ไทยเป็นเจ้าภาพประชุม รมต.ต่างประเทศอาเซียน-เมียนมา 12 ก.ค.นี้ ชูแนวทางค่อยเป็นค่อยไป หนุนสันติภาพ-เสถียรภาพภูมิภาค

Published on 11 ก.ค. 2026
  1. หน้าหลัก 
  2. การเมือง 
  3. ข่าวการเมือง 

ไทยเป็นเจ้าภาพประชุม รมต.ต่างประเทศอาเซียน-เมียนมา 12 ก.ค.นี้ ชูแนวทางค่อยเป็นค่อยไป หนุนสันติภาพ-เสถียรภาพภูมิภาค

เผยแพร่: 11 ก.ค. 2569 15:11   ปรับปรุง: 11 ก.ค. 2569 16:00   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ไทยเดินหน้าบทบาทเชิงรุกด้านการต่างประเทศ หลัง นายกฯ อนุทิน เยือนมาเลเซีย เตรียมเป็นเจ้าภาพประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน กับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา 12 ก.ค.นี้ พร้อมเสนอแนวทาง “Calibrated Re-engagement” เปิดช่องหารือภายใต้เงื่อนไขที่ชัดเจน ปฏิบัติตามฉันทมติ 5 ข้อ และเสริมสร้างสันติภาพ-เสถียรภาพในภูมิภาค

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งได้หารือกับนายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม ในประเด็นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการพัฒนาชายแดน รัฐบาลยังคงเดินหน้าบทบาทเชิงรุกด้านการต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ ระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน กับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา (Informal Meeting of the ASEAN Foreign Ministers and the Foreign Minister of Myanmar) ในวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร โดยมีฟิลิปปินส์เป็นประธานการประชุม

โอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน และผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียนที่เข้าร่วมการประชุม สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในการส่งเสริมความร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียนและผลักดันให้เกิดพัฒนาการในเชิงบวกในเมียนมา โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนสันติภาพและเสถียรภาพในเมียนมา

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมา เมื่อเดือนเมษายน 2569 ประเทศสมาชิกอาเซียนเห็นว่าบริบทของสถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป จึงควรพิจารณาปรับแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยประเทศไทยได้เสนอแนวทาง calibrated re-engagement หรือการกลับมามีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้เงื่อนไขที่ชัดเจน เพื่อเปิดช่องทางการหารือ สร้างความเข้าใจ และสนับสนุนการดำเนินการตามฉันทมติ 5 ข้อ (Five-Point Consensus) ที่ชาติผู้นำอาเซียนได้เห็นชอบไปเมื่อปี 2564 โดยให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรม ซึ่งประกอบด้วย

1. การยุติความรุนแรงในเมียนมาโดยทันที
2. การเจรจาที่สร้างสรรค์ระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะเริ่มต้นขึ้น เพื่อหาทางออกอย่างสันติ
3. ทูตพิเศษของประธานอาเซียนจะอำนวยความสะดวกเป็นสื่อกลางของกระบวนการเจรจาโดยความช่วยเหลือของเลขาธิการอาเซียน
4. อาเซียนให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผ่านทางศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมด้านการจัดการภัยพิบัติ
5. ทูตและคณะผู้แทนพิเศษจะเดินทางไปเยือนเมียนมาเพื่อพบปะกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

นางสาวรัชดา กล่าวว่า การประชุมอย่างไม่เป็นทางการครั้งนี้ เป็นเวทีพบหารือครั้งแรกระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน กับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา หลังรัฐประหารในเมียนมา โดยคาดว่า จะเอื้อต่อการส่งเสริมเสถียรภาพของภูมิภาคโดยรวม ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการสานต่อความร่วมมือด้านความมั่นคง การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว อันจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยและประเทศสมาชิกอาเซียนในระยะยาว

“รัฐบาลยืนยันว่าจะดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างสร้างสรรค์ ยึดหลักการและกลไกของอาเซียน ควบคู่กับการรักษาผลประโยชน์ของชาติ เพื่อสนับสนุนสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาที่ยั่งยืนของภูมิภาค” นางสาวรัชดา กล่าว