คลังผนึก 3 หน่วยงานคลอด BOI to IPO อัดสิทธิประโยชน์ภาษีดึง 10 New Economy ปักฐานระดมทุนพลิกโฉม SET : อินโฟเควสท์

Published on 17 ก.ย. 2026

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ด BOI) ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ดำเนินโครงการ “BOI to IPO” เพื่อส่งเสริมและปลดล็อกผู้ประกอบการเป้าหมาย โดยเฉพาะในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในตลาดทุนไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมอัดสิทธิประโยชน์ทางภาษีซ้อนสองชั้น หวังดึงดูดการลงทุนระยะยาวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

สาระสำคัญและสิทธิประโยชน์ของโครงการ “BOI to IPO”

นายนฤตม์ เทอดสถึรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า BOI to IPO คือกลไกเชื่อมนโยบายส่งเสริมการลงทุนเข้ากับตลาดทุนไทย เปิดทางให้นักลงทุนระดมทุนในประเทศไทยเพื่อใช้สำหรับการขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง และทำให้กิจการเหล่านี้หยั่งรากลึกอยู่กับเศรษฐกิจยาว ขณะเดียวกันยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนไทยเข้ามามีส่วนร่วมและถือหุ้นในกิจการที่มีศักยภาพ อีกทั้งเงื่อนไขการเข้าตลาดหลักทรัพย์ยังบังคับให้ทุกกิจการต้องยกระดับธรรมาภิบาลและบริหารจัดการโปร่งใส ซึ่งจะทำให้การลงทุนที่ได้รับส่งเสริมจากปีโอไอเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับประเทศไทย” นายนฤตม์ กล่าว

ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีตัวอย่างความสำเร็จของบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนและตั้งฐานการผลิต ก่อนจะเติบโตและเข้า
จดทะเบียนในตลาดทุนไทย เช่น บมจ. เดลด้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) และ บมจ. แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์
(ประเทศไทย) มาตรการ BOI to IPO จึงมุ่งต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว โดยเฉพาะบริษัทในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (New
Economy) ให้สามารถระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจในประเทศไทย รวมทั้งใช้ไทยเป็นฐานขยายุรกิจออกสู่ตลาดโลกด้วย

ทั้งนี้ บริษัทจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากที่ได้รับอยู่เดิม โดยบริษัทในกลุ่มเศรษฐกิจไหม่ (New Economy) ที่ได้รับการรับรองจาก ดลาดหลักทรัพย์ฯ จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 3 ปี หรือลดหย่อนร้อยละ 50 เพิ่มเติม 5 ปี ส่วนบริษัททั่วไป จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 2 ปี หรือลดหย่อนร้อยละ 50 เพิ่มเติม 3 ปี ขึ้นกับประเภทกิจการ

สำหรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (New Economy) ได้เแก่ การเกษตรและอาหารขั้นสูง, เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ, การแพทย์และสุขภาพ, การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์, ยานยนต์สมัยใหม่, การบินและโลจิสติกส์, ดิจิทัลและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์, อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, หุ่นยนต์ และการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โครงการนี้จะเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญในการผลักดันให้ผู้ประกอบการในกลุ่ม New Economy หันมาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หลังจากที่ ตลท.ปรับปรุงเกณฑ์การรับ
หลักทรัพย์เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ สามารถเข้าจดทะเบียนได้สะดวกและรวดเร็ว
ยิ่งขึ้น รวมถึงได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเข้าจดทะเบียนจากตลาดหลักทรัพย์ฯ และกองทุน
ส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) ตามรายละเอียดที่กำหนด

ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ด. อยู่ระหว่างการทดลองปรับปรุงกระบวนการ IPO ให้มีความกระชับและใช้ระยะเวลาสั่นลง เชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะยกระดับความน่าสนใจของตลาดทุนไทยและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจใหม่ได้อย่างยั่งยืน

โดย วรินทร ศิรินอก