ตลาดเครื่องซักผ้า 16,000 ล้านบาท แบรนด์ผู้นำรุก ‘ฝาหน้า-อบจบในตัว’ รับเทรนด์กลุ่มพรีเมียมขายดี - Marketeer Online

Published on 13 ส.ค. 2026

ตลาดเครื่องซักผ้าในไทย มูลค่า 16,000 ล้านบาท กลุ่มแมสถังเดี่ยวและสองถังเริ่มทรงตัว แบรนด์มุ่งลุยกลุ่มพรีเมียมฝาหน้าและเครื่องซักอบจบในตัว ตอบโจทย์ผู้บริโภคต้องการความสะดวกสบาย พร้อมแตกไลน์บุกตลาดเครื่องซักผ้าสำหรับร้านสะดวกซักเพื่อสร้างการเติบโตใหม่ 

ตลาดเครื่องซักผ้า 16,000 ล้านบาท

แบรนด์ผู้นำรุก ‘ฝาหน้า-อบจบในตัว’ รับเทรนด์กลุ่มพรีเมียมขายดี

ปี พ.ศ. มูลค่าตลาดเครื่องซักผ้าในไทย / ล้านบาท
2564 14,500
2565 15,700
2566 14,107
2567 14,700
2568 16,000
2569 (คาดการณ์) 16,800
อัตราครัวเรือนไทยเข้าถึงเครื่องซักผ้า 69%
สัดส่วนมูลค่าตลาด ปี 2568 แบ่งตามประเภทเครื่องซักผ้า: เครื่องซักผ้าถังเดี่ยว (ฝาบน) 38%, เครื่องซักผ้าฝาหน้า (กลุ่มพรีเมียม) 35%, เครื่องซักผ้าแบบ 2 ถัง 27%   
ที่มา: แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) / สิงหาคม 2569 

การเติบโตของ ตลาดเครื่องซักผ้า ส่วนหนึ่งมาจากคนไทยมีความต้องการเทคโนโลยีที่ช่วยลดภาระงานบ้านมากขึ้น โดยอัตราครัวเรือนไทยเข้าถึงเครื่องซักผ้าอยู่ที่ 69%

อย่างไรก็ตาม หากมองย้อนกลับไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะพบว่าตลาดเครื่องซักผ้าไทยยังเผชิญกับการปรับตัวลดลงในปี 2566 จาก 15,700 ล้านบาท เหลือ 14,107 ล้านบาท 

ซึ่งเป็นผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ค่าไฟแพง และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจแฟรนไชส์ร้านสะดวกซักที่เข้ามาดิสรัปต์ตลาด จนผู้บริโภคระดับกลางถึงล่างเริ่มชะลอการซื้อเครื่องใหม่เข้าบ้าน

ปัจจุบัน ตลาดเครื่องซักผ้าก็ยังเติบโตบนการแข่งขันที่รุนแรง โดยจะพบว่ากลุ่มเครื่องซักผ้าแบบ 2 ถัง ซึ่งเคยครองสัดส่วนสูงสุดถึง 40% ในอดีต ปัจจุบันความนิยมตกลงมาอยู่อันดับสุดท้ายที่ 27% ขณะที่เครื่องซักผ้าถังเดี่ยวฝาบนยังคงครองส่วนแบ่งสูงสุดที่ 38%

ทั้งนี้ ถึงแม้ตลาดเครื่องซักผ้าแบบ 2 ถังและถังเดี่ยวฝาบน เป็นกลุ่มที่เน้นตลาดระดับแมสและต่างจังหวัด ซึ่งอาจไม่ได้มีมาร์จิ้นหรือมูลค่าต่อเครื่องสูงเท่ากลุ่มนวัตกรรมใหม่ แต่ก็ยังเป็นกลุ่มที่แบรนด์ต้องมา เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าระดับแมส และรักษาฐานส่วนแบ่งทางการตลาด

แต่ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จะพบว่าแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าเริ่มหันมาเน้นพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ และทำตลาดในกลุ่มพรีเมียมฝาหน้าและเครื่องซักอบจบในตัวกันมากขึ้นชัดเจน 

เนื่องจากมีมาร์จิ้นที่สูงกว่ากลุ่มแมส และการขยายตัวของตลาดนี้ที่กำลังเติบโตระดับเลขสองหลัก เมื่อเทียบกับกลุ่มแมสที่เติบโตทรงตัว โดยปัจจุบันกลุ่มพรีเมียมฝาหน้ามีสัดส่วนขยายตัวเบียดขึ้นมาถึง 35% แล้ว

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดเครื่องซักผ้ากลุ่มพรีเมียม ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคสูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากเทรนด์การอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรือพื้นที่จำกัด รวมถึงความต้องการเครื่องซักผ้าที่มีระบบ AI และขนาดความจุที่ใหญ่ขึ้น เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคที่ต้องการประหยัดเวลา และยังได้รับกระแสตอบรับที่ดีในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นยอดขายตลาดเครื่องซักผ้าอย่างชัดเจนคือช่วงฤดูฝน โดยพบว่าความต้องการซื้อเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าในช่วงหน้าฝนมีแนวโน้มขยายตัวและมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 10% จากช่วงเวลาปกติ ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ปัญหาความยุ่งยากในการซักและตากผ้าในช่วงที่สภาพอากาศไม่อำนวย

เกมการตลาดในตลาดเครื่องซักผ้าพรีเมียมและเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยหลังจากนี้ จึงจะพบการวางตำแหน่งชัดเจนในการเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกำลังซื้อหลักของตลาด ดังที่ได้เห็นผ่านกลยุทธ์ อาทิ การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI), โมเดลสมัครสมาชิก (Subscription) ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา

อย่าง ‘แอลจี’ (LG) ผู้นำในตลาดเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าไทย ตลอดช่วงครึ่งปีแรก 2569 ที่ผ่านมา ก็ใช้วิธีการสื่อสารการตลาดที่เน้นความแตกต่างและแนวคิดบ้านปลอดภาระงานบ้านสำหรับผู้บริโภค

ตลอดจนการเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอกลุ่มเครื่องซักผ้าพรีเมียมและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยี AI อย่างการเปิดตัวเครื่องซักผ้า LG WashTower ขนาดใหญ่พิเศษ 25 กิโลกรัม หรือเครื่องลดความชื้นอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์การใช้งานช่วงหน้าฝนด้วยฟังก์ชันช่วยตากผ้าในร่มและเป่ารองเท้าเปียก จนมียอดขายเติบโตอย่างสูง

หรือ ‘แอลจี ซับสคริปชัน’ (LG Subscription) ซึ่งเมื่อช่วงที่ผ่านมา ก็ได้เปิดตัวพอร์ตโฟลิโอกลุ่มตลาดเช่าใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าพรีเมียมรายเดือน โดยวางตำแหน่งราคาให้เข้าถึงง่าย ช่วยลดอุปสรรคทางการเงิน และตั้งเป้าเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ผ่านกลยุทธ์การตลาดที่ส่งเสริมความมั่นใจด้วยบริการดูแลรักษาและรับประกันฟรีตลอดสัญญา ส่งผลให้โมเดลนี้เติบโตเกิน 2 เท่าตัว โดยมีเครื่องซักผ้าเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่ง

นอกจากนี้ แอลจียังเตรียมแผนรุกตลาดกลุ่มเครื่องซัก-อบผ้าเชิงพาณิชย์สำหรับผู้ประกอบการร้านสะดวกซักอย่างเต็มรูปแบบในช่วงปลายปี 2569 

เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการซักผ้านวมหรืออบแห้งซึ่งเครื่องซักผ้าที่บ้านไม่สามารถตอบโจทย์ได้ ถือเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ธุรกิจร้านสะดวกซักเติบโต

โดยการขยายฐานเข้าสู่ธุรกิจร้านสะดวกซัก จึงกลายเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่จะช่วยสร้างการเติบโตใหม่ในพอร์ตโฟลิโอเครื่องซักผ้าของแบรนด์