วรภัค ธันยาวงษ์: เปิดหนังสือ กมธ.สภาสหรัฐฯ ยื่นพิจารณาคว่ำบาตร 28 รายชื่อโยงสแกมเมอร์ - BBC News ไทย

Published on 17 ก.ย. 2026

Arnun Chonmahatrakool / Thai News Pix

ที่มาของภาพ, Arnun Chonmahatrakool / Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, แฟ้มภาพนายวรภัค ธันยาวงษ์ เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2568 ตอนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตีเข้าประชุมนัดพิเศษที่ทำเนียบรัฐบาลหลังเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเตรียมประชุมนัดพิเศษแบ่งงานรัฐบาล

Published 17 กันยายน 2026, 16:51 +07

เวลาอ่าน: 11 นาที

นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาล "อนุทิน 1" ตกเป็นหนึ่งใน 28 รายชื่อบุคคล/นิติบุคคลชาวต่างชาติ ที่คณะกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ 2 ชุด ยื่นต่อ รมว.คลังและ รมว.การต่างประเทศของสหรัฐฯ ให้สอบสวนและพิจารณาคว่ำบาตรจากความเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมสแกมเมอร์ข้ามชาติ

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา เว็บไซต์คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เผยแพร่หนังสือที่ส่งถึง มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อขอให้ทั้งสองกระทรวงตรวจสอบบุคคลชาวต่างชาติที่มีรายชื่อแนบมาในหนังสือฉบับนี้ซึ่งพบว่ามีความเชื่อมโยงกับศูนย์สแกมเมอร์และพิจารณาภายใน 180 วันว่าบุคคลและนิติบุคคลเหล่านี้เข้าข่ายจะถูกคว่ำบาตรได้ภายใต้อำนาจตามกฎหมาย รัฐบัญญัติว่าด้วยความรับผิดด้านสิทธิมนุษยชนโกลบอล แมกนิตสกี (Global Magnitsky Human Rights Accountability Act) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจในการคว่ำบาตรบุคคลต่างชาติใด ๆ ที่ถูกระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ รวมถึงกฎหมายอื่น ๆ อีกสามฉบับที่ถูกอ้างอิงถึงในหนังสือฉบับนี้

หนังสือฉบับดังกล่าวลงนามโดยประธาน กมธ. ในสภาฯ สหรัฐฯ 2 ชุด ได้แก่ ไบรอัน มาสต์ ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ (House Committee on Foreign Affairs) และจอห์น มูลีนาร์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าด้วยเรื่องจีน (House Select Committee on China)

ใน 28 รายชื่อบุคคล/บริษัทในหนังสือฉบับนี้ นอกจากมีชื่อของนายวรภัค แล้วยังปรากฏชื่อของนายยิม เลียก ชาวกัมพูชา ประธานกรรมการบริษัทบีไอซีกรุ๊ป (BIC Group) กลุ่มทุนการเงินของกัมพูชา และเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ (Benjamin Mauerberger) หรือเบน สมิธ ซึ่ง สส. พรรคประชาชน เคยอภิปรายว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินที่ได้มาจากอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์

เนื้อหาในหนังสือระบุด้วยว่า หากทั้งสองกระทรวงของสหรัฐฯ พบว่าบุคคลเหล่านี้เข้าเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนดก็ขอให้ดำเนินมาตรการคว่ำบาตร

เกี่ยวกับกรณีที่มีชื่ออยู่ในหนังสือฉบับล่าสุดนี้ นายวรภัคชี้แจงผ่านช่องทางเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าการมีชื่อไม่เท่ากับมีความผิด หรือถูกคว่ำบาตรแล้ว เพียงแต่มีการเรียกร้องให้ตรวจสอบ โดยเขายืนยันว่าตนเองไม่มีส่วนร่วมหรือส่วนเกี่ยวข้องกับศูนย์สแกมเมอร์ใด ๆ พร้อมระบุว่าตัวเขาได้ติดต่อไปยัง สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติ (OFAC) ภายใต้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพื่อขอช่องทางในการนำส่งเอกสารชี้แจง อีกทั้งจะยังติดต่อไปยังประธาน กมธ. สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ทั้งสองคณะด้วย

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่าตัวเขาได้เห็นรายชื่อของนายวรภัคแล้ว พร้อมระบุต่อว่า "เรื่องพวกนี้ ใครที่โดนกล่าวหา เขาก็ต้องไปตั้งทนาย แล้วก็ไปหาวิธีในการที่จะเคลียร์ตัวเอง ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับทางรัฐบาล"

หนังสือฉบับใหม่จาก 2 กมธ. สภาสหรัฐฯ ระบุว่าอย่างไร

คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ

คำบรรยายภาพ, หนังสือฉบับนี้สงถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

เนื้อหาใจความในหนังสือที่ลงวันที่ 15 ก.ย. เป็นการตอกย้ำถึงผลกระทบที่เครือข่ายสแกมเมอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างความเสียหายให้กับเหยื่อทั่วโลก ไม่ใช่แค่กับพลเมืองอเมริกัน

หนังสือฉบับดังกล่าวเริ่มด้วยการระบุว่า "เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลและระบอบที่ทุจริตในเมียนมา กัมพูชา และลาว ต่างเมินเฉยต่ออาชญากรรมนี้ในระดับที่น่าตกใจ" ทำให้มีการประเมินว่า ผลกำไรจากการหลอกลวงเหล่านี้อาจสูงถึงเกือบ 40% ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) อย่างเป็นทางการของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงในปี 2567 ขณะที่ในกัมพูชา ผลกำไรจากการหลอกลวงอาจสูงเท่ากับ 60% ของจีดีพีอย่างเป็นทางการของประเทศ โดยอ้างอิงรายงานของ Humanity Research Consultancy องค์กรวิจัยที่เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์การค้ามนุษย์ข้ามชาติและแรงงานทาสยุคใหม่ ที่เผยแพร่เมื่อเดือน พ.ค. 2568

"แม้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมารัฐบาลบางประเทศในภูมิภาคจะเพิ่มแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมหลอกลวง แต่เครือข่ายทางการเงิน ผู้จัดการ และโครงสร้างการคุ้มครองทางการเมืองที่หนุนหลังอุตสาหกรรมนี้ยังคงอยู่แทบไม่เปลี่ยนแปลง การลอยนวลพ้นผิดของผู้ก่อเหตุยังเป็นเรื่องปกติ ศูนย์หลอกลวงบางแห่งเพียงย้ายที่ตั้ง และแห่งใหม่กำลังถูกสร้างขึ้นอยู่ในขณะนี้ เหยื่อการค้ามนุษย์ที่หนีออกจากศูนย์หลอกลวงได้กลับถูกจำคุกหรือเนรเทศในฐานะผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย แทนที่จะได้รับการปฏิบัติในฐานะเหยื่อการค้ามนุษย์ที่สามารถให้การเป็นพยานสำคัญเพื่อเอาผิดหัวหน้าแก๊งและเครือข่ายได้" จดหมายดังกล่าวระบุ

ในตอนท้าย จดหมายฉบับดังกล่าวอ้างอิงถึงรัฐบัญญัติว่าด้วยความรับผิดด้านสิทธิมนุษยชนโกลบอล แมกนิตสกี (Global Magnitsky Human Rights Accountability Act) ที่ให้อำนาจในการคว่ำบาตรบุคคลต่างชาติใด ๆ ที่ตรวจสอบพบว่าได้กระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลอย่างร้ายแรง

นอกจากนี้ รัฐสภาสหรัฐฯ ยังได้ขยายอำนาจนี้ในปี 2562 ให้ครอบคลุมอย่างชัดเจนถึงการใช้มาตรการคว่ำบาตรตามกฎหมายฉบับนี้ ต่อ "เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลต่างประเทศที่มีส่วนร่วม อำนวยความสะดวก หรือยินยอมให้เกิดการค้ามนุษย์ในรูปแบบร้ายแรงเพื่อผลประโยชน์ทางการเงินอันมีนัยสำคัญ" รวมไปถึงกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

หนังสือฉบับนี้ลงท้ายว่า "ข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือบ่งชี้ว่า บุคคลต่างชาติในรายชื่อต่อไปนี้อาจมีความเชื่อมโยงกับปฏิบัติการศูนย์หลอกลวงออนไลน์ภายในอุตสาหกรรมหลอกลวงที่กำลังขยายตัวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการค้ามนุษย์ การทรมาน การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลอย่างร้ายแรงในรูปแบบอื่น หรืออาชญากรรมไซเบอร์ เราจึงขอให้ท่านตรวจสอบบุคคลเหล่านี้ และพิจารณาภายใน 180 วันว่าบุคคลดังกล่าวเข้าเกณฑ์ทางกฎหมายในการกำหนดมาตรการคว่ำบาตรภายใต้อำนาจตามกฎหมายทั้ง 4 ฉบับที่ระบุไว้ข้างต้นหรือไม่"

คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ

คำบรรยายภาพ, นี่คือรายชื่อที่ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศและประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าด้วยเรื่องจีนแห่งสหรัฐฯ เรียกร้องให้มีการตรวจสอบ

28 รายชื่อบุคคล/นิติบุคคล มีใครบ้าง

รายชื่อทั้งหมดประกอบไปด้วย:

วรภัคโต้ว่าอะไรบ้าง

ทันทีที่มีการเผยแพร่จดหมายฉบับดังกล่าว นายวรภัค ได้โพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊กของตัวเองที่ใช้ชื่อว่า Vorapak Tanyawong เมื่อวันที่ 16 ก.ย. เวลาประมาณ 20.30 น. ระบุว่า จดหมายดังกล่าวเป็นเพียงการขอให้หน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐฯ ตรวจสอบข้อมูลและพิจารณาว่าบุคคลที่มีรายชื่อเข้าเกณฑ์ตามกฎหมายสำหรับการใช้มาตรการคว่ำบาตรหรือไม่ ไม่ใช่ผลการสอบสวนหรือคำวินิจฉัยว่าตัวเขาได้กระทำความผิด และไม่ได้หมายความว่าตัวเขาถูกรัฐบาลสหรัฐฯ คว่ำบาตรแล้ว

"ผมขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า ผมไม่เคยมีส่วนร่วม สนับสนุน หรือรับรู้เกี่ยวกับการดำเนินการของ scam centers การฟอกเงิน การค้ามนุษย์ cybercrime หรืออาชญากรรมข้ามชาติใด ๆ ตามที่มีการกล่าวถึง" ข้อความของวรภัคบนเฟซบุ๊ก ระบุ

เขากล่าวอีกว่าได้ติดต่อไปยังสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติ (OFAC) ภายใต้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ เพื่อขอช่องทางในการนำส่งเอกสารชี้แจงต่าง ๆ ให้หน่วยงานของสหรัฐฯ พิจารณา รวมถึงกำลังจัดส่งหนังสือถึงประธาน กมธ. สภาสหรัฐฯ ทั้งสองคณะ

"ผมพร้อมให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบอย่างเต็มที่ และเชื่อว่าวิธีที่ดีที่สุดในการตอบข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงเช่นนี้ คือ ข้อเท็จจริง เอกสารหลักฐาน และกระบวนการที่ตรวจสอบได้"

ทั้งนี้สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติ (OFAC) ภายใต้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่นายวรภัคกล่าวถึง คือหน่วยงานที่ทำหน้าที่บริหารจัดการและบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการค้า โดยจะประกาศผ่านบัญชีรายชื่อผู้ถูกคว่ำบาตร (Sanctions lists)

โพสต์ของอดีต รมช.คลัง ในรัฐบาล "อนุทิน 1" ผู้นี้ระบุด้วยว่า สำหรับข้อกล่าวหาบางส่วนที่มีการเผยแพร่เกี่ยวกับเขาก่อนหน้านี้ เขาได้เลือกใช้กระบวนการยุติธรรมในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยได้ดำเนินคดีหมิ่นประมาทต่อผู้ที่เผยแพร่ข้อกล่าวหาดังกล่าว ปัจจุบันมีคดีหนึ่งที่ศาลรับไว้พิจารณาแล้ว และอีกคดีหนึ่งได้เสร็จสิ้นกระบวนการไต่สวนมูลฟ้องและอยู่ระหว่างรอคำสั่งศาล

กรณ์ถาม ก.ล.ต. ทำไมต้องให้สหรัฐฯ เปิดการตรวจสอบก่อน

นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่โพสต์ให้จับตาหนังสือฉบับดังกล่าวตั้งแต่ก่อนที่จะมีการเผยแพร่ แสดงความเห็นเพิ่มเติมในวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา ระบุว่า แม้การมีชื่อของนายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีต รมช.คลัง ซึ่งได้ปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ จะยังไม่ใช่คำตัดสิน และยังไม่ใช่การคว่ำบาตร "แต่เป็นเรื่องที่ประเทศไทยจะทำเป็นไม่เห็นไม่ได้ เพราะประธานคณะกรรมาธิการสำคัญสองชุดของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ กำลังขอให้เปิดกระบวนการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ กับชื่อที่มีคนไทยอยู่ด้วย"

กรณ์ตั้งคำถามว่าเหตุใดไทยต้องรอให้รัฐบาลต่างประเทศเป็นผู้เริ่มตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ก่อนทั้งที่ข้อมูลโครงสร้างธุรกิจ เส้นทางการเงิน ผู้ถือหุ้น และผู้รับผลประโยชน์ จำนวนมากอยู่ในมือหน่วยงานไทยอยู่แล้ว และเพียงพอที่จะเริ่มดำเนินการได้

รองหัวหน้าพรรค ปชป. ระบุด้วยว่าตัวเขาเองและคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งตรวจสอบประเด็นนี้ เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขอให้เร่งตรวจสอบ แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีคำชี้แจงหรือความคืบหน้า

"นี่ไม่ใช่เรื่องการเมืองรายวัน แต่คือความปลอดภัยของประชาชน ความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย และหลักนิติรัฐที่ต้องใช้กับทุกคนเสมอกัน การตรวจสอบที่ล่าช้าไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไป มีแต่จะเปิดทางให้ต่างชาติเป็นฝ่ายไล่เส้นทางการเงินและกำหนดมาตรการแทนเรา ซึ่งไม่ใช่แค่ความเสียหายต่อชื่อเสียง แต่คือความเสี่ยงต่ออธิปไตยทางกฎหมายของประเทศ ประเทศที่มีระบบกฎหมายเข้มแข็ง ต้องตรวจสอบผู้มีอำนาจได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้ใครมาเปิดโปงก่อนครับ" กรณ์โพสต์

Arnun Chonmahatrakool / Thai News Pix

ที่มาของภาพ, Arnun Chonmahatrakool / Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, (แฟ้มภาพ) "นี่ไม่ใช่เรื่องการเมืองรายวัน แต่คือความปลอดภัยของประชาชน ความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย และหลักนิติรัฐที่ต้องใช้กับทุกคนเสมอกัน..." นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ระบุ

ด้าน ก.ล.ต. ที่ถูกนายกรณ์พาดพิงนั้น ล่าสุด วันที่ 17 ก.ย. นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก ก.ล.ต. ชี้แจงถึงการดำเนินการทางกฎหมายกับเครือข่ายสแกมเมอร์และฟอกเงินว่า หากสามารถบังคับใช้กฎหมายได้ก่อนโดยไม่กระทบรูปคดีส่วนที่เหลือ ก.ล.ต. จะแยกออกมาดำเนินการทันที่

นายเอนก กล่าวต่อไปว่าส่วนความผิดตามกฎหมายหลักทรัพย์ที่เกี่ยวกับการรายงานการถือครองหลักทรัพย์และการเข้าครอบงำกิจการมีองค์ประกอบที่ต้องพิสูจน์หลายชั้นเพื่อหาผู้ถือครองที่แท้จริงและช่วงเวลาที่เกิดการกระทำผิดและในความผิดบางฐาน หากเร่งดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องเพียงบางรายจนเสร็จสิ้นก็อาจกระทบกับการดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องรายอื่น

"การที่สาธารณชนยังไม่เห็นรายละเอียดของการดำเนินการ ไม่ได้แปลว่าไม่มีการดำเนินการ ความรอบคอบในขั้นตอนนี้เป็นการรักษาโอกาสในการดำเนินการกับผู้อยู่เบื้องหลังให้ครบถ้วน"

โรมจี้รัฐบาลรื้อแฟ้มคดี วรภัค-ยิม เลียก กลับมาตรวจสอบ

Arnun Chonmahatrakool / Thai News Pix

ที่มาของภาพ, Arnun Chonmahatrakool / Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, "เราไม่ควรจะปล่อยเรื่องนี้ไว้ใต้พรมอีกแล้ว ซึ่งผมก็หวังว่าคุณอนุทินพึงจะดำเนินการ" นายรังสิมันต์ กล่าว

ด้านนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ที่รัฐสภาวันนี้ว่า กรณีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไทย

"ลองคิดดูว่าถ้ารัฐบาลอเมริกามีการขยับมากขึ้น หรือมีการขยายผลมากขึ้น คำถามก็คือรัฐบาลไทยซึ่งน่าจะรู้ดีที่สุด เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากที่สุด มีคนจำนวนมากในวงการการเมืองที่มีสายสัมพันธ์ด้วย มีบริษัทใหญ่บางบริษัท ที่เป็นบริษัทน้ำมัน เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ไม่สะสางเรื่องนี้ แล้วเราก็ไปรอให้รัฐบาลอื่นเขาขยับ ผมว่ามันจะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของเราหลายอย่าง แล้วอย่าไปมองว่าความน่าเชื่อถือไม่สำคัญ"

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่าเช่นนั้นในมุมมองของเขา รัฐบาลรวมถึงตัวนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ควรเร่งดำเนินการเช่นไร นายรังสิมันต์ตอบว่า ต้องนำแฟ้มคดีที่เกี่ยวข้องกับวรภัคกลับมาตรวจสอบทั้งเส้นทางการเงิน รวมไปถึงบุคคลและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับบีไอซีกรุ๊ป โดยอย่างน้อยที่สุดหากตรวจพบความผิดปกติ ต้องมีการอายัดทรัพย์สินมาตรวจสอบ

"เราไม่ควรจะปล่อยเรื่องนี้ไว้ใต้พรมอีกแล้ว ซึ่งผมก็หวังว่าคุณอนุทินพึงจะดำเนินการ" นายรังสิมันต์ กล่าว

24 ชื่ออยู่ใน 43 รายชื่อที่ร่างกฎหมายสหรัฐฯ ชี้ว่าเกี่ยวข้องกับศูนย์สแกมเมอร์ในอาเซียน

บีบีซีไทยพบว่ามีรายชื่อบุคคล/นิติบุคคล รวมทั้งหมด 24 ชื่อ จาก 28 ชื่อที่เคยปรากฏอยู่ในรายชื่อ 43 บุคคล/องค์กรที่ร่างกฎหมายดังกล่าวชี้ว่าเกี่ยวข้องกับศูนย์สแกมเมอร์ในอาเซียน ในร่างกฎหมายที่ สส. สหรัฐฯ เสนอต่อรัฐสภาของสหรัฐฯ เพื่อจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจร่วมระหว่างหน่วยงานเพื่อปราบปรามกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่ฉ้อโกงชาวอเมริกันเมื่อ 18 ก.ย. 2568 หรือที่เรียกว่าร่างกฎหมาย H. R. 5490

Prince Foundation

ที่มาของภาพ, Prince Foundation

คำบรรยายภาพ, นายเฉิน จื้อ ชายชาวจีน ประธานบริษัทปรินซ์ โฮลดิง กรุ๊ป หรือ ปรินซ์กรุ๊ป (Prince Group) ในกัมพูชา

ในร่างกฎหมายฉบับนั้น มีการแนบรายชื่อ 43 บุคคล/องค์กร ที่เกี่ยวข้องกับศูนย์สแกมเมอร์ในอาเซียน ที่เคยถูกรายงานในสื่อไทยก่อนหน้านี้ว่ามีความเกี่ยวข้องกับประเทศไทย ได้แก่

  • Prince Foundation (Chen Zhi) หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่านายวินเซนต์ ชายเชื้อสายจีน สัญชาติกัมพูชา ซึ่งเป็นประธานบริษัทปรินซ์ โฮลดิง กรุ๊ป หรือ ปรินซ์กรุ๊ป (Prince Group)
  • นายก๊ก อาน (Kok An) ชายเชื้อสายจีน สัญชาติกัมพูชา ปัจจุบันเป็นสมาชิกวุฒิสภาของกัมพูชา และนักธุรกิจผู้ก่อตั้งบริษัท แอนโค บราเธอร์ส (Anco Brothers) ซึ่งทำธุรกิจนำเข้าและขายสินค้า กาสิโน ธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ อินเทอร์เน็ต จัดส่งน้ำ และไฟฟ้า ในกัมพูชา เขาถูกตำรวจไทยออกหมายจับ โดยกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับฐานสแกมเมอร์ออนไลน์
  • นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ (Benjamin Mauerberger) หรือ เบน สมิธ ชายชาวแอฟริกาใต้ที่ถูกนายรังสิมันต์ โรม สส.จากพรรคประชาชน อภิปรายระหว่างการแถลงนโยบายของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2568 โดย สส.รายนี้อ้างถึงรายงานของนายทอม ไรท์ นักข่าว อดีตนักข่าวสืบสวนจากวอลล์สตรีท เจอร์นัล ที่ระบุว่าเรือยอชต์หรูที่อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ใช้โดยสารไปพบนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย รวมถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวที่เขาโดยสารไปนครดูไบ ล้วนมาจากการจัดหาโดยนายเบน สมิธ
  • นายยิม เลียก (Yim Leak) ชายชาวกัมพูชา ประธานกรรมการบริษัทบีไอซีกรุ๊ป (BIC Group) กลุ่มทุนการเงินขนาดใหญ่ของกัมพูชาด้วย ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในกรุงเทพฯ

ตอนที่มีการประกาศร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวออกมา ไม่ได้มีชื่อบุคคลหรือองค์กรสัญชาติไทย ติดอยู่ใน 43 รายชื่อนี้ด้วย

ทว่าเพียงหนึ่งเดือนต่อมาหลังมีการเผยแพร่ร่างกฎหมาย ในวันที่ 21 ต.ค. 2568 ทอม ไรท์ นักข่าวอิสระ อดีตนักข่าวสืบสวนจากวอลล์สตรีท เจอร์นัล ก็เผยแพร่รายงานสืบสวนที่มีชื่อว่า "ไทยตั้งเจ้าหน้าที่สอบแก๊งอาชญากร หลังพบเครือข่ายเดียวกันจ่ายเงิน $3 ล้านให้ภรรยา" โดยปรากฏชื่อนายวรภัค ธันยาวงษ์ ในรายงานชิ้นดังกล่าว พร้อมอ้างว่ามีความเชื่อมโยงกับทั้งนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ และนายยิม เลียก

สำหรับความเกี่ยวข้องกับนายยิม เลียก นายวรภัคปฏิเสธไม่เคยเป็นที่ปรึกษาบริษัท BIC Group ของนายยิม เลียก แม้เคยมีรูปปรากฏบนเว็บไซต์

นายวรภัคระบุในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2568 ว่า "การที่เขา [BIC Group] นำรูปและชื่อของผมไปใช้ลงว่าเป็นที่ปรึกษากับกลุ่มธนาคารนั้น ผมไม่เคยทราบมาก่อน แต่พอมีคนบอก เข้าไปดูอีกทีก็ไม่มี [ข้อมูล] แล้ว เขาเอาออกไป" เขากล่าวพร้อมปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับ BIC Bank Cambodia โดยยืนยันว่า ไม่เคยเป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือที่ปรึกษาใด ๆ และไม่เคยได้รับเงินหรือผลตอบแทนจากที่นั่น

ส่วนกรณีของนายเบนจามิน เมาท์เออร์เบอร์เกอร์ วรภัคกล่าวว่ารู้จักเพราะลูกเรียนโรงเรียนเดียวกัน แม้รายงานของทอม ไรท์ จะระบุว่า ภรรยาของนายวรภัคและภรรยาของนายเบนจามินได้ขายหุ้นในกองทุนที่ชื่อ Capital Asia Investments Optimum Fund (CAI Optimum Fund) ในวันเดียวกัน ให้กับผู้ซื้อรายเดียวกัน และการชำระเงินทั้งสองรายการถูกโอนไปยังกระเป๋าสกุลเงินดิจิทัลเดียวกัน