“สรรพากร” โกยภาษี 11 เดือนแตะ 2.16 ล้านลบ.–ถกสำนักพุทธฯ แจงภาษี 22 ก.ย.นี้

Published on 11 ก.ย. 2026

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 ก.ย.69) นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ในช่วง 11 เดือนรอบปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 ถึงเดือนสิงหาคม 2569) กรมสรรพากรจัดเก็บภาษีสะสม 2.16 ล้านล้านบาท คิดเป็น 88.35% ของประมาณการทั้งปี ซึ่งสะท้อนความสำเร็จในการจัดเก็บที่สูงขึ้น 7.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยการจัดเก็บภาษีสะสมถึงเดือนสิงหาคม 2569 ที่ 2.16 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น 1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม 990,794 ล้านบาท คิดเป็น 45.83% 2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล 646,259 ล้านบาท คิดเป็น 29.89% 3. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 424,684 ล้านบาท คิดเป็น 19.64% 4. ภาษีธุรกิจเฉพาะ 58,620 ล้านบาท คิดเป็น 2.71% 5. ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม 24,012 ล้านบาท คิดเป็น 1.11% 6. อากรแสตมป์ 15,674 ล้านบาท คิดเป็น 0.72% 7. ภาษีการรับมรดก 1,437 ล้านบาท คิดเป็น 0.07% 8. รายได้อื่น ๆ 642 ล้านบาท คิดเป็น 0.03% ซึ่งภาษีเงินได้คิดเป็นประมาณ 50% และภาษีมูลค่าเพิ่มคิดเป็นประมาณ 45%

ทั้งนี้ กรมสรรพากรประเมินว่า ภาพรวมรอบปีงบประมาณ 2569 จะจัดเก็บภาษีได้มากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 2.45 ล้านล้านบาท ประมาณ 2% หรือ 40,000-50,000 ล้านบาท โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้า และภาษีเงินได้นิติบุคคลบริษัทในตลาดหลักทรัพย์กลุ่มพลังงานและการบริโภค ซึ่งถือเป็นผลดีต่อเสถียรภาพทางการคลัง

ขณะเดียวกัน กรมสรรพากรได้ดึงผู้เสียภาษีรายใหม่เข้าระบบกว่า 170,000 ราย คิดเป็นมูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ค้าออนไลน์ (E-commerce) 56,000 ราย หลังนำระบบเทคโนโลยีและ Data Analytics มาประยุกต์ใช้ ซึ่งคนยุคใหม่ไม่มีการหลบเลี่ยงภาษีแบบคนในอดีต และพุ่งเป้าไปยังบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)

นายสมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมสรรพากรพยายามดึงผู้ประกอบการ 700,000 ราย หันมาใช้ระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และพยายามสนองนโยบายรัฐในการเร่งรัดคืนภาษี ทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไปแล้วกว่า 50,000 ล้านบาท

สำหรับแผนการดำเนินงานในรอบปีงบประมาณ 2570 กรมสรรพากรตั้งเป้าหมายจัดเก็บภาษี 2.5 ล้านล้านบาท ซึ่งประมาณการนี้ไม่นับรวมการสูญเสียภาษีจากโครงการ TISA ที่กระทบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และมองว่า เศรษฐกิจไม่มีผลต่อการเก็บภาษี เพราะจัดเก็บภาษีตามจริง

นอกจากนี้ กรมสรรพากรเตรียมเดินหน้าเข้าสู่มาตรฐานภาษีระหว่างประเทศตามแนวทางของ OECD และภาษีเดินทาง (Departure Tax) อยู่ระหว่างการศึกษา หากคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ส่วนกรณีการจัดระเบียบวัดและการบริจาค ต้องรับเงินบริจาคผ่านระบบ e-Donation เท่านั้นจึงจะลดหย่อนภาษีได้ ปัจจุบันมีศาสนสถานเข้าร่วม 46,000 แห่ง ซึ่งวัดยังมีหน้าที่ตามกฎหมายภาษีอากร และจะมีการหารือกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในวันที่ 22 กันยายน 2569 เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง