ศุภจี ชงนายกฯ คุย 'ทรัมป์' เร่งปิดดีลภาษีสหรัฐฯ ก่อนมาตรการ 301 หวังภาษีกรอบเดิม 19%

Published on 21 ก.ย. 2026

ศุภจี เร่งสรุปเจรจา ART ไทย–สหรัฐฯ ก่อนมาตรการ 301 เดินหน้าหวังรักษาภาษีในกรอบเดิม 19% พร้อมให้ นายกฯ หารือผู้นำสหรัฐฯ

เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่ประเทศญี่ปุ่น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึง ความคืบหน้าในการเดินทางไปฟิลิปปินส์ก่อนหน้านี้ ในการเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน รวมถึงการเดินทางไป สหรัฐอเมริกา ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือ UNGA ว่า วัตถุประสงค์หลักในการประชุมที่ผ่านมาก็มีการคุยกันหลายเรื่อง ซึ่งมีประเด็นที่หลายคนอยากทราบ ว่าด้วยเรื่องของภาษีสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านั้น ได้มีการหารือกับ นายริก สวิตเซอร์ (Rick Switzer) รองผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา และมีการคุยกันต่อเนื่องหลังจากพบปