
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 ก.ย.69) นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ในช่วง 11 เดือนรอบปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 ถึงเดือนสิงหาคม 2569) กรมสรรพากรจัดเก็บภาษีสะสม 2.16 ล้านล้านบาท คิดเป็น 88.35% ของประมาณการทั้งปี ซึ่งสะท้อนความสำเร็จในการจัดเก็บที่สูงขึ้น 7.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยการจัดเก็บภาษีสะสมถึงเดือนสิงหาคม 2569 ที่ 2.16 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น 1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม 990,794 ล้านบาท คิดเป็น 45.83% 2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล 646,259 ล้านบาท คิดเป็น 29.89% 3. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 424,684 ล้านบาท คิดเป็น 19.64% 4. ภาษีธุรกิจเฉพาะ 58,620 ล้านบาท คิดเป็น 2.71% 5. ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม 24,012 ล้านบาท คิดเป็น 1.11% 6. อากรแสตมป์ 15,674 ล้านบาท คิดเป็น 0.72% 7. ภาษีการรับมรดก 1,437 ล้านบาท คิดเป็น 0.07% 8. รายได้อื่น ๆ 642 ล้านบาท คิดเป็น 0.03% ซึ่งภาษีเงินได้คิดเป็นประมาณ 50% และภาษีมูลค่าเพิ่มคิดเป็นประมาณ 45%
ทั้งนี้ กรมสรรพากรประเมินว่า ภาพรวมรอบปีงบประมาณ 2569 จะจัดเก็บภาษีได้มากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 2.45 ล้านล้านบาท ประมาณ 2% หรือ 40,000-50,000 ล้านบาท โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้า และภาษีเงินได้นิติบุคคลบริษัทในตลาดหลักทรัพย์กลุ่มพลังงานและการบริโภค ซึ่งถือเป็นผลดีต่อเสถียรภาพทางการคลัง
ขณะเดียวกัน กรมสรรพากรได้ดึงผู้เสียภาษีรายใหม่เข้าระบบกว่า 170,000 ราย คิดเป็นมูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ค้าออนไลน์ (E-commerce) 56,000 ราย หลังนำระบบเทคโนโลยีและ Data Analytics มาประยุกต์ใช้ ซึ่งคนยุคใหม่ไม่มีการหลบเลี่ยงภาษีแบบคนในอดีต และพุ่งเป้าไปยังบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)
นายสมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมสรรพากรพยายามดึงผู้ประกอบการ 700,000 ราย หันมาใช้ระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และพยายามสนองนโยบายรัฐในการเร่งรัดคืนภาษี ทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไปแล้วกว่า 50,000 ล้านบาท
สำหรับแผนการดำเนินงานในรอบปีงบประมาณ 2570 กรมสรรพากรตั้งเป้าหมายจัดเก็บภาษี 2.5 ล้านล้านบาท ซึ่งประมาณการนี้ไม่นับรวมการสูญเสียภาษีจากโครงการ TISA ที่กระทบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และมองว่า เศรษฐกิจไม่มีผลต่อการเก็บภาษี เพราะจัดเก็บภาษีตามจริง
นอกจากนี้ กรมสรรพากรเตรียมเดินหน้าเข้าสู่มาตรฐานภาษีระหว่างประเทศตามแนวทางของ OECD และภาษีเดินทาง (Departure Tax) อยู่ระหว่างการศึกษา หากคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ส่วนกรณีการจัดระเบียบวัดและการบริจาค ต้องรับเงินบริจาคผ่านระบบ e-Donation เท่านั้นจึงจะลดหย่อนภาษีได้ ปัจจุบันมีศาสนสถานเข้าร่วม 46,000 แห่ง ซึ่งวัดยังมีหน้าที่ตามกฎหมายภาษีอากร และจะมีการหารือกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในวันที่ 22 กันยายน 2569 เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง