังหวังว่าครีเอเตอร์จะพาผู้ชมของตัวเองมาด้วย และช่วยเติมคลังคอนเทนต์ด้วยต้นทุนที่ถูกกว่ารายการแบบเดิมมาก
ครีเอเตอร์ชื่อดังรายหนึ่งที่มีดีลกับค่ายสตรีมมิ่งเล่าว่า ตนบอกพันธมิตรว่าสามารถผลิตรายการความยาว 1 ชั่วโมงได้ด้วยต้นทุนเพียงราว 10% หรือน้อยกว่าของรายการตลก ละคร หรือเรียลลิตี้แบบดั้งเดิม และยังทำได้เร็วกว่าด้วย
“ทุกแพลตฟอร์มมีทั้งแพ็กเกจสมาชิกและแพ็กเกจที่มีโฆษณา ซึ่งแม้แต่ Netflix ก็หันมาให้ความสำคัญกับแพ็กเกจมีโฆษณามากขึ้น และมีคนยกเลิกสมาชิกจำนวนมาก ทุกคนจึงคิดว่าจะสร้างคอนเทนต์ให้เร็วพอที่จะรั้งผู้ชมไว้ได้อย่างไร” นิก พอล ประธานของ Spotter บริษัทให้บริการครีเอเตอร์ กล่าว
“อย่าง Stranger Things บน Netflix ผมต้องรอกว่า 1 ปีถึงจะได้ดูซีซันใหม่ ขณะที่ครีเอเตอร์ปล่อยผลงานได้เร็วมาก” พอลระบุ
YouTube สวนกลับทั้งให้ผลประโยชน์และขู่ตัดสิทธิ์
สิ่งที่ทำให้ครีเอเตอร์ประหลาดใจที่สุดคือการที่ YouTube ตอบโต้อย่างหนัก แม้จะเป็นแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ที่ไม่น่าเดือดร้อนหากเสียครีเอเตอร์ไปบ้าง
ในฝั่งผลประโยชน์ YouTube เพิ่มทรัพยากรด้านดีลกับแบรนด์อย่างมาก ซึ่งครีเอเตอร์บางรายมองว่าเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับทำคอนเทนต์ที่อยากทำ เพราะ YouTube ไม่ได้จ่ายเงินซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนต์แบบที่ Netflix ทำ
ส่วนไม้แข็ง ครีเอเตอร์รายหนึ่งบอกกับ The Hollywood Reporter ว่า “ตกใจ” กับท่าทีของ YouTube โดยครีเอเตอร์ที่ย้ายไปอยู่กับแพลตฟอร์มอื่นอาจเสียโอกาสขึ้นเวที Brandcast งานประจำปีที่ YouTube ใช้นำเสนอครีเอเตอร์ต่อผู้ลงโฆษณา ซึ่งนำไปสู่ดีลใหญ่ได้ และอาจไม่ได้รับการสนับสนุนในการชิงรางวัล Emmy อีกต่อไป
YouTube ยังบอกเป็นนัยว่าครีเอเตอร์เหล่านี้อาจไม่มีสิทธิ์อยู่ใน YouTube Select โปรแกรมโฆษณาสำหรับครีเอเตอร์ระดับท็อป ซึ่งทำให้หลายคนตั้งตัวไม่ทัน เพราะเดิมมองว่าโปรแกรมนี้คัดเลือกตามยอดผู้ชมและขนาดของช่องอย่างเป็นกลาง “ที่ผ่านมา YouTube ไม่เคยทำแบบนี้” เวสคอตต์กล่าว
ขณะที่แหล่งข่าวระบุว่า Netflix และ Disney ได้สัญญาว่าจะพาครีเอเตอร์ขึ้นเวทีนำเสนอต่อผู้ลงโฆษณาของตัวเองในปีหน้า และช่วยสนับสนุนการชิงรางวัล Emmy บางส่วน
ด้าน นีล โมฮาน ซีอีโอของ YouTube ยอมรับว่าแพลตฟอร์มอื่นหันมาสนใจครีเอเตอร์ YouTube เพราะครีเอเตอร์กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม “และพูดตรงๆ ผมคิดว่านั่นเป็นคำชมสำหรับครีเอเตอร์ของเรา” พร้อมยกตัวอย่าง MrBeast ที่แม้จะทำรายการ Beast Games ให้ Prime Video แต่ยังคงใช้ YouTube เป็นฐานหลัก
ริช กรีนฟิลด์ มองว่าเหตุผลที่ YouTube กังวล เป็นเพราะครีเอเตอร์ระดับท็อปราว 20-50 รายมีความสำคัญมากต่อเม็ดเงินโฆษณาจากแบรนด์ใหญ่ในแต่ละปี
“แบรนด์ส่วนใหญ่รู้จักแค่ครีเอเตอร์ชื่อดังกลุ่มเล็กๆ ถ้าแบรนด์เริ่มเห็นครีเอเตอร์เหล่านั้นไปปรากฏบน Netflix แบรนด์จะเริ่มถามหรือไม่ว่าทำไมต้องจ่ายเงินให้ YouTube ในเมื่อหาครีเอเตอร์คนเดียวกันได้ในที่อื่นที่คัดสรรมาแล้วและปลอดภัยต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์”
“ความลับของวงการนี้คือรายได้ 90% มาจากการรับงานกับแบรนด์และการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์” เวสคอตต์ระบุ
อย่างไรก็ตาม ไม่มีครีเอเตอร์รายใดบอกว่าจะทิ้ง YouTube ไปทั้งหมด แม้อาจจะทำดีลพัฒนาไอเดียใหม่กับแพลตฟอร์มอื่น โดยครีเอเตอร์ระบุว่า Instagram และ TikTok แทบไม่จ่ายเงินอะไรให้เลย
“YouTube คือสิ่งที่พวกเขารู้จัก เป็นที่ที่ผู้ชมอยู่ เป็นที่ที่พวกเขาสร้างธุรกิจ และเป็นที่ที่พวกเขาควบคุมได้โดยตรงมากที่สุด YouTube ไม่ได้สั่งว่าคุณต้องโพสต์อะไรบนช่องของคุณ ส่วนแพลตฟอร์มอื่นจะเข้ามาออกความเห็นกับรายการออริจินัลที่คุณสร้าง” เวสคอตต์กล่าว
หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 33.75 บาท ณ วันที่ 23 ตุลาคม 2569
ภาพ: Nwz / Shutterstock
อ้างอิง: