
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (2 สิงหาคม 2569) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก โดยสามารถจำหน่ายเต็มวงเงินภายในเวลาเพียง 21 วินาที สะท้อนถึงความต้องการทางเลือกด้านการออมและการลงทุนที่มีความมั่นคง ปลอดภัย และสามารถเข้าถึงได้สำหรับประชาชนรายย่อย โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังมีความผันผวน
นางสาวรัชดา กล่าวว่า ความสำเร็จของพันธบัตรออมพลัสไม่ได้สะท้อนเพียงความสามารถในการจำหน่ายพันธบัตรได้อย่างรวดเร็วเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่า หากภาครัฐออกแบบเครื่องมือทางการเงินให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย ประชาชนก็พร้อมเข้ามามีส่วนร่วมในการออมและลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับตนเอง
ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้หน่วยงานภาครัฐเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ประชาชนรายย่อย และสนับสนุนให้เงินทุนในระบบไหลเข้าสู่ประชาชนและเศรษฐกิจจริงอย่างทั่วถึง ไม่กระจุกตัวอยู่เฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีเงินทุนหรือมีความพร้อมสูงกว่า
สำหรับพันธบัตรออมพลัส ได้รับการออกแบบให้ประชาชนสามารถเริ่มลงทุนได้ด้วยวงเงินไม่สูง พร้อมใช้หลักการจัดสรรแบบ “Small Lot First” หรือให้สิทธิผู้ลงทุนรายย่อยได้รับการจัดสรรก่อน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนจำนวนมากสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงของภาครัฐได้อย่างเป็นธรรม
ขณะที่ประชาชนที่ยังไม่ได้ลงทุนในรอบที่ผ่านมา จะมีการเปิดให้จองซื้อพันธบัตรออมพลัสรอบถัดไประหว่างวันที่ 3–5 สิงหาคม 2569 โดยกำหนดวงเงินลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท และให้สิทธิแก่ผู้ลงทุนรายย่อยก่อน ผ่านแพลตฟอร์ม Bond Connect
นางสาวรัชดา กล่าวต่อว่า แนวทางสร้างโอกาสทางการเงินของรัฐบาลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการส่งเสริมการออม แต่ยังครอบคลุมถึงการช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถเข้าถึงสินเชื่อและแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น
ข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ปัญหาสำคัญของเศรษฐกิจไทยไม่ได้อยู่เพียงเรื่องปริมาณเงินทุนในระบบ แต่ยังรวมถึงความสามารถในการส่งผ่านเงินทุนไปยังธุรกิจที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่มีความสามารถและมีวินัยทางการเงิน แต่ประสบข้อจำกัดด้านหลักประกัน หรือมีข้อมูลในระบบการเงินไม่เพียงพอ
รัฐบาลจึงผลักดันการนำข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และข้อมูลทางเลือกมาใช้ประกอบการประเมินศักยภาพและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ประกอบการ เพื่อช่วยให้สถาบันการเงินสามารถประเมินธุรกิจได้รอบด้านมากขึ้น และไม่พิจารณาเฉพาะทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกัน
แนวทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อ เพื่อนำเงินทุนไปใช้หมุนเวียนในกิจการ ขยายธุรกิจ ตลอดจนรักษาการจ้างงาน โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้กำกับดูแลและขับเคลื่อนร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย สถาบันการเงิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังเร่งปิดช่องทางทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับทุนเทา บัญชีม้า การพนันออนไลน์ ธุรกรรมผิดปกติ และเงินนอกระบบที่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขัน เนื่องจากเงินที่มาจากกิจกรรมผิดกฎหมายไม่เพียงสร้างความเสียหายแก่ประชาชน แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นและสร้างความเสียเปรียบให้แก่ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ด้านการลงทุน รัฐบาลเดินหน้าสร้างเสถียรภาพและความชัดเจนเชิงนโยบาย เพื่อดึงดูดการลงทุนคุณภาพ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า Data Center เศรษฐกิจดิจิทัล และพลังงานสะอาด ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยี การยกระดับทักษะแรงงาน และการสร้างงานที่มีรายได้สูงขึ้น
นางสาวรัชดา กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งดำเนินมาตรการให้ครอบคลุมทั้งระบบ ตั้งแต่การเปิดช่องทางการออมที่ปลอดภัยให้กับประชาชน การเพิ่มโอกาสให้ SMEs เข้าถึงเงินทุน การดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพเข้าสู่ประเทศ ไปจนถึงการจัดการเงินผิดกฎหมายที่บิดเบือนการแข่งขัน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เงินทุนในระบบไหลเข้าสู่เศรษฐกิจจริง เกิดการลงทุน การจ้างงาน และรายได้ พร้อมเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชนรายย่อยอย่างทั่วถึง