ดาวโจนส์พุ่งกว่า 300 จุด คลายกังวลเงินเฟ้อ หลังราคาน้ำมัน,บอนด์ยีลด์ร่วง : อินโฟเควสท์

Published on 2 ก.ย. 2026

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 300 จุด ขานรับการปรับตัวลงของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ

ณ เวลา 21.06 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] บวก 320.77 จุด หรือ 0.61% สู่ระดับ 53,087.65 จุด

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า ผู้ช่วยระดับสูงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กำลังพยายามควบคุมไม่ให้สงครามอิหร่านลุกลามบานปลายก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน เพื่อรักษาฐานเสียงของพรรครีพับลิกัน

นอกจากนี้ การพักรบอาจช่วยให้กองทัพสหรัฐมีเวลาพักฟื้นและเพิ่มคลังอาวุธที่กำลังร่อยหรอลง

แหล่งข่าวระบุว่า ทำเนียบขาวจะยกระดับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หลังการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน โดยขณะนี้ รัฐบาลสหรัฐจะมุ่งเน้นในการเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน เพื่อบีบอิหร่านให้อ่อนข้อในการเจรจาสันติภาพ หลังจากการใช้ปฏิบัติการทางทหารมานานหลายเดือนยังไม่สามารถบรรลุผลดังกล่าวได้

นายคริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐ กล่าวให้สัมภาษณ์ต่อสำนักข่าว CNBC ในวันนี้ว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีน้ำมันมากกว่า 17 ล้านบาร์เรลถูกขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์

นายไรต์กล่าวว่า ปริมาณการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคดังกล่าวเมื่อวันจันทร์สูงกว่าระดับก่อนเกิดสงคราม หากนับรวมการขนส่งผ่านท่อส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้น 58,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. หลังจากลดลง 23,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.1%

ขณะเดียวกัน ตลาดจับตารายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้

ทั้งนี้ Beige Book เป็นรายงานซึ่งจะมีการเปิดเผยก่อนการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) เป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยเป็นการประเมินภาวะเศรษฐกิจจากเจ้าหน้าที่เฟดซึ่งประจำอยู่ใน 12 เขตของสหรัฐ

นอกจากนี้ Beige Book เป็นรายงานที่มีการรวบรวมข้อมูลจากมุมมองของผู้นำธุรกิจ รวมทั้งนักเศรษฐศาสตร์และนายธนาคารในภูมิภาค ทำให้ Beige Book สามารถสะท้อนภาวะเศรษฐกิจสหรัฐในวงกว้าง

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 66.2% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 36.6% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 33.8% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนักมากถึง 63.4% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