ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าปรับตัวลงในวันนี้ (24 ก.ย.) ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก โดยได้รับแรงกดดันจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ
ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ปิดภาคเช้าที่ระดับ 24,704.75 จุด ลดลง 129.37 จุด หรือ -0.52%
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาอาจยืดเยื้อ หลังจากประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน ประกาศกลางที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ว่า อิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากสหรัฐฯ ซึ่งคำกล่าวของปธน.อิหร่านเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตือนว่าเขาอาจจะทำลายล้างอิหร่านให้สิ้นซาก
ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี หลังผลสำรวจโดยเอสแอนด์พี โกลบอล ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นเดือนก.ย.ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะระดับ 58.4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 5 ปี จากระดับ 56.0 ในเดือนส.ค.
การพุ่งขึ้นของดัชนี PMI เพิ่มน้ำหนักต่อการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในการประชุมเดือนหน้า โดยเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 77% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค. และให้น้ำหนักมากถึง 95% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.
นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างปธน.สี จิ้นผิง ผู้นำจีน และปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาวในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มทางการค้าระหว่างสองประเทศ โดยล่าสุด สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ เปิดเผยในวันพุธ (23 ก.ย.) ว่า สหรัฐฯ และจีนได้ตกลงที่จะขยายระยะเวลาพักรบทางการค้าออกไปอีก 2 เดือน จนถึงวันที่ 10 ม.ค. 2570 จากเดิมที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 10 พ.ย. 2569
โดย ปรียพรรณ มีสุข/รัตนา พงศ์ทวิช