รพ.ราชวิถีสำเร็จผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 12 รักษาผู้ป่วย OSA รายแรก

Published on 22 ก.ย. 2026

รพ.ราชวิถีสำเร็จผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 12 รักษาผู้ป่วย OSA รายแรก 

วันนี้ (22 กันยายน 2569) โรงพยาบาล (รพ.) ราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประกาศความสำเร็จในการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 12 หรือ Hypoglossal Nerve Stimulation (HGNS) เพื่อรักษาผู้ป่วยภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea: OSA) สำเร็จเป็นรายแรกของ รพ.ราชวิถี และนับเป็นครั้งแรกในโรงพยาบาลสังกัด สธ. เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา

นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA) เกิดจากทางเดินหายใจส่วนต้นตีบแคบหรือยุบตัวซ้ำๆ ขณะหลับ ทำให้อากาศผ่านเข้าสู่ปอดลดลงหรือหยุดลงเป็นช่วงๆ ผู้ป่วยอาจมีอาการกรนเสียงดัง หายใจสะดุด สำลักหรือสะดุ้งตื่นกลางคืน ตื่นนอนแล้วไม่สดชื่น ปวดศีรษะตอนเช้า ง่วงนอนผิดปกติในเวลากลางวัน รวมถึงมีสมาธิและความจำลดลง

“อาการกรนจึงอาจไม่ใช่เพียงเสียงรบกวน แต่เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของโรคที่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสม การหยุดหายใจซ้ำๆ ขณะหลับทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลงรบกวนคุณภาพการนอนหลับ และเพิ่มภาระต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และเบาหวาน” นพ.สกานต์ กล่าวและว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น สามารถรักษาได้หลายวิธี โดยเลือกให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย โดยการรักษาจำเป็น ต้องพิจารณาจากระดับความรุนแรงของโรค ตำแหน่งและรูปแบบการอุดกั้น ลักษณะโครงสร้างทางเดินหายใจ โรคประจำตัว ตลอดจนความเหมาะสมและความต้องการของผู้ป่วยแต่ละราย

รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงแนวทางการรักษาว่า ประกอบด้วย การควบคุมน้ำหนักและปรับพฤติกรรมการนอน การปรับท่านอน การใช้เครื่อง CPAP การใช้อุปกรณ์ทางทันตกรรม เพื่อช่วยเลื่อนขากรรไกรล่าง ตลอดจนการผ่าตัดเพื่อแก้ไขการอุดกั้นบริเวณจมูก เพดานอ่อน ต่อมทอนซิล โคนลิ้น และโครงสร้างกระดูกใบหน้าหรือขากรรไกร เครื่อง CPAP ยังคงเป็นการรักษามาตรฐานที่มีประสิทธิภาพสูง อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายอาจไม่สามารถใช้เครื่องได้อย่างสม่ำเสมอ แม้จะได้รับการปรับชนิดหน้ากาก ระดับแรงดัน และแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสมแล้ว การรักษาด้วย HGNS จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ เมื่อผ่านการประเมินและมีข้อบ่งชี้ตามเกณฑ์

นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการ รพ.ราชวิถี กล่าวว่า Hypoglossal Nerve Stimulation เป็นการรักษาโดยฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ขนาดเล็กไว้ใต้ผิวหนังบริเวณหน้าอก และเชื่อมต่อกับขั้วกระตุ้นเส้นประสาทสมอง คู่ที่ 12 ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของลิ้น ร่วมกับระบบตรวจจับความพยายามในการหายใจของผู้ป่วย เมื่อเปิดใช้งานขณะนอนหลับ ระบบจะตรวจจับจังหวะการหายใจและส่งกระแสไฟฟ้า ระดับต่ำไปกระตุ้นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 12 อย่างสัมพันธ์กับช่วงหายใจเข้า เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อที่ช่วยให้ลิ้มเคลื่อนไปด้านหน้า และช่วยคงความโล่งของทางเดินหายใจขณะหลับ แพทย์สามารถตั้งค่าและปรับระดับการกระตุ้นให้เหมาะสมกับสรีระ การตอบสนอง และความสบายของผู้ป่วยแต่ละรายภายหลังแผลผ่าตัดหายและเปิดใช้งานระบบแล้ว ผู้ป่วยสามารถใช้รีโมตควบคุมเพื่อเปิดอุปกรณ์ก่อนนอน ปิดเมื่อตื่น หยุดการทำงานชั่วคราว และปรับระดับการกระตุ้นได้ภายในช่วงที่แพทย์กำหนด

“หลังผ่าตัด ผู้ป่วยจะได้รับการติดตามเพื่อเปิดใช้งานอุปกรณ์ ปรับระดับการกระตุ้น และประเมินผลการรักษาด้วยการตรวจการนอนหลับตามแผนของแพทย์ การรักษาด้วย HGNS เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับผู้ป่วยภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นระดับปานกลางถึงรุนแรงที่ผ่านการประเมินตามเกณฑ์ โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อจำกัดในการใช้ CPAP หรือยังควบคุมโรคได้ ไม่เพียงพอแม้ได้รับการปรับการรักษาอย่างเหมาะสมแล้ว ไม่ต้องสวมหน้ากากและไม่มีสายลมขณะนอนหลับ สามารถตั้งค่า และปรับระดับการกระตุ้นให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เป็นการผ่าตัดผ่านแผลขนาดเล็ก โดยทั่วไปมีความเจ็บปวดหลังผ่าตัด ไม่มากและใช้เวลาฟื้นตัวไม่นาน ทั้งนี้ ระยะเวลาฟื้นตัวขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละราย การรักษานี้ช่วยลดการอุดกั้นของทางเดินหายใจและจำนวนครั้งของการหยุดหายใจขณะหลับในผู้ป่วย ที่ได้รับการคัดเลือกอย่างเหมาะสม อาจช่วยลดอาการกรนและอาการง่วงนอนในเวลากลางวัน รวมถึงช่วยให้คุณภาพการนอนหลับและคุณภาพชีวิตดีขึ้น” นพ.สกานต์ กล่าว

พญ.ศศิกานต์ ภูมิคอนสาร นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ ด้านเวชกรรมสาขาโสต ศอ นาสิก กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านโสต ศอ นาสิก รพ.ราชวิถี กล่าวว่า ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านโสต ศอ นาสิก รพ.ราชวิถี มีศักยภาพในการตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วย ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นอย่างครบวงจร ตั้งแต่การซักประวัติและตรวจร่างกาย การตรวจการนอนหลับ การประเมินทางเดินหายใจด้วยการส่องกล้อง ตรวจทางเดินหายใจขณะหลับจากยานำสลบ (DISE) การรักษาด้วยเครื่อง CPAP และอุปกรณ์ทางทันตกรรม ตลอดจนการผ่าตัดรักษา ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น ในรูปแบบต่างๆ การผ่าตัดครอบคลุมทั้งการแก้ไขทางเดินหายใจบริเวณจมูก ต่อมทอนซิล เพดานอ่อน โคนลิ้น และแก้ไขโครงสร้างกระดูกใบหน้าหรือขากรรไกร รวมถึงเทคโนโลยี Hypoglossal Nerve Stimulation โดยเลือกวิธีการรักษาตามตำแหน่งและกลไกการอุดกั้นของผู้ป่วยแต่ละราย

“ผู้ป่วยจะได้รับการวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคลโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ ประกอบด้วย แพทย์เฉพาะทางโสต ศอ นาสิก ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ แพทย์อายุรศาสตร์โรคปอดและการนอนหลับ ทันตแพทย์ วิสัญญีแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ตรวจการนอนหลับ เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ด้านการเข้าถึงการรักษาแม้ Hypoglossal Nerve Stimulation จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ป่วย ที่ได้รับการคัดเลือกอย่างเหมาะสม แต่อุปกรณ์และกระบวนการรักษายังมีค่าใช้จ่ายสูง โดยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับสิทธิและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง จึงยังมีความท้าทายในการขยายการเข้าถึงบริการ รพ.ราชวิถี ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาแนวทางการรักษา ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น ให้มีความครอบคลุมและสอดคล้องกับผู้ป่วยแต่ละราย พร้อมมุ่งพัฒนาองค์ความรู้ ศักยภาพของบุคลากร และระบบบริการ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี การรักษาที่เหมาะสมสำหรับประชาชนในอนาคต” พญ.ศศิกานต์ กล่าว