วันนี้(14 ตุลาคม) สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้กรมป่าไม้เร่งตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีปฏิบัติการ “พิทักษ์ไชยปราการ” ที่เข้าดำเนินการรื้อถอนแปลงปลูกขิงเนื้อที่ 258 ไร่ ในพื้นที่ตำบลแม่ทะลบ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ หลังเกิดข้อซักถามจากสังคมออนไลน์เกี่ยวกับสภาพพื้นที่และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยกำชับให้ดำเนินการอย่างโปร่งใส ยึดข้อเท็จจริงและกฎหมายเป็นหลัก พร้อมเร่งแก้ปัญหาการบุกรุกป่าอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่
ดูภาพข่าว
ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าไชยปราการถือเป็นปัญหาสะสมที่ต้องเร่งแก้ไขเพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติและพื้นที่ต้นน้ำ สุชาติจึงได้มอบหมายให้ นิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ เร่งชี้แจงรายละเอียดให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจน พร้อมติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมาย และขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ จากรายงานพบว่าพื้นที่ดังกล่าวคือสวนป่าโครงการ 4 ซึ่งองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) รับมอบไปดูแลตั้งแต่ปี 2532 ปัจจุบันจากพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 10,000 ไร่ ยังคงมีสภาพป่าที่สมบูรณ์เพียงร้อยละ 30 หรือประมาณ 3,000 ไร่ ส่วนที่เหลือถูกบุกรุกและเปลี่ยนสภาพเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีไปแล้ว 8 คดี ครอบคลุมพื้นที่กว่า 6,147 ไร่ สำหรับการรื้อถอนแปลงขิง 258 ไร่ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เป็นการดำเนินการตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 หลังผ่านขั้นตอนทางปกครองแล้ว
ด้าน พัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า จากการลงพื้นที่พบร่องรอยการตัดไม้สักทิ้งไว้ในลำห้วยบริเวณที่เตรียมปลูกขิง แม้ อ.อ.ป. จะจัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบต่อเนื่อง แต่ด้วยข้อจำกัดด้านกำลังคนจึงเกิดช่องโหว่ให้มีการบุกรุก สำหรับแนวทางดำเนินการต่อไป เจ้าหน้าที่จะพิจารณาข้อเท็จจริงแยกตามแปลงอย่างรอบคอบ หากเป็นแปลงปลูกข้าวและข้าวโพดของชาวบ้านในท้องถิ่น จะอนุโลมให้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้เพื่อลดผลกระทบต่อวิถีชีวิต แต่สำหรับแปลงปลูกขิงที่กำลังตรวจสอบความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนนอกพื้นที่ จะเร่งรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายผลประเด็นข้อสงสัยเรื่องการมีส่วนเกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจนำกลุ่มทุนเข้ามาบุกรุก โดย อ.อ.ป. ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว พร้อมประสานหน่วยงานความมั่นคงและ บก.ปทส. ร่วมตรวจสอบ หากพบผู้กระทำผิดหรือเจ้าหน้าที่บกพร่องต่อหน้าที่ จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด ทั้งนี้ กรมป่าไม้ตั้งเป้ารื้อถอนแปลงปลูกขิงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ก่อนที่ อ.อ.ป. จะส่งมอบพื้นที่คืนให้กรมป่าไม้ เพื่อเดินหน้าแผนฟื้นฟูสภาพป่าและระบบนิเวศต้นน้ำลุ่มน้ำแม่ทะลบต่อไป โดยย้ำจุดยืนในการบังคับใช้กฎหมายกับผู้บุกรุก ควบคู่กับการให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน และส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมดูแลผืนป่าอย่างยั่งยืน















ABOUT THE PHOTOGRAPHER
ณาฌารัฐ ภักดีอาสา
ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD