พรุ่งนี้! คลังขาย “ออมพลัส” รอบ 2 ผ่าน Bond Connect วงเงิน 2 พันล้าน ดอกเบี้ยสูงสุด 2.80%

Published on 6 ก.ย. 2026

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการคลังเตรียมเปิดจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 2 ผ่าน Bond Connect Platform วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 7–9 กันยายน 2569 หลังการจำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” วงเงิน 2,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากประชาชนและจำหน่ายครบเต็มวงเงินตั้งแต่วันแรก

สำหรับการจำหน่ายผ่าน Bond Connect แบ่งเป็นพันธบัตร 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นอายุ 3 ปี (RBP299B) อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.80% ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2572 และรุ่นอายุ 10 ปี (RBP369B) อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.80% ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2579 โดยกำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน

ทั้งนี้ เปิดให้บุคคลธรรมดาสัญชาติไทยที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับผู้จัดจำหน่ายที่กระทรวงการคลังกำหนด จองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท และซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ 1,000 บาท โดยไม่จำกัดวงเงินซื้อสูงสุด ผ่านแอปพลิเคชัน Streaming หรือช่องทางของธนาคารพาณิชย์และบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วมรวม 24 แห่ง ตั้งแต่เวลา 08.30 น. วันที่ 7 กันยายน ถึงเวลา 15.00 น. วันที่ 9 กันยายน 2569

การจัดสรรพันธบัตรจะใช้วิธี Small Lot First โดยทยอยจัดสรรให้ผู้จองซื้อทุกรายครั้งละ 1,000 บาท จนกว่าจะครบวงเงินจำหน่าย ส่งผลให้ผู้จองซื้อทุกรายจะได้รับการจัดสรรพันธบัตรอย่างแน่นอน ขณะที่การจองซื้อก่อนหรือหลังภายในช่วงเวลาที่กำหนดไม่มีผลต่อสิทธิในการจัดสรร

กรณีวงเงินคงเหลือในรอบสุดท้ายไม่เพียงพอ จะใช้วิธีสุ่ม (Random) ในการจัดสรร ส่วนกรณีผู้ลงทุนจองซื้อหลายรายการจะจัดสรรตามสัดส่วน (Pro-rata)

กระทรวงการคลังกำหนดประกาศผลการจัดสรรในวันที่ 10 กันยายน 2569 พร้อมคืนเงินในส่วนที่ไม่ได้รับการจัดสรร หรือได้รับจัดสรรไม่ครบตามวงเงินที่จองซื้อภายในวันเดียวกัน ส่วนกรณีมีเหตุสุดวิสัยจะเลื่อนประกาศผล และคืนเงินเป็นภายในวันที่ 11 กันยายน 2569 ซึ่งจะเริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันประกาศผล

ก่อนหน้านี้ การจำหน่ายพันธบัตรออมพลัส ครั้งที่ 2 ผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 สามารถจำหน่ายได้ครบวงเงิน 2,000 ล้านบาท มีผู้ซื้อรวม 3,157 ราย เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายครั้งก่อนที่มีผู้ซื้อ 1,590 ราย โดยแบ่งเป็นรุ่นอายุ 3 ปี จำนวน 540 ราย มูลค่า 250.95 ล้านบาท และรุ่นอายุ 10 ปี จำนวน 2,617 ราย มูลค่า 1,749.05 ล้านบาท

สำหรับผู้ถือพันธบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะดำเนินการจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินต้นเข้าบัญชีเงินฝาก (e-Dividend) หรือบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ตามที่กำหนด พร้อมหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ตามกฎหมาย และสามารถโอนกรรมสิทธิ์หรือขายพันธบัตรก่อนครบกำหนดได้ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2570 เป็นต้นไป

Back to top button