"เราไม่ต้องการการอุ้ม" เฟอร์นานเดสเปิดแถลง 2 ชั่วโมงที่กรุงเทพฯ หลังรัฐบาลมาเลเซียถามคู่แข่งว่าพร้อมรับช่วงเส้นทางบิน AirAsia หรือไม่ ขณะหุ้นร่วงแล้วกว่า 70% ในปีนี้

Published on 20 ก.ย. 2026

รัฐบาลมาเลเซียได้สอบถามไปยัง Malaysia Airlines และ Batik Air ว่าพร้อมรับผู้โดยสารและเส้นทางบินในประเทศของ AirAsia มาดูแลแทนได้หรือไม่ ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่รับรู้เรื่องนี้ 2 ราย

  • รัฐบาลคุยคู่แข่ง แต่ติดเงื่อนไขเรื่องเครื่องบิน
  • เฟอร์นานเดสโต้กลับว่า ‘ไม่ต้องการการอุ้ม’
  • ตัวเลขการเงินที่ยังเป็นคำถาม

แหล่งข่าวอธิบายว่านี่เป็นการวางแผนรับมือสถานการณ์ ขณะที่ทางการกำลังติดตามสถานะทางการเงินของสายการบินต้นทุนต่ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้

การหารือระหว่างรัฐบาลกับ 2 สายการบินดังกล่าวเพิ่มขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นต่อแรงกดดันทางการเงินที่ AirAsia เผชิญอยู่ โดยการหารือยังเกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลังและ Malaysia Airports Holdings Berhad (MAHB) ผู้ให้บริการสนามบินที่รัฐถือหุ้นด้วย

ต้นตอของปัญหาคือต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่พุ่งขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยราคาเฉลี่ยในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 66% จากไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 183 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ประมาณ 6,100 บาท) ขณะที่สายการบินไม่ได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันไว้เลย

รัฐบาลคุยคู่แข่ง แต่ติดเงื่อนไขเรื่องเครื่องบิน

ความสำคัญของ AirAsia ต่อระบบการบินมาเลเซียคือเหตุผลที่ทำให้รัฐบาลต้องเตรียมแผนไว้ เพราะสายการบินระบุว่าตัวเองครองส่วนแบ่งตลาดการบินโดยรวมของประเทศราว 40% และครองเที่ยวบินในประเทศราว 60%

อย่างไรก็ตาม การรับช่วงต่อไม่ใช่เรื่องง่าย โดยแหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่าทั้ง Malaysia Airlines และ Batik Air แจ้งรัฐบาลว่าจะเข้ารับช่วงกิจการของ AirAsia เป็นก้อนใหญ่ได้ก็ต่อเมื่อได้รับโอนสัญญาเช่าเครื่องบินมาด้วย เพราะการรับเส้นทางบินและปริมาณผู้โดยสารมาโดยไม่มีเครื่องบินจะยากกว่ามาก

ทั้ง 2 สายการบินยังแสดงท่าทีต่อรัฐบาลว่าต้องการขยายกิจการของตัวเองเพื่อดูดซับเส้นทางและผู้โดยสารของ AirAsia มากกว่าการเข้าซื้อทั้งธุรกิจ

จันทราน รามา มูธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Batik Air Malaysia ระบุในแถลงการณ์ว่าสายการบินของเขา “สามารถนำเครื่องบินเข้ามาได้อย่างรวดเร็วเพื่อรองรับหรือช่วยเหลือเรื่องส่วนแบ่งตลาดในประเทศ หากมีความจำเป็น”

ด้าน MAHB ระบุว่าบริษัทพูดคุยกับพันธมิตรสายการบินทุกรายเป็นปกติอยู่แล้วในฐานะส่วนหนึ่งของการพัฒนาเครือข่ายและเส้นทางบิน รวมถึงเรื่องโอกาสด้านความจุและเส้นทางในจุดที่ตลาดยังมีช่องว่างหรือมีความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง แต่ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มทางการเงินของ AirAsia

ขณะที่กระทรวงการคลังมาเลเซียและ Malaysia Airlines ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น

ผลที่เกิดขึ้นทันทีคือราคาหุ้น AirAsia ดิ่งลงมากที่สุดถึง 21% ในวันพฤหัสบดี (17 ก.ย.) สู่ระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2022 โดยปิดที่ 0.505 ริงกิต (ประมาณ 4.14 บาท) จากราคาปิด 0.64 ริงกิต (ประมาณ 5.24 บาท) เมื่อวันอังคาร (15 ก.ย.) ส่วนหุ้นของ Capital A ซึ่งเป็นบริษัทในเครือก็ร่วงลงมากที่สุด 18%

