แม่โจ้ ยูไนเต็ด ควง เชียงใหม่ เอฟซี คว้าสิทธิ์เป็นตัวแทน โค้กคัพ ยู17 ภาคเหนือ

Published on 18 ก.ค. 2026

ศึกฟุตบอลถ้วยเยาวชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โค้กคัพ ยู17 ไทยแลนด์ ฟุตบอล แชมเปี้ยนชิพ 2026 “Coke Cup U17 Thailand Football Championship 2026” รอบภูมิภาค โซนภาคเหนือ ซึ่งถือเป็นภาคที่ห้าของประเทศไทย เดินหน้าแข่งขันอย่างต่อเนื่องในวันที่ 5 ซึ่งเป็นวันตัดสินว่าใครจะเป็น ตัวแทนสองทีมจากภาคเหนือ ภายใต้การจับมือกันระหว่าง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย อันประกอบด้วย บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)

การแข่งขันฟุตบอล โค้กคัพ ยู17 โซนภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ แข่งขันกันในวันที่ 5 ในรอบรองชนะเลิศ โดยแม่โจ้ ที่โดนหล่มสัก ตามตีเสมอในเวลา ยังมีฮึดชนะในการดวลจุดโทษ ส่วนอีกคู่ เป็นเชียงใหม่ เอฟซี ที่เอาชนะจุดโทษ ลำพูนวอริเออร์ หลังจากที่เสมอในเวลามา โดยผลการแข่งขันฟุตบอล โค้กคัพ ยู17 รอบรองชนะเลิศ ทุกคู่ทุกสนาม ประจำวันที่ 18 กรกฎาคม มีดังนี้  

วันที่ 18 กรกฎาคม ที่สนามกีฬาสมโภช 700 ปี

คู่ที่ 1 แม่โจ้ ยูไนเต็ด 2-2 หล่มสัก เอฟซี (แม่โจ้ ยูไนเต็ด ชนะจุดโทษ 4-2)

ผู้ทำประตู : นิติพงษ์ นำแผง 30′, สิริวัฒน์ หน่อคำ (2-0) | พีรวิชญ์ เหลืองคำ 87′, ธนวิน แสนวงษ์ 90+4′

คู่ที่ 2 ลำพูนวอริเออร์ 1-1 เชียงใหม่ เอฟซี (เชียงใหม่ เอฟซี ชนะจุดโทษ 4-3)

ผู้ทำประตู : ณภัทร บุญนัก 65′ | ศิริภากร คำหล้า 69′

ทำให้ ทั้ง แม่โจ้ ยูไนเต็ด และ ลำพูน วอริเออร์ เป็น 2 ตัวแทน จากภาคเหนือ ที่จะได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบชิงแชมป์ประเทศ (12 ทีมสุดท้าย) และหา 4 ทีมสุดท้าย เข้าชิงชนะเลิศแห่งชาติ ที่สนามศุภชลาศัย กรุงเทพฯ วันที่ 22 – 23 สิงหาคม ต่อไป 

สำหรับ โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอล โค้กคัพ ยู17 รอบชิงชนะเลิศ ประจำวันที่ 19 กรกฎาคม มีดังนี้   

วันที่ 19 กรกฎาคม ที่สนามกีฬาสมโภช 700 ปี

แม่โจ้ ยูไนเต็ด vs เชียงใหม่ เอฟซี (เวลา 14.00 น.)  

การแข่งขันในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีแสดงฝีเท้าระดับภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเฟ้นหา และพัฒนานักเตะดาวรุ่งที่มีศักยภาพเข้าสู่ ทีมชาติไทย ยู17 ผ่านโมเดล T-MASC อย่างเป็นระบบ โดยรวบรวมนักเตะเยาวชนอายุไม่เกิน 17 ปี จาก 32 ทีมทั่วภูมิภาค ที่พร้อมลงสนามแข่งขันอย่างเต็มที่ เพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 1.5 ล้านบาท ในรอบชิงชนะเลิศต่อไป และโอกาสก้าวสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพและเวทีฟุตบอลระดับโลกในอนาคต