เคสหายาก! สาวมีลูกยาก 2 ปี ประจำเดือนไหลไม่หยุด ตรวจเจอ "เนื้องอก" อัดแน่น 197 ก้อน

Published on 18 ก.ย. 2026

เคสหายาก! หญิงจีนวัย 33 ปี พยายามมีลูก 2 ปีไม่ติด-ประจำเดือนไหลไม่หยุด ตรวจเจอ "เนื้องอกมดลูก" อัดแน่น 197 ก้อน

กลายเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยสุขภาพหญิงวัยเจริญพันธุ์ หลังสื่อต่างประเทศรายงานเคสสุดตกตะลึงของหญิงชาวจีนวัย 33 ปี ที่พยายามมีลูกมานานกว่า 2 ปีแต่ไม่สำเร็จ แถมยังมีอาการประจำเดือนออกมามากผิดปกติจนเกิดภาวะโลหิตจ้างขั้นรุนแรง เมื่อไปพบแพทย์กลับต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบเนื้องอกมดลูกอัดแน่นเต็มท้องถึง 197 ก้อน!

สื่อต่างประเทศรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน หญิงสาวนามสมมุติ "เสี่ยวเม่ย" อายุ 33 ปี แต่งงานและพยายามเตรียมตัวมีบุตรมานานกว่า 2 ปีแต่กลับไม่มีสัญญาณข่าวดีเสียที อีกทั้งทุกครั้งที่มีประจำเดือน เลือดจะไหลออกมาเยอะมากผิดปกติจนส่งผลให้เธอเกิดภาวะโลหิตจ้างขั้นรุนแรง ในที่สุดเธอจึงตัดสินใจเดินทางไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล

เมื่อแพทย์ทำการตรวจเช็กอย่างละเอียดก็ต้องตกตะลึง เพราะมดลูกของเธอถูกเนื้องอกดันจนบิดเบี้ยวและเปลี่ยนรูปอย่างรุนแรง ภายในมดลูกเต็มไปด้วยเนื้องอกขนาดเล็กใหญ่กระจายอยู่ทั่ว แพทย์จึงวินิจฉัยว่าเป็น "โรคเนื้องอกมดลูกชนิดหลายก้อน" (Multiple Uterine Fibroids) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เลือดประจำเดือนออกมากและกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เธอมีลูกยาก

ทีมแพทย์ได้ทำการผ่าตัดเลาะเนื้องอกออกทีละก้อนอย่างระมัดระวัง จนสามารถนำเนื้องอกมดลูกออกมาได้รวมกันมากถึง 197 ก้อน ซึ่งนับเป็นสถิติที่หาได้ยากยิ่งในทางปฏิบัติการแพทย์ หลังการผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดี ร่างกายของเสี่ยวเม่ยฟื้นตัวได้เป็นอย่างดี และระบบประจำเดือนก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้งภายในเวลาประมาณ 3 เดือน


ใครบ้างที่เสี่ยง? แพทย์ชี้ปัจจัยก้อนเนื้องอกมดลูก

สูตินรีแพทย์อธิบายว่า เนื้องอกมดลูกเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง (ไม่ใช่มะเร็ง) ที่พบได้บ่อยในผู้หญิง โดยการเจริญเติบโตของเนื้องอกมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการหลั่งฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ในร่างกาย จากสถิติทางคลินิกพบกลุ่มเสี่ยงดังนี้:

  • ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ช่วงอายุ 30-50 ปี
  • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นเนื้องอกมดลูก
  • ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน
  • ผู้หญิงที่ยังไม่เคยมีบุตร
  • ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ความเครียดสะสมเป็นเวลานาน, ชอบนอนดึกพักผ่อนน้อย, นั่งนานไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย
  • ผู้ที่รับประทานอาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนเอสโตรเจนโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ ซึ่งอาจทำให้ต่อมไร้ท่อและระบบเมตาบอลิซึมเสียสมดุล

อาการแบบไหนที่ควรรีบไปพบแพทย์?

อาการระยะแรกและสัญญาณเตือน

ผู้ป่วยเนื้องอกมดลูกส่วนใหญ่มักไม่มีอาการแสดงชัดเจนในระยะแรก และมักตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพประจำปี แต่หากเนื้องอกมีขนาดใหญ่ขึ้นหรืออยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม จะเริ่มแสดงสัญญาณเตือนดังนี้:

  • ประจำเดือนผิดปกติ: เลือดประจำเดือนออกมากเกินไป หรือระยะเวลาที่เป็นประจำเดือนยาวนานกว่าปกติ
  • คลำเจอก้อน: สามารถคลำเจอก้อนเนื้อแข็งๆ บริเวณท้องน้อย
  • อาการจากการโดนกดทับ: หากเนื้องอกไปกดทับอวัยวะข้างเคียง เช่น กดทับกระเพาะปัสสาวะจะทำให้ปัสสาวะบ่อย หรือหากกดทับลำไส้ใหญ่จะทำให้ถ่ายอุจจาระลำบาก
  • มีบุตรยาก/แท้งบุตร: หากเนื้องอกเจริญเติบโตจนทำให้โพรงมดลูกผิดรูป จะส่งผลกระทบต่อการฝังตัวของตัวอ่อน ทำให้เสี่ยงต่อการมีลูกยาก หรือเพิ่มความเสี่ยงในการแท้งบุตรซ้ำๆ

เกณฑ์การรักษาและการผ่าตัด

แพทย์ระบุเพิ่มเติมว่า ในทางการแพทย์ไม่มีข้อกำหนดตายตัวว่า "เนื้องอกต้องมีขนาดกี่เซนติเมตรถึงจะต้องผ่าตัด" แต่แพทย์จะประเมินจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ ตำแหน่งของเนื้องอก, จำนวน, อาการแทรกซ้อน (เช่น ภาวะโลหิตจางรุนแรงหรือกดทับอวัยวะอื่น) รวมถึงอายุและความต้องการในการมีบุตรของผู้ป่วย

หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรง, เนื้องอกยังคงโตขึ้นเรื่อยๆ แม้จะเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน (วัยทอง) แล้ว หรือตรวจพบเนื้องอกที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างมดลูกในขณะที่กำลังเตรียมตัวมีบุตร แพทย์มักจะแนะนำให้ทำการผ่าตัดออก

ทั้งนี้ แพทย์ได้ฝากเตือนว่า แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นโรคนี้เสมอไป จึงไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป แต่ก็ไม่ควรละเลยสัญญาณเตือนจากร่างกาย โดยเฉพาะหญิงสาวที่กำลังเตรียมตัวมีบุตร หากพบว่าประจำเดือนมีความผิดปกติ หรือรู้สึกไม่สบายตัว ควรรีบไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อทำการตรวจอัลตราซาวนด์ทันที เพราะการพบเร็วและรักษาได้เร็ว จะช่วยขจัดอุปสรรคของการมีลูกยาก และสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีสำหรับการตั้งครรภ์ในอนาคต

  • พยายามมา 3 ปี ยังไม่มีลูก เมียเป็นลมล้มพับ ได้ยินหมอเรียกสามีว่า "เธอ" เพิ่งรู้ความจริงช็อก
  • บ้านแตกไหม… หนุ่มวิศวะช็อก เพิ่งรู้ตัว "ไม่มีอสุจิ" หมอยังตอบไม่ถูก เมียคลอดลูกใคร?!
  •  กรุ๊ปเลือดไหนดีที่สุด? เปิดข้อดี-ข้อเสียของกรุ๊ปเลือด A, B, AB และ O

 

เรียบเรียงภาษาไทยสำหรับ Sanook
อ้างอิงข้อมูลและภาพข่าวจาก: CTWANT / สื่อต่างประเทศจีน (Zhejiang News)