13 ค่ายรถยนต์ 5 ค่ายมอเตอร์ไซค์ 7 แบรนด์น้ำมัน หนุนคนไทยใช้ E20 ลดพึ่งนำเข้า ชี้ไทยผลิตเอทานอลเหลือรองรับอีก 3-4 ล้านลิตร/วัน

Published on 31 ส.ค. 2026

13 ค่ายรถยนต์-5 ค่ายมอเตอร์ไซค์-7 ผู้ค้าน้ำมัน ผนึกดัน E20 ชี้ ไทยมีโรงงานเอทานอล 28 แห่ง กำลังผลิต 7 ล้านลิตร/วัน เหลือศักยภาพรองรับได้อีก 3-4 ล้านลิตร/วัน รัฐเร่งสร้างความเชื่อมั่น ค่ายรถย้ำ E20 ไม่กระทบเครื่องยนต์ พร้อมเตรียมแคมเปญจูงใจผู้บริโภค เสริมความมั่นคงพลังงานไทย

สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยข้อมูลว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการผลิตเอทานอลได้อย่างเพียงพอต่อการส่งเสริมการใช้น้ำมัน E20

ในขณะที่โครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ในประเทศมีรถยนต์และรถจักรยานยนต์จำนวนมากที่สามารถรองรับการใช้น้ำมัน E20 ได้แล้ว

แต่ในปัจจุบันการเลือกใช้น้ำมัน E20 ของผู้บริโภคยังคงมีปริมาณไม่มากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับศักยภาพการรองรับของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่อยู่ในระดับสูง คือ มีรถยนต์กว่า 4 ล้านคัน และรถจักรยานยนต์อีกประมาณ 80% ที่สามารถใช้น้ำมัน E20 ได้

โดยปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน E20 ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 5.88 ล้านลิตรต่อวัน หรือคิดเป็นร้อยละ 18 ของปริมาณการใช้น้ำมันในกลุ่มเบนซิน ซึ่งจากการสำรวจพบว่า มีสาเหตุมาจากประชาชนส่วนหนึ่งยังไม่ทราบข้อมูลว่ารถยนต์ของตนเองสามารถเติมน้ำมัน E20 ได้หรือไม่ และยังมีผู้บริโภคอีกบางส่วนที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าน้ำมัน E20 อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของเครื่องยนต์

ทำให้อัตราเร่งไม่ดีเท่าที่ควร หรือมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่มากกว่าปกติ ด้วยเหตุนี้ การเร่งสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องและปลดล็อกทุกข้อกังวลของประชาชน

จึงถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมมือกันดำเนินการ เพื่อให้การเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย และส่งผลดีต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ กรมธุรกิจพลังงาน ได้ขอความอนุเคราะห์ข้อมูลรุ่นรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่รองรับการใช้น้ำมัน E20 จากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมถึงค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อนำไปเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของกรมธุรกิจพลังงาน

สำหรับให้ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบรุ่นรถของตนเองได้อย่างสะดวกรวดเร็ว พร้อมกันนี้ ค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ยังร่วมยืนยันผลการทดสอบว่าน้ำมัน E20 สามารถใช้งานได้จริงโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใด ๆ ต่อเครื่องยนต์ในรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกรุ่นที่รองรับ

สำหรับในส่วนของการดูแลคุณภาพน้ำมันให้ได้มาตรฐานนั้น กรมธุรกิจพลังงานได้มีการกำกับดูแลอย่างเข้มข้นตั้งแต่โรงกลั่นน้ำมันไปจนถึงสถานีบริการน้ำมัน ผู้บริโภคจึงสามารถมั่นใจคุณภาพของน้ำมันได้อย่างแน่นอน และในส่วนของความพร้อมในการผลิตเอทานอลเพื่อนำมาผลิตน้ำมัน E20

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานได้ร่วมยืนยันว่าศักยภาพการผลิตเอทานอลเพียงพอต่อความต้องการใช้ในภาคพลังงานสำหรับผลิตเป็นน้ำมัน E20

ขณะที่ทางฝั่งผู้ค้าน้ำมันพร้อมใจกันยืนยันเรื่องความพร้อมในการกระจายน้ำมัน E20 ให้มีจำหน่ายอย่างทั่วถึงในสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ตลอดจนจะมีการเตรียมออกแคมเปญสิทธิประโยชน์และโปรโมชันส่วนลดพิเศษ เพื่อจูงใจและคืนกำไรให้แก่ประชาชนที่หันมาเติมน้ำมัน E20 อีกด้วย นายสราวุธฯ กล่าว

อดิศักดิ์ ชูสุข รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่าปัจจุบัน ประเทศไทยมีโรงงานผลิตเอทานอลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง 28 แห่ง

มีกำลังการผลิตรวมประมาณ 7 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่มีการใช้จริงประมาณ 3-4 ล้านลิตรต่อวัน หรือคิดเป็น 50-60% ของกำลังการผลิต สะท้อนว่าไทยยังมีศักยภาพในการรองรับความต้องการใช้เอทานอลในภาคเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นได้อีกประมาณ 3-4 ล้านลิตรต่อวัน

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมในการบริหารจัดการและติดตามสถานการณ์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ปริมาณวัตถุดิบ การผลิต การสำรอง และการจัดส่งเอทานอล เพื่อรองรับความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นอย่างเพียงพอ และได้ย้ำว่าทุกลิตรของเอทานอลที่ผลิตและใช้ภายในประเทศ คือการนำทรัพยากรของประเทศไทยมาสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศไทย

สราวุธฯ ย้ำว่า การร่วมมือร่วมใจสนับสนุนและเลือกใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตขึ้นภายในประเทศในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะสร้างประโยชน์โดยตรงให้แก่ผู้บริโภคในด้านความคุ้มค่าและประหยัดค่าใช้จ่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมของประเทศไทย ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตทางการเกษตร และสนับสนุนเสถียรภาพของราคาพืชผลของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

ดังนั้น จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนผู้ใช้รถหันมาเลือกใช้น้ำมัน E20 เพื่อผสานพลังในการนำพาประเทศไทยก้าวผ่านวิกฤตการณ์พลังงานโลกครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน

สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ประกอบด้วยพันธมิตรค่ายรถยนต์ชั้นนำ 13 แบรนด์ ได้แก่ โตโยต้า ฮอนด้า มาสด้า มิตซูบิชิ ซูซูกิ บีเอ็มดับเบิลยู เมอร์เซเดส-เบนซ์ วอลโว่ บีวายดี ดีพอล ฟอร์ด เกรท วอลล์ มอเตอร์ และจีลี่ ร่วมด้วยค่ายรถจักรยานยนต์ 5 แบรนด์ ได้แก่ ยามาฮ่า ฮอนด้า ซูซูกิ คาวาซากิ และโรยัล เอ็นฟีลด์

พร้อมด้วยผู้ค้าน้ำมันชั้นนำอีก 7 แบรนด์ ได้แก่ พีทีที สเตชั่น บางจาก พีที เซลล์ คาลเท็กซ์ ซัสโก้ และไซโนเปคซัสโก้

สุชาติ ระมาศ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า พีทีที สเตชั่น พร้อมร่วมสนับสนุนนโยบายด้านพลังงานของประเทศ โดยส่งเสริมให้ผู้บริโภคเลือกใช้ Gasohol E20 ซึ่งเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีเอทานอลเป็นส่วนผสม ช่วยเพิ่มการใช้พลังงานและวัตถุดิบที่สามารถผลิตได้ภายในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ

ขณะเดียวกันยังมีส่วนช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร และสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว

พีทีที สเตชั่น มีจำหน่าย Gasohol E20 กว่า 2,300 สถานีทั่วประเทศ สนับสนุนให้ผู้ใช้รถยนต์ ที่รองรับ E20 หันมาเลือกใช้น้ำมัน Gasohol E20 มากขึ้น ควบคู่กับการมอบสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มความคุ้มค่าและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง พีทีที สเตชั่น พร้อมมอบสิทธิพิเศษหลายรายการ