สปสช. เปิดเงื่อนไขบัตรทอง 30 บาท 'ผ่าตัดรักษาโรคอ้วน' ย้ำเป็นข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ไม่ใช่เพื่อความสวยงาม

Published on 23 ก.ค. 2026

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.08 น.

วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “บัตรทอง 30 บาท” ว่า ปัจจุบันสิทธิบัตรทองครอบคลุมถึงบริการผ่าตัดรักษาโรคอ้วน (Bariatric Surgery) แล้ว

การรักษานี้มีเป้าหมายหลักเพื่อช่วยลดน้ำหนัก ลดความรุนแรงของโรคร่วม และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดย สปสช. เน้นย้ำว่า


“บริการผ่าตัดรักษาโรคอ้วนเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็น แต่ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ทางวิชาการอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะการปรับพฤติกรรมและควบคุมน้ำหนักตามระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงการประเมินจากทีมแพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้การรักษาเกิดประโยชน์และมีความปลอดภัยต่อผู้ป่วยมากที่สุด ย้ำว่าไม่ใช่ทางเลือกแรกของการรักษา แต่ต้องเป็นไปตามความจำเป็นทางการแพทย์” ทพ.อรรถพรกล่าว
 

ใครบ้างที่เข้าเกณฑ์รับสิทธิผ่าตัดรักษาโรคอ้วน?

ผู้ป่วยที่จะเข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ ต้องได้รับการประเมินตามหลักวิชาการ ทั้งในด้านความพร้อมของร่างกาย จิตใจ และความสามารถในการดูแลตนเองหลังผ่าตัด โดยมีเกณฑ์เบื้องต้นดังนี้:

ผู้รับบริการต้องมีอายุระหว่าง 18-65 ปี

ผู้ป่วยต้องมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เกินเกณฑ์ที่กำหนด ร่วมกับมี "โรคร่วม" ที่สัมพันธ์กับโรคอ้วน

ตัวอย่างโรคร่วมที่เข้าเกณฑ์ ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคไขมันพอกตับ หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด

แนวทางการรักษาก่อนพิจารณาผ่าตัด

สปสช. ระบุชัดเจนว่า การผ่าตัดไม่ใช่ทางเลือกแรกของการรักษา แต่เป็นทางเลือกเมื่อการดูแลด้วยวิธีมาตรฐานไม่ได้ผล โดยมีขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติตามดังนี้:

ผู้ป่วยต้องผ่านการควบคุมน้ำหนักและปรับพฤติกรรมภายใต้คำแนะนำของทีมแพทย์เฉพาะทาง (เช่น อายุรกรรมต่อมไร้ท่อและนักโภชนาการ) เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน แต่ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้

ผู้ป่วยต้องเข้ารับคำแนะนำเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ โดยต้องมีสถิติการเข้ารับคำแนะนำไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ก่อนการผ่าตัดในระยะเวลา 6 เดือน

ผู้ป่วยต้องสามารถลดน้ำหนักลงให้ได้ 5-10% จากน้ำหนักเดิมก่อนการผ่าตัด ภายในระยะเวลา 3 เดือน

ขั้นตอนการอนุมัติและการเข้ารับบริการ

เมื่อผ่านเกณฑ์การประเมินเบื้องต้น หน่วยบริการจะทำการประเมินความพร้อมและยื่นขออนุมัติล่วงหน้าผ่านระบบ Bariatric Surgery PA

การอนุมัติจะพิจารณาในรูปแบบของคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมวิชาชีพต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

เมื่อผ่านการพิจารณาอนุมัติ ผู้ป่วยจึงจะได้รับการนัดหมายเพื่อเข้ารับการผ่าตัด

การผ่าตัดจะดำเนินการในหน่วยบริการที่มีศักยภาพ มีศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีทีมสหสาขาวิชาชีพคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

หลังการผ่าตัด จะมีการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านโภชนาการ การเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน และผลการรักษาในระยะยาว

ทพ.อรรถพร กล่าวทิ้งท้ายว่า บริการนี้เป็นสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ที่มีความจำเป็นทางการแพทย์ เพื่อให้การรักษาเกิดประโยชน์และมีความปลอดภัยสูงสุด