คุยกับทูต | เอลชิน บาชีรอฟ อาเซอร์ไบจาน เสน่ห์สองทวีป สู่ดาวรุ่งแห่งฤดูหนาว (2) - มติชนสุดสัปดาห์

Published on 13 ก.ย. 2026

คุยกับทูต | ชนัดดา ชินะโยธิน

Exclusive Talks With Ambassadors | Chanadda Jinayodhin

สายสัมพันธ์ระหว่างผู้คน

ความคล้ายคลึงระหว่างชาวอาเซอร์ไบจานกับชาวไทยนั้น นายเอลชิน รากุบ โอกลู บาชีรอฟ (Elchin Ragub oglu Bashirov) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานประจำประเทศไทย แสดงความเห็นว่า

“ตลอดระยะเวลาที่ผมปฏิบัติหน้าที่อยู่ในกรุงเทพฯ ผมได้สังเกตเห็นความคล้ายคลึงที่น่าสนใจหลายประการระหว่างชาวอาเซอร์ไบจานกับชาวไทย โดยเฉพาะค่านิยมพื้นฐานที่ทั้งสองสังคมให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเคารพผู้ใหญ่ ความผูกพันในครอบครัว ความเอื้ออาทร และการต้อนรับแขกอย่างอบอุ่น

คุณค่าเหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกใกล้ชิดกับสังคมไทยมากยิ่งขึ้น

และทำให้ผมชื่นชมประเทศไทยตลอดช่วงเวลาที่ได้ใช้ชีวิตและปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่นี่”

นายเอลชิน รากุบ โอกลู บาชีรอฟ (Elchin Ragub oglu Bashirov) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานประจำประเทศไทย

เสน่ห์การท่องเที่ยว

“อาเซอร์ไบจานเป็นประเทศที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ด้วยภูมิประเทศและสภาพอากาศที่หลากหลาย แต่ละฤดูกาลจึงมอบประสบการณ์ที่แตกต่างกันออกไป” เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานกล่าว

“ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงมักถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือน เพราะอากาศกำลังสบาย เหมาะทั้งกับการเดินเที่ยวในเมือง การออกไปสัมผัสธรรมชาติ และการเยี่ยมชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์”

“ส่วนฤดูร้อนเหมาะกับการพักผ่อนริมชายฝั่งทะเลแคสเปียน หรือเดินทางขึ้นไปยังพื้นที่ภูเขา ซึ่งมีอากาศเย็นสบายกว่า”

“เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว อาเซอร์ไบจานก็เปลี่ยนบรรยากาศไปอีกแบบ รีสอร์ตสกีอย่าง Shahdag และ Tufandag เป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการสนุกกับกีฬาบนหิมะ หรือเพียงพักผ่อนท่ามกลางทิวทัศน์ของภูเขาในฤดูหนาว”

“สิ่งที่ทำให้อาเซอร์ไบจานพิเศษยิ่งขึ้นคือ ประเทศนี้มีเขตภูมิอากาศถึง 9 จากทั้งหมด 11 เขตของโลก ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสธรรมชาติและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันได้ภายในทริปเดียว ความหลากหลายเช่นนี้เองที่ทำให้อาเซอร์ไบจานมีเสน่ห์และน่าค้นหา ไม่ว่าจะเดินทางมาในฤดูกาลใดก็ตามอาเซอร์ไบจานเป็นประเทศที่เที่ยวได้ตลอดทั้งปี ด้วยภูมิประเทศและสภาพอากาศที่หลากหลาย แต่ละฤดูกาลจึงมอบประสบการณ์ที่แตกต่างกันออกไป”

“ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงมักถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการมาเยือน เพราะอากาศกำลังสบาย เหมาะทั้งกับการเดินเที่ยวในเมือง ออกไปสัมผัสธรรมชาติ และเยี่ยมชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ส่วนฤดูร้อนเหมาะกับการพักผ่อนริมชายฝั่งทะเลแคสเปียน หรือหลบร้อนไปเที่ยวตามพื้นที่ภูเขา ซึ่งมีอากาศเย็นสบายกว่า”

สถานที่ในดวงใจ

หากต้องแนะนำสถานที่สักแห่งในอาเซอร์ไบจาน เอกอัครราชทูตอาเซอร์ไบจานประจำประเทศไทย กล่าวว่า

“แม้อาเซอร์ไบจานจะเป็นประเทศที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่กลับมีภูมิประเทศที่หลากหลายอย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่ที่ราบกึ่งแห้งแล้งไปจนถึงเทือกเขาสูงตระหง่าน ทำให้การเดินทางไปยังแต่ละพื้นที่มอบอารมณ์และประสบการณ์ที่แตกต่างกันออกไป

สำหรับผู้ที่มาเยือนเป็นครั้งแรก บากู (Baku) เมืองหลวงของอาเซอร์ไบจาน เป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาด เมืองแห่งนี้มีเสน่ห์จากการผสมผสานประวัติศาสตร์อันยาวนาน สถาปัตยกรรมที่โดดเด่น และสีสันทางวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน จึงมีสิ่งใหม่ๆ ให้ค้นพบอยู่เสมอ

อีกเมืองหนึ่งที่ผมอยากแนะนำเป็นพิเศษคือ เชกี (Sheki) เมืองประวัติศาสตร์และหนึ่งในชุมชนเก่าแก่บนเส้นทางสายไหมโบราณ ตั้งอยู่ห่างจากบากูไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 300 กิโลเมตร เชกีโดดเด่นด้วยมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมายาวนาน พร้อมด้วยทิวทัศน์อันงดงามของเทือกเขาคอเคซัสที่โอบล้อมเมืองไว้

สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสอาเซอร์ไบจานให้มากกว่าเพียงเมืองหลวง เชกีคืออีกหนึ่งจุดหมายที่เปิดให้เห็นทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และเสน่ห์ของประเทศได้ในคราวเดียว”

Ateshgah Temple (อาเตชกาห์) หรือที่เรียกว่า วิหารไฟแห่งบากู (Fire Temple of Baku)
การแช่ตัวในอ่างน้ำมันดิบธรรมชาติชนิดพิเศษ (Naftalan crude oil) ที่เมืองนาฟตาลัน ประเทศอาเซอร์ไบจาน เพื่อการบำบัดรักษาโรคและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

อาเซอร์ไบจานมีศักยภาพอย่างไรในการก้าวขึ้นมาเป็นดาวรุ่งแห่งการท่องเที่ยวฤดูหนาวบนเทือกเขาคอเคซัส เอกอัครราชทูตอาเซอร์ไบจานกล่าวว่า

“เมื่อผู้คนทั่วโลกเริ่มมองหาประสบการณ์ฤดูหนาวใหม่ๆ นอกเหนือจากจุดหมายเล่นสกีแบบเดิม อาเซอร์ไบจานก็กำลังก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งจุดหมายท่องเที่ยวบนภูเขาที่น่าจับตามองในภูมิภาคยูเรเชีย

ด้วยการผสมผสานโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวบนภูเขาที่ทันสมัย การบริการและที่พักคุณภาพสูง เข้ากับทิวทัศน์อันตระการตาของเทือกเขาคอเคซัส ที่นี่จึงมอบประสบการณ์ฤดูหนาวที่ครบทั้งการผจญภัย ธรรมชาติ และความสะดวกสบายไว้ในทริปเดียว

ด้วยทำเลที่ตั้ง ณ จุดบรรจบระหว่างยุโรปกับเอเชีย ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา อาเซอร์ไบจานได้ลงทุนอย่างจริงจังในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว เปลี่ยนพื้นที่ภูเขาหลายแห่งให้กลายเป็นจุดหมายที่สามารถเดินทางมาเยือนได้ตลอดทั้งปี และพร้อมต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลก

การเติบโตของการท่องเที่ยวฤดูหนาวยังเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศ ซึ่งให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืน คุณภาพการบริการ และการเชื่อมต่อกับนานาชาติที่สะดวกยิ่งขึ้น

อาเซอร์ไบจานยังขยายบทบาทในแวดวงการท่องเที่ยวฤดูหนาวระดับนานาชาติ ผ่านความร่วมมือกับสหพันธ์สกีและสโนว์บอร์ดนานาชาติ (International Ski and Snowboard Federation : FIS) และสหพันธ์สกีภูเขานานาชาติ (International Ski Mountaineering Federation : ISMF)

ความร่วมมือเหล่านี้มีส่วนช่วยให้อาเซอร์ไบจานเป็นที่รู้จักมากขึ้นในแวดวงกีฬาฤดูหนาวระดับโลก และเสริมภาพลักษณ์ของประเทศในฐานะจุดหมายแห่งใหม่สำหรับการท่องเที่ยวและกีฬาฤดูหนาว

สำหรับนักเดินทางจากประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาเซอร์ไบจานถือเป็นจุดหมายฤดูหนาวที่ยังใหม่และน่าค้นหา ทั้งทิวทัศน์ภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ สกีรีสอร์ตที่ทันสมัย และกิจกรรมกลางแจ้งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัย

อย่างไรก็ตาม เสน่ห์ของอาเซอร์ไบจานไม่ได้มีเพียงกีฬาฤดูหนาวเท่านั้น ระหว่างการเดินทาง นักท่องเที่ยวยังจะได้สัมผัสกับการต้อนรับอย่างอบอุ่น อาหารท้องถิ่น และมรดกทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งช่วยเติมเต็มประสบการณ์ฤดูหนาวให้มีสีสันและน่าจดจำยิ่งขึ้น”