ศึกตะวันออกกลางเดือด! ดันราคาน้ำมันดิบ “เบรนท์” พุ่งทะลุ 100 เหรียญ

Published on 23 ก.ค. 2026

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ล่าสุด สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งทะลุ 92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปัจจัยหลักมาจากรายงานข่าวที่กลุ่มกบฏฮูตีได้ทำการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย

ณ เวลา 22.05 น. ตามเวลาประเทศไทย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนกันยายน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.23 ดอลลาร์ หรือคิดเป็น 6.02% แตะระดับ 92.06 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนกันยายน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.75 ดอลลาร์ หรือคิดเป็น 7.18% แตะระดับ 100.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในครั้งนี้ ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 36% ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งถือเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นรายเดือนที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสก็มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น 30% ซึ่งสร้างสถิติปรับตัวเพิ่มขึ้นรายเดือนสูงสุดเป็นอันดับ 3 ในรอบ 10 ปีเช่นเดียวกัน

สำหรับเหตุการณ์ที่กลุ่มกบฏฮูตีทำการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียจำนวน 2 ลำในทะเลแดงนั้น ถือเป็นการโจมตีครั้งแรกนับตั้งแต่กลุ่มฮูตีได้ประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย

ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social โดยเตือนว่า หากกลุ่มฮูตีทำการโจมตีเรือในช่องแคบบับเอล-มันเดบอีกครั้ง สหรัฐฯ จะทำการตอบโต้อิหร่านรวมถึงกลุ่มฮูตีอย่างหนักทางทหาร

นายทรัมป์ระบุว่า เมื่อหนึ่งปีก่อนสหรัฐฯ ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีกลุ่มฮูตีอย่างรุนแรง เพื่อตอบโต้การที่กลุ่มดังกล่าวแทรกแซงการค้าระหว่างประเทศด้วยการโจมตีเรือ ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมาตลอดช่วงที่สหรัฐฯ มีความขัดแย้งกับอิหร่าน กลุ่มฮูตีได้แสดงพฤติกรรมที่มีความรับผิดชอบอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ในขณะนี้กลุ่มฮูตีได้เริ่มก่อเหตุอีกครั้งด้วยการยิงเรือของซาอุดีอาระเบียจำนวน 2 ลำเมื่อคืนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ นายทรัมป์ยังเน้นย้ำว่า ข้อความนี้ถือเป็นการประกาศอย่างชัดเจนว่า หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก สหรัฐฯ จะถือว่าอิหร่านต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากกลุ่มฮูตีเป็นทั้งผู้ปฏิบัติการและกองกำลังตัวแทนของอิหร่าน ซึ่งจะทำให้อิหร่านรวมถึงกลุ่มฮูตีต้องเผชิญกับการตอบโต้ทางทหารครั้งใหญ่จากสหรัฐฯ โดยนายทรัมป์กล่าวทิ้งท้ายว่า รู้สึกผิดหวังต่อกลุ่มฮูตีเป็นอย่างมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ปฏิบัติตัวอย่างมืออาชีพและชาญฉลาดมาโดยตลอด

ขณะเดียวกัน อาร์บีซี แคปิตอล มาร์เก็ตส์ ประเมินว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้เข้าสู่ระยะที่อันตรายยิ่งขึ้น หลังจากเรือบรรทุกน้ำมันตกเป็นเป้าหมายการโจมตีในทะเลแดง ประกอบกับอิหร่านได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

นางเฮลิมา ครอฟต์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลกของ อาร์บีซี แคปิตอล มาร์เก็ตส์ ได้ระบุในบทวิเคราะห์ถึงลูกค้าว่า ความตึงเครียดในภูมิภาคที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก อาจเป็นปัจจัยผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุระดับ 128 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

จากสถานการณ์การยกระดับความขัดแย้งในขณะนี้ ทางบริษัทยังคงมีมุมมองว่า ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับตัวสูงกว่าระดับสูงสุดในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ 128 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2565 หรืออาจทะลุจุดสูงสุดของปี 2551 ที่ 146 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีเลวร้ายที่สุด หากความขัดแย้งลุกลามบานปลายกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบทั่วทั้งภูมิภาค

Back to top button