ศาลอนุญาต 'วัชระ' ขยายเวลายื่นฎีกา ฟ้อง 2 อดีตบิ๊กสภาฯ คดีแจ้งเท็จสร้างรัฐสภา ถึง 16 ต.ค.นี้

Published on 17 ก.ย. 2026

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำสั่งอนุญาตให้นายวัชระ เพชรทอง ขยายระยะเวลายื่นฎีกาคดีฟ้องนายสรศักดิ์ เพียรเวช และนายชัชวาล อภิบาลศรี ออกไปจนถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2569 หลังโจทก์ระบุเหตุผลว่าสำนวนพยานเอกสารและประเด็นข้อกฎหมายมีความซับซ้อน จำเป็นต้องใช้เวลาเรียบเรียงให้รัดกุมก่อนยื่นต่อศาลฎีกา

17 กันยายน 2569 - เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำที่ อท22-23/2563 และคดีหมายเลขแดงที่ อท33-34/2563 ยื่นฟ้องนายสรศักดิ์ เพียรเวช อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นจำเลยที่ 1 และนายชัชวาล อภิบาลศรี อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และประธานคณะกรรมการเร่งรัดและติดตามโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เป็นจำเลยที่ 2 

โดยนายวัชระได้ยื่นคำร้องฉบับที่ 1 ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อขออนุญาตขยายระยะเวลายื่นฎีกา สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษ (แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ) ได้มีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ยกฟ้อง โดยพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 ลงโทษจำคุกคนละ 6 เดือน ปรับคนละ 10,000 บาท และให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี

ในคำร้องขอขยายเวลา โจทก์ให้เหตุผลว่าทนายความอยู่ระหว่างเขียนร่างคำฎีกาแต่ยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากสำนวนคดีมีรายละเอียดและเอกสารจำนวนมาก โดยมีความเชื่อมโยงกับเอกสารหมาย จ. และเอกสารหมาย ล. หลายฉบับ รวมทั้งต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับคำเบิกความของพยานโจทก์และพยานจำเลยในประเด็นต่างๆ ให้ชัดเจน

นอกจากนี้ คดีนี้มีประเด็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแตกต่างกัน โจทก์จึงต้องบรรยายร่างฎีกาให้ปรากฏชัดเจน เพื่อให้ศาลฎีกาพิจารณาเห็นว่าเป็นประเด็นสำคัญอันควรขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกา ทำให้โจทก์ไม่สามารถยื่นฎีกาได้ทันภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย จึงยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาออกไปอีก 30 วัน

ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้พิจารณาคำร้องและมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายเวลายื่นฎีกาในคดีดังกล่าวออกไปได้จนถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2569