เมื่อนับทั้งปีนี้ ราคาหุ้น AirAsia ร่วงลงไปแล้วกว่า 70% ทำให้มูลค่าตลาดล่าสุดเหลืออยู่ราว 1.7 พันล้านริงกิต (ประมาณ 1.39 หมื่นล้านบาท)

เฟอร์นานเดสโต้กลับว่า ‘ไม่ต้องการการอุ้ม’

2 วันหลังข่าวดังกล่าว โทนี เฟอร์นานเดส ผู้ร่วมก่อตั้ง AirAsia เปิดแถลงข่าวแบบเร่งด่วนที่กรุงเทพฯ นานถึง 2 ชั่วโมง เมื่อวันศุกร์ (18 ก.ย.) เพื่อโต้กลับความกังวลเรื่องสถานะการเงินของบริษัท

เขาระบุว่าสายการบินมีสภาพคล่องที่แข็งแรง และเปรียบเทียบกับวิกฤตก่อนหน้าว่า “โควิดแย่กว่าสิ่งที่เรากำลังเจออยู่ตอนนี้มาก ตอนนั้นเราบินไม่ได้เลย แต่ตอนนี้เราบินได้ และความต้องการก็แข็งแกร่งมาก”

ต่อประเด็นการอุ้มจากรัฐบาล เฟอร์นานเดสปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาว่า “เราไม่ต้องการการช่วยเหลือ การอุ้ม หรืออะไรก็ตาม” พร้อมเรียกแนวคิดที่รัฐจะเข้าแทรกแซงว่าเป็น “คำกล่าวที่ไร้สาระที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาใน 25 ปี”

เขายังยืนยันว่าตลอด 25 ปีที่ผ่านมาบริษัทไม่เคยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเลย และจนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รับ พร้อมระบุว่าไม่มีการหารือใดๆ กับรัฐบาล

สำหรับข้อเสนอที่ให้คู่แข่งรับช่วงต่อนั้น เฟอร์นานเดสโต้ว่า “ไม่มีใครแทนที่” เครื่องบิน 100 ลำของ AirAsia ในประเทศได้ในชั่วข้ามคืน เพราะต้องมีทั้งโครงสร้างต้นทุน, แบรนด์, ตลาด และเครือข่ายแบบเดียวกัน

เขายังปฏิเสธข้อกล่าวหาอื่นเป็นชุด ทั้งการที่บริษัทให้เช่าเครื่องบินยึดเครื่องคืนเพราะค้างชำระ โดยยืนยันว่าเครื่องบินทุกลำยังบินอยู่ ยกเว้นลำที่เข้าซ่อมบำรุง รวมถึงปฏิเสธแนวคิดที่ว่าต้องปลดพนักงานเพื่อรักษาเงินสด และปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ AirAsia จะเลิกกิจการ

ผลของการออกมาโต้กลับคือหุ้นปิดบวก 5% แม้จะยังอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปีก็ตาม

ชูกอร์ ยูซอฟ นักวิเคราะห์การบินจาก Endau Analytics ในมาเลเซีย มองว่า “เป็นเรื่องน่าอุ่นใจที่ได้เห็นโทนีออกมาพูดต่อสาธารณะเพื่อหักล้างข่าวลือและข้อกล่าวหาว่า AirAsia กำลังจะล้ม” พร้อมหวังว่าจะช่วยให้นักลงทุนใจเย็นลงได้ในตอนนี้

ตัวเลขการเงินที่ยังเป็นคำถาม

จุดที่ทั้งสองฝ่ายเห็นไม่ตรงกันมากที่สุดคือจำนวนเงินที่ AirAsia ต้องการ โดยแหล่งข่าว 2 รายประเมินว่าสายการบินต้องการเงินทุนใหม่อย่างน้อย 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1 แสนล้านบาท) เพื่อแก้ปัญหาสถานะการเงิน

เฟอร์นานเดสโต้แย้งรายงานดังกล่าวโดยตรงว่า “มันคือ 1 พันล้านดอลลาร์ ไม่ใช่ 3 พันล้านดอลลาร์ เราไม่ต้องการ 3 พันล้านดอลลาร์” พร้อมอธิบายว่าเงินก้อนนี้จะใช้รีไฟแนนซ์หนี้ดอกเบี้ยสูงที่กู้มาในช่วงโรคระบาดเป็นหลัก และชำระภาระบางส่วนให้เจ้าหนี้

เขาย้ำว่า “การรีไฟแนนซ์ไม่ใช่การระดมทุนใหม่ มันคือการลดต้นทุน” โดยตั้งเป้าได้เงินมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.33 หมื่นล้านบาท) ภายในเดือนธันวาคมหรือมกราคม

ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับธนาคารระดับโลกรายใหญ่เรื่องการออกหุ้นกู้ และได้รับข้อเสนอเงินทุน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากนักลงทุนตะวันออกกลางรายหนึ่ง ซึ่งลงนามในเอกสารสรุปเงื่อนไขแล้วและอยู่ระหว่างการตรวจสอบสถานะกิจการ เพียงแต่ AirAsia ยังรอเงื่อนไขที่ดีกว่านี้

นอกจากนี้บริษัทยังมองหาวงเงินสินเชื่อในประเทศอีก 700 ล้านริงกิต (ประมาณ 5.73 พันล้านบาท)

สำหรับตัวเลขในงบการเงินนั้น ณ วันที่ 30 มิถุนายน AirAsia มีหนี้ที่ต้องชำระภายใน 1 ปีอยู่ 18.4 พันล้านริงกิต (ประมาณ 1.51 แสนล้านบาท) ขณะที่มีเงินสดอยู่ในมือเพียง 954 ล้านริงกิต (ประมาณ 7.81 พันล้านบาท) ซึ่ง Bloomberg ระบุว่าเป็นระดับต่ำที่สุดระดับหนึ่งในบรรดาสายการบินที่ติดตามอยู่ทั่วโลก

ขณะที่งบการเงินยังแสดงว่าหนี้สินรวมของกลุ่มอยู่ที่ 43 พันล้านริงกิต (ประมาณ 3.52 แสนล้านบาท) ซึ่งสูงกว่าสินทรัพย์รวมที่ 42.4 พันล้านริงกิต (ประมาณ 3.47 แสนล้านบาท)

ผลประกอบการไตรมาสเมษายนถึงมิถุนายน บริษัทขาดทุนสุทธิราว 830 ล้านริงกิต (ประมาณ 6.80 พันล้านบาท) จากต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนอีก 331 ล้านริงกิต (ประมาณ 2.71 พันล้านบาท)

แหล่งข่าวยังระบุว่า AirAsia ค้างชำระ MAHB อย่างน้อย 500 ล้านริงกิต (ประมาณ 4.09 พันล้านบาท) สำหรับค่าบริการต่างๆ รวมถึงค่าลงจอดและค่าจอดเครื่องบิน โดยผู้ให้บริการสนามบินได้ขยายเวลาชำระหนี้ให้แล้ว ซึ่ง AirAsia ไม่ได้ตอบคำถามเรื่องนี้โดยตรง แต่ระบุว่ามีความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและสร้างสรรค์กับพันธมิตรหลัก

ด้านการปรับโครงสร้างนั้น สายการบินได้ตัดเส้นทางที่ทำผลงานไม่ดี, คืนเครื่องบินรุ่นเก่า 25 ลำให้ผู้ให้เช่า และเจรจาสัญญากับคู่ค้าใหม่เพื่อลดต้นทุน โดยมีการระงับเส้นทางบินไปแล้ว 81 เส้นทาง และมี 17 เส้นทางที่จะกลับมาให้บริการในไตรมาส 3 และ 4

ส่วนตัวเลขการดำเนินงานล่าสุด สายการบินขายที่นั่งได้ 82% ของที่นั่งทั้งหมดในเดือนสิงหาคม แม้จะลดจำนวนเที่ยวบินและที่นั่งที่ให้บริการลง 23% จากปีก่อน ขณะที่ราคาตั๋วเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 21% ในไตรมาส 2 และค่าโดยสารในประเทศเพิ่มขึ้น 40% จากระดับก่อนเกิดสงคราม

ทั้งนี้ Reuters ระบุว่าไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดภาพรวมทางการเงินของ AirAsia ได้อย่างเป็นอิสระ ขณะที่ ฟารุก กามัล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มของ AirAsia ระบุว่าบริษัทไม่ให้ความเห็นต่อการคาดเดาเรื่องการดำเนินงานหรือการเงิน และข้อมูลสำคัญทั้งหมดจะเปิดเผยผ่านการยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ตามเวลาที่เหมาะสม

ภาพ : feeqazmir / Shutterstock

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.32 บาท และ 1 ริงกิต เท่ากับ 8.19 บาท ณ วันที่ 19 กันยายน 2569

อ้างอิง: