จับตา 14 กันยาฯ
สั่งฟ้อง-ไม่ฟ้อง 229 ส.ว.
ภาคประชาชนหยั่งเสียง เห็นชอบหรือไม่?
นับถอยหลังอีกไม่กี่อึดใจ คนไทยทั้งประเทศจะได้รับรู้พร้อมกันว่า สุดท้ายแล้วจะมีการสั่งฟ้อง หรือไม่สั่งฟ้องสมาชิกวุฒิสภาตามที่มีการเรียกร้องโดยภาคประชาชนหรือไม่ หลังทั้งปูด ทั้งเปิด ทั้งโชว์หลักฐานมากมายมหาศาล
ล่าสุด ภาคประชาชน ได้แก่ House of Commons-BookCafe & Space และ Chakravan Universe จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ถือกล่องเดินเท้าแสดงพลัง และ ‘หยั่งเสียงประชามติ’ ในประเด็นคำถามที่ว่า ‘ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีการ #สั่งฟ้องส.ว.ทั้ง 229 คนหรือไม่’ เพื่อส่งเสียงถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ทั้ง 7 ให้ดำเนินการสั่งฟ้อง ส.ว. 229 ราย ซึ่งตามไทม์ไลน์มีกำหนดประชุมเพื่อลงมติในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้
ขบวนนัดหมายที่ MRT ลาดพร้าว ก่อนทอดน่องไปตามท้องถนน โดยสารระบบขนส่งสาธารณะ ชวนผู้คนที่สัญจรไปมาระหว่างทาง 2.29 กิโลเมตร ให้แปะสติ๊กเกอร์ เลือกช่อง ‘เห็นชอบ’ หรือ ‘ไม่เห็นชอบ’ หรือ ‘ไม่แสดงความคิดเห็น’
เติมแรงด้วยการหม่ำพิซซ่าซาวโดวจ์ ราคา 229 บาท วัตถุดิบคัดสรรจากคนตัวเล็ก ไม่ช้อปทุนใหญ่
เรียกได้ว่าเป็นกิจกรรมเล็กๆ ของคนกลุ่มเล็กๆ ที่เป้าหมายไม่เล็ก
วันดียวกันนั้น ปรากฏข่าว อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หัวเราะ ไม่เชื่อว่าปมฮั้ว ส.ว. จะสะเทือนรัฐบาลภูมิใจไทย ยืนยันไม่เกี่ยว ไม่เอี่ยว ไม่มี ไม่รู้ ไม่ใช่
ย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของประเด็นสำคัญนี้ เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงที่ พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีการยื่นคำร้องการตรวจสอบฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ กกต.ให้ตรวจสอบการเลือก ส.ว.ทั้ง 200 คน หลังจาก พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในขณะนั้น และภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะกำกับดูแลคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ในตอนนั้นได้รับเรื่องที่กลุ่ม ส.ว.สำรองยื่นร้อง ภายหลังมีการเลือกระดับประเทศเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 พบข้อมูล หลักฐาน และพฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลเข้าข่ายกระทำความผิด ทำให้การเลือก ส.ว.ไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ตามมาตรา 77 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 โดย กกต.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง ชุดที่ 26 ซึ่งมีตัวแทนจากดีเอสไอร่วมเป็นคณะกรรมการสืบสวนฯด้วย
จากการตรวจสอบพยานหลักฐาน พบว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 229 คน แบ่งเป็น ส.ว. 138 คน และบุคคลอื่นๆ ที่รวมถึงผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวม 91 คน พร้อมกับเสนอความเห็นต่อ กกต.ให้แจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 229 คน


ด้าน กกต.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 ขึ้นมากลั่นกรอง ก่อนส่งสำนวนให้ กกต.ชุดใหญ่ 7 คนชี้ขาด แม้จะมีข้อครหาบุคคลที่คัดเลือกเข้ามาเป็นคณะอนุกรรมการทั้ง 7 คน ว่ามีความใกล้ชิดกับฝ่ายการเมือง โดยคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง เห็นตรงข้ามกับข้อเสนอของคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ไม่มีมูลความผิด และเสนอให้ยกคำร้อง ซึ่ง กกต.ได้นัดลงมติชี้ขาดคำร้องฮั้วเลือก ส.ว.ในวันที่ 14 กันยายนนี้
ตัดภาพมายังถ้อยแถลงของ พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชนชน ที่อาคารอนาคตใหม่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน วันเดียวกับกิจกรรมหยั่งเสียงประชามติของภาคประชาชน ซึ่งกล่าวถึงข้อพิรุธของคณะอนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 จำนวน 4 ข้อ กล่าวโดยสรุปคือเรื่องของที่มาที่ขาดคำอธิบายที่ชัดเจนเพียงพอว่าเหตุใดจึงตั้งขึ้นมา รวมถึงกระบวนการทำงาน ซึ่งเท่าที่เห็นยังไม่เห็นความละเอียดรอบคอบเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับคณะชุดที่ 26 นอกจากนี้การวินิจฉัยในบางประการที่จะไปสอดรับโดยบังเอิญกับธงทางการเมือง เช่น การปกป้องนักการเมือง การพยายามปฏิบัติตนเป็นศาลเสียเอง หรือการปฏิเสธความเป็นขบวนการของผู้ถูกกล่าวหาในครั้งนี้ และสุดท้ายคือผลลัพธ์ของชุดที่ 36 ที่บอกว่าไม่มีใครมีความผิดแม้แต่คนเดียว ดูจะค้านกับหลักฐานที่ปรากฏต่อสาธารณะ

ทั้งนี้ การตรวจสอบฮั้วเลือก ส.ว.มีความเข้มข้นมาตั้งแต่ในยุคที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล โดยมีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ร่วมเป็นรัฐบาลด้วย มีความดุเดือดถึงขั้นกลุ่ม ส.ว.ยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ “ภูมิธรรม เวชยชัย” และ “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” ว่าเข้าข่ายใช้อำนาจหน้าที่แทรกแซงการตรวจสอบกรณีฮั้วเลือก ส.ว.หรือไม่ แม้ท้ายที่สุดศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่าทั้งสองคนไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่แทรกแซง กคพ. ในการตรวจสอบฮั้วเลือก ส.ว.
ครั้นพรรคภูมิใจไทยกลับมาเป็นแกนนำรัฐบาล โดยมีเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล บทบาทการตรวจสอบคดีฮั้วเลือก ส.ว. กลับมามีความเข้มข้นเดินหน้าตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต.อีกครั้ง ภายใต้บทบาทการตรวจสอบของแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน อย่างพรรคประชาชน
และมูฟสำคัญยิ่งคือการเดินหน้าเปิดหลักฐานแบบรัวๆ แบบฉ่ำๆ แบบจัดใหญ่ โดยทีมของ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) แกรนด์โอเพนนิ่งหลักฐานเชื่อมโยงขบวนการฮั้วเลือก ส.ว. ทั้งเส้นทางเงิน ข้อมูลโทรศัพท์ สถานที่จัดทำโพย รายชื่อเชื่อมโยงกลุ่มบุคคลต่างๆ


ขณะที่เวทีของพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภา นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ฉายภาพ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ คู่ขนานไปกับการเปิดข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียโดย สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. พร้อมๆ กับที่รัฐบาลตั้งแต่นายกรัฐมนตรี จนถึง ส.ส. ลุยแจ้งความเอาผิดผู้เปิดข้อมูล ปักหมุดหลากจังหวัดให้ต้องไปเช็กอินสถานีตำรวจภูธรต่างๆ
ศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย ย้ำว่า รัฐบาลพร้อมรับการตรวจสอบฮั้วเลือก ส.ว. ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่การทำหน้าที่ตรวจสอบของฝ่ายค้านและไอลอว์ไม่ควรชี้นำและกดดันการทำหน้าที่ของ กกต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อการพิจารณาคดีฮั้วเลือก ส.ว. ตามหลักฐาน ข้อเท็จจริงในสำนวน



ก่อนการลงมติผ่านคำวินิจฉัยคำร้องฮั้วเลือก ส.ว.ของ กกต. ซึ่งมีสโลแกน (ที่เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีกมาหลายครั้ง) ล่าสุดว่า ‘สุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม’ ภาคประชาชนประกาศจัดกิจกรรมอีกรอบ เป็นรอบสุดท้าย โดย ‘ยิ่งชีพ ไอลอว์’ ชวนประชาชนที่ทนไม่ได้กับที่มาของ ส.ว.ชุดปัจจุบัน ออกจากบ้านมาเช็กอิน ณ ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แยกปทุมวัน อาทิตย์ที่ 13 กันยายน 16.00-18.00 น. ก่อนวันรุ่งขึ้น กกต.นัดลงมติและแจ้งผลคำสั่ง
ย้ำมาแป๊บเดียว ถ่ายรูปตอนยังมีแสงแล้วรีบแยกย้าย จะได้ไม่กลัวฝน ไม่เน้นการปักหลักยืดเยื้อเพื่อต่อรองอำนาจ
“เพราะเราไม่ได้จะต่อรองอะไร เราอยากแค่เห็นคนมาที่อึดอัดมาด้วยกันสองปีกว่า มีพื้นที่แสดงออก และอยากให้เห็นว่ามีคนจำนวนมากแค่ไหนที่อึดอัด ทนไม่ได้กับที่มา ส.ว.สีน้ำเงินชุดนี้” ยิ่งชีพระบุ
นับเป็นอีกวาระแห่งชาติ แห่งประชาธิปไตย แห่งประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัยที่สังคมไทยต้องจับตา
ทีมข่าวเฉพาะกิจ – เรื่อง
สมจิตร์ ใจชื่น – ภาพ