(แฟ้มภาพ)
'อาสพลธ์' ระบุปล่อย 3 ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่น ไม่มีผลต่อการดำเนินคดี ชี้ หลักฐานแน่น ยัน เคส 'นายกฯเฮง – 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ' ไม่ซ้ำรอยชุดแรก
9 ต.ค. 2569- นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ. ป.ป.ช.) ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ถึงกรณีที่มีการปล่อยตัว 3 ผู้ต้อหาคดีโกงสอบท้องถิ่นว่า มีการจับกุมตัวและฝากขังเมื่อกลางเดือน ก.ค.69 ที่ผ่านมา โดยกฎหมายสามารถฝากขังสูงสุดได้ 7 ผลัด ๆ ละ 12 วัน รวมเป็น 84 วัน ซึ่งเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
ประธานกรรมาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ในที่ประชุมกรรมาธิการฯ ผู้แทนจาก ป.ป.ช.ชี้แจงว่า กว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งตัวผู้ต้องหา 3 ราย มาให้ทาง ป.ป.ช.ไต่สวนก็มีเวลาน้อย ให้แค่ 3 ผลัดเท่านั้น โดยปกติการไต่สวนของ ป.ป.ช.ใช้เวลานานกว่านั้น และระเบียบของ ป.ป.ช.ระบุว่าต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี ซึ่งเวลาแค่ 3 ผลัดจึงเป็นไปไม่ได้ ที่จะส่งฟ้องได้ทัน แต่ว่าในความเป็นจริง ในทางคดี ตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ไม่ได้ทำให้อะไรเปลี่ยนไป ป.ป.ช.สามารถไต่สวนต่อได้เหมือนเดิม การจับกุมตัวที่ผ่านมาก็ไม่ได้สูญเปล่า ได้หลักฐานทันที และผู้ต้องหาไม่สามารถไปยุ่งเกี่ยวกับพยานช่วง 84 วันที่ผ่านมา ทำให้ ป.ป.ช.ได้หลักฐานที่สำคัญทั้งหมด
เมื่อถามว่า ชาวบ้านสอบถามว่าหากมีการนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ไปเก็บไว้ที่ประเทศไหนก็ได้ ทางป.ป.ช.และตำรวจจะทำอย่างไร หรือทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการติดตามประกบตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไม่ให้หลบหนีอย่างไร นายอาสพลธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ทางกรรมาธิการ ป.ป.ช.ได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงานที่ ป.ป.ช.และได้สอบถามกระบวนการ โดยทางเลขาธิการป.ป.ช.ได้แจ้งว่า ทางป.ป.ช.มีสายลับที่ติดตามผู้ต้องหาอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ที่ผ่านมาสามารถติดตามขอให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งเรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านต่าง ๆ อยู่แล้ว
ต่อข้อถามว่า มีข่าวว่า ในที่ประชุมกรรมาธิการฯ ทาง ป.ป.ช.ยอมรับว่า ก็ลำบาก เพราะไม่มีมาตรการป้องกันไม่ให้หนีออกนอกประเทศ ประธานกรรมาธิการป.ป.ช. กล่าวว่า ถูกต้อง ระบบไต่สวนกับระบบกล่าวหาของตำรวจที่มีอำนาจฝากขัง 84 วัน แต่การไต่สวนในเบื้องต้นใช้เวลานาน กว่าจะรวบรวมข้อมูลหลักฐาน ทั้งหมดและเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ และมีคำสั่งฟ้อง ซึ่งใช้เวลานานพอสมควร ซึ่งเป็นช่องว่างทางกฎหมาย
เมื่อถามว่า หากย้อนกลับไปที่ตำรวจผู้ที่จับกุม แล้วทำสำนวนต่อ อาจจะดำเนินการได้เร็วกว่านี้ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ได้พูดตั้งแต่ต้นแล้วว่า พรป.ได้ให้อำนาจ ป.ป.ช.เยอะมาก แต่กระบวนการไต่สวนล่าช้า อยากให้ดำเนินการรวดเร็ว ซึ่งหลายคนได้แนะนำ ป.ป.ช.ว่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการช่วย
ต่อข้อถามว่าในที่ประชุมได้มีการพูดถึงประเด็นการดำเนินงานต่อหรือไม่ ประธานกรรมาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ไม่มีการพูดในประเด็นที่จะให้ตำรวจดำเนินการ ซึ่งน่าจะกลัวความลับรั่วไหล และ ป.ป.ช.เป็นองค์กรอิสระ
เมื่อถามว่า สังคมเห็นการปล่อยตัว 3 ผู้ต้องหา มีคำถามว่า กรณีของนายกฯเฮง และ 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ซึ่งเป็นชุดที่ 2 กลัวว่าจะถูกปล่อยลอยนวลอีก นายอาสพลธ์ กล่าวว่า กรณีของนายกฯเฮงและ2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ทางตำรวจปปป. ได้ส่งสำนวน ไปให้ ป.ป.ช.แล้วตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.69 ที่ผ่านมา ส่วนที่มองว่าอาจจะทำสำนวนไม่ทันและอาจจะถูกปล่อยตัวนั้น ไม่เกี่ยว ตำรวจ ปปป.ได้ให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ไม่ได้ฝากขัง แต่กรณีของนายกเฮงและ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 ราย ทางกรรมาธิการฯได้เชิญนายประวิทย์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมที่มีส่วนสำคัญในการเชื่อมระหว่างนายกฯเฮง นายวิกเตอร์ และนายต่อ
“โดยข้อมูลที่กรรมาธิการฯได้รับจากนายประวิทย์ก็คือ มีการส่งมอบเงินมัดจำครั้งที่ 1 จำนวน 5 ล้านบาท ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ ให้กับนายวิเตอร์และนายต่อ ครั้งที่ 2 จำนวน 50 ล้านบาท โดยนายประวิทย์ไปรับเงิน ที่ห้องพักของนายกฯเฮงที่กรุงเทพฯ โดยเอาไปส่งให้นายวิกเตอร์และนายต่อ พร้อมรายชื่อผู้สมัครสอบ 709 ราย ดังนั้น คิดว่ากรณีของนายกฯเฮงและเจ้าหน้าที่ 2 ดีเอสไอการสอบสวนจะไปได้เร็ว เพราะเมื่อเรื่องนี้กลายเป็นข่าวดัง นายต่อได้ติดต่อนายประวิทย์ เพื่อขอโทรศัพท์มือถือที่มีรายละเอียดของการแชทไลน์ แต่นายประวิทย์ไม่ได้ให้เพราะเป็นโทรศัพท์ของหลวง ดังนั้นรายละเอียดของการแชทไลน์ทั้งหมดได้ส่งให้ ดีเอสไอ และตำรวจ ปปป.ไปหมดแล้ว” นายอาสพลธ์ กล่าว