หวิดสูญเงินล้าน! 2น.ศ. ม.ดังสารคาม ลุยแจ้งความ ถูกแก๊งคอลอ้างเป็นตร.หลอกโอนเงิน

Published on 18 ก.ย. 2026

เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่ สภ.เขวาใหญ่ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ใน จ.มหาสารคาม จำนวน 2 ราย เข้าแจ้งความ หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้กลอุบายหลอกลวง หวิดสูญเงินรวมกว่า 1.7 ล้านบาท โดยรายแรกถูกหลอกให้โอนเงิน 1 ล้านบาท ส่วนอีกรายถูกหลอกให้โอนเงิน 700,000 บาท ก่อนครอบครัวและเจ้าหน้าที่ช่วยให้รู้เท่าทันกลโกง พร้อมนำคลิปวิดีโอและภาพหน้าจอการสนทนามอบให้ตำรวจเป็นหลักฐาน

โดยนักศึกษารายแรก คือ นางสาวรัตนาภรณ์ นิสิตชั้นปีที่ 1 กล่าวว่า มิจฉาชีพโทรศัพท์มาอ้างว่ามีบุคคลนำข้อมูลส่วนตัวไปเปิดซิมของค่ายมือถือค่ายหนึ่ง และหมายเลขโทรศัพท์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและคดียาเสพติด ก่อนโอนสายให้บุคคลที่อ้างเป็นตำรวจ จากนั้นให้แอดไลน์และส่งเอกสารที่อ้างว่าเป็นหลักฐานยืนยันตัวตนของตำรวจ พร้อมวิดีโอคอลและให้เปิดกล้องพูดคุยกันนานประมาณ 3 ชั่วโมง

ระหว่างพูดคุย มิจฉาชีพได้หลอกลวงว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดและฟอกเงินจำนวน 8.7 ล้านบาท พร้อมกำชับไม่ให้บอกเรื่องนี้กับบิดามารดา ญาติ เพื่อน หรือบุคคลอื่น และหากจะวางสายหรือทำอะไรต้องแจ้งให้ทราบก่อน จากนั้นให้โทรศัพท์ไปขอเงินจากผู้ปกครอง จำนวน 1,000,000 บาท โดยให้ใช้ข้ออ้างว่าได้รับทุนการศึกษาจากอาจารย์เพื่อไปเรียนต่อประเทศเนเธอร์แลนด์ และให้นำเงินเข้าบัญชีเพื่อจัดทำสเตตเมนต์ประกอบการขอวีซ่า

นักศึกษารายดังกล่าวเริ่มสงสัย เนื่องจากเคยเห็นคลิปประชาสัมพันธ์เตือนภัยของตำรวจ จึงขอปลีกตัวออกจากการสนทนาและโทรศัพท์ปรึกษาญาติ ก่อนเดินทางมาแจ้งความที่โรงพัก สภ.เขวาใหญ่

ส่วนผู้เสียหายรายที่สอง คือ นางสาวสิริลักษณ์ นิสิตชั้นปีที่ 1 กล่าวว่า ได้รับโทรศัพท์ในลักษณะเดียวกัน โดยมิจฉาชีพอ้างว่ามีผู้นำข้อมูลบัตรประชาชนไปเปิดเบอร์โทรศัพท์ที่จังหวัดพิจิตร และเกี่ยวข้องกับคดี ก่อนโอนสายไปยังบุคคลที่อ้างเป็นตำรวจ พร้อมให้แอดไลน์และส่งเอกสารต่างๆ มาให้ดู รวมทั้งกำชับห้ามบอกบุคคลอื่น โดยอ้างให้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และเรียกร้องเงินจำนวน 700,000 บาท

โดยตนรู้สึกเอะใจ ประกอบกับบิดามารดาเข้ามาช่วยตรวจสอบ จึงตัดสินใจวางสายและไม่โอนเงิน ก่อนเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ด้าน พ.ต.อ.วิโรจน์ ภูมิเพชรฤาชา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเขวาใหญ่ เปิดเผยว่า นักศึกษาทั้งสองรายเดินทางมาแจ้งความ หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้วิธีการเดิมๆ คืออ้างเป็นเครือข่ายค่ายมือถือ (AIS) ก่อนกล่าวหาว่าเบอร์โทรศัพท์และข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและยาเสพติด แล้วหลอกให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ โดยรายแรกถูกเรียกเงิน 1 ล้านบาท และรายที่สอง 700,000 บาท แต่ต้องชื่นชมน้องทั้งสองคน ที่มีสติ มีไหวพริบที่ดี เพราะเคยได้รับทราบข่าวสารถึงกลโกงของมิจฉาชีพ ทำให้น้องทั้งสองไม่ตกเป็นเหยื่อ

ตำรวจฝากเตือนนักศึกษาและประชาชนให้รู้ทันกลโกง โดยเฉพาะการถูกโทรศัพท์กล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี แล้วให้แอดไลน์ วิดีโอคอล เปิดกล้อง ห้ามปรึกษาคนอื่น หรือให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี หากพบพฤติการณ์ดังกล่าวควรตั้งสติ ตัดการติดต่อ และตรวจสอบกับสถานีตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง

ทั้งนี้ ตำรวจยังได้ร่วมกับมหาวิทยาลัย ประชาสัมพันธ์คลิปเตือนภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของตำรวจภูธรภาค 4 ความยาวประมาณ 53 วินาที เพื่อให้นักศึกษาได้รับชมก่อนเข้าเรียน โดยระบุว่ามาตรการดังกล่าวช่วยให้นักศึกษารู้ทันกลโกงและลดความเสียหายจากคดีหลอกลวงลงได้

สำหรับข้อมูล ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ตำรวจ สภ.เขวาใหญ่ ได้รับแจ้งคดีลักษณะดังกล่าวประมาณ 1,280 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 21 ล้านบาท จึงขอให้นักศึกษาและประชาชนช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลเตือนภัย เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์