30 ก.ย.นี้ ปิดฉาก MaxValu ในไทย เพื่อแปลงโฉมใหญ่เป็น Tops ก่อนจะทยอยเปิด 16 ต.ค. 69 เป็นต้นไป

Published on 29 ก.ย. 2026

เท่ากับว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะเป็นการปิดฉากการดำเนินธุรกิจในไทยของ MaxValuอย่างเป็นทางการ และการโบกมือลาครั้งนี้ไม่ใช่แค่เป็นการปิดกิจการของซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติญี่ปุ่น แต่ถือเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากสำหรับวงการธุรกิจรีเทลในบ้านเรา

เส้นทาง 4 ทศวรรษ จาก 'ห้างจัสโก้' สู่ 'MaxValu'

ย้อนกลับไปในอดีต กลุ่มอิออน (AEON Group) ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกและการเงินจากญี่ปุ่นเริ่มเข้ามาปักหมุดในไทยตั้งแต่ปี 2527 ในนาม ‘บริษัท สยามจัสโก้ จำกัด’ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่นำห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์สโตร์ขนาดใหญ่สไตล์ญี่ปุ่นอย่าง ‘ห้างจัสโก้ (JUSCO)’ มาเปิดให้บริการสาขาแรกบนถนนรัชดาภิเษก

ก่อนจะเกิดการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในปี 2550 เป็น ‘บริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด’ และประเดิมเปิดตัว MaxValu สาขาแรกบนถนนนวมินทร์

จนกระทั่งปี 2551 อิออนได้ตัดสินใจปรับโฉมธุรกิจในไทย ด้วยการทยอยปรับเปลี่ยนห้างจัสโก้เดิมทุกสาขาในไทยไปสู่แบรนด์ MaxValu อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งกลายเป็นขวัญใจผู้บริโภคชาวไทยด้วยจุดขายซูเปอร์มาร์เก็ต 24 ชั่วโมง อาหารสดพร้อมทานสไตล์ญี่ปุ่นราคาสบายกระเป๋า และสินค้าคุณภาพดีภายใต้แบรนด์ TopValu

ทว่าการแข่งขันในตลาดค้าปลีกไทยนับวันยิ่งทวีความรุนแรงจากการรุกหนักของทุนใหญ่สัญชาติไทย ทั้งกลุ่มเซ็นทรัล, เดอะมอลล์ และซีพี ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองหาประสบการณ์ที่มากกว่าแค่การซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค

เมื่อผนวกกับวัฒนธรรมการบริหารแบบญี่ปุ่นที่มีขั้นตอนรัดกุมจนปรับตัวตามสปีดของตลาดไม่ทัน MaxValu จึงเริ่มตัดงบทยอยปิดสาขาที่ไม่ทำกำไรตั้งแต่ปี 2566 จนในที่สุดได้ตัดสินใจขายหุ้น 100% ให้กับเครือเซ็นทรัล รีเทล เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

สปีดเกมของ CRC และ Landscape ใหม่ของรีเทลไทย

การเข้าซื้อกิจการ MaxValuของ CRC ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ได้ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นทันทีทันใดกว่า 900,000 ราย แต่ยังเป็นทางลัดสำคัญในการสปีดสาขาของ Tops ให้บรรลุเป้าหมาย 1,000 สาขาภายในปี 2569 ซึ่งช่วยสร้าง Economies of Scale ทั้งในการเพิ่มอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์และการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การปิดฉากของ MaxValu และการเข้ามาแทนที่ของ Tops กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าการแข่งขันธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตในไทยภายใต้ Landscape ใหม่ที่น่าจับตา โดยจะส่งผลให้ตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตระดับกลางถึงบน (Mid-to-High) และมินิซูเปอร์มาร์เก็ต กลายเป็นสมรภูมิประชันกันโดยตรงของทุนใหญ่สัญชาติไทย โดยเฉพาะ Tops จากค่าย CRC ในเครือเซ็นทรัล กับ Lotus's จาก CP Axtra ในเครือ CP

ขณะที่ผู้เล่นรายอื่นต่างชูจุดยืนเฉพาะตัวอย่างชัดเจน ทั้ง Gourmet Market ที่ยึดพื้นที่ศูนย์การค้าใหญ่, Foodland ที่ชูความสดใหม่ 24 ชั่วโมง พร้อมมีร้านอาหาร ‘ถูกและดี’ เป็นตัวชูโรง ส่วน Villa Market วางตำแหน่งเป็นพรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตที่รวบรวมสินค้านำเข้าจากทั่วโลกเพื่อเจาะกลุ่มชาวต่างชาติและผู้มีกำลังซื้อสูง

ย้อนรอยห้างญี่ปุ่นถอยทัพ

การปิดฉากของ MaxValu ครั้งนี้ อาจสร้างความเสียดายให้ผู้บริโภคชาวไทย แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกจากแดนอาทิตย์อุทัยต้องโบกมือลาตลาดเมืองไทย เพราะหากย้อนมองประวัติศาสตร์ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา มียักษ์ใหญ่ค้าปลีกญี่ปุ่นระดับตำนานต่างเคยเข้ามาสร้างแรงกระเพื่อม

ทว่าสุดท้ายต้องถอนทัพออกไปจากหลากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ‘ไทยไดมารู’ ห้างแรกที่มีบันไดเลื่อนและเครื่องปรับอากาศ ซึ่งต้องปิดตัวลงจากวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2543, ‘โซโก้’ ห้างหรูย่านราชประสงค์ที่เคยเป็นที่ตั้งของ McDonald's สาขาแรกในไทย ต้องยุติกิจการในปี 2546

‘อิเซตัน’ ณ เซ็นทรัลเวิลด์ ที่ปิดตำนานลงในวันที่ 31 สิงหาคม 2563 เวลา 21.30 น. หลังหมดสัญญาเช่า บวกกับได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19 และ ‘โตคิว’ ที่แบกรับผลขาดทุนสะสมไม่ไหว จนต้องเริ่มปิดสาขาพาราไดซ์ พาร์ค ในปี 2562 และปิดสาขา MBK Center ในวันที่ 31 ม.ค. 2564 เป็นการปิดฉาก 35 ปีในไทยอย่างสมบูรณ์

ทั้งหมดตอกย้ำให้เห็นว่า ค้าปลีกไทย คือ สมรภูมิที่มีการแข่งขันรุนแรงและมีความท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค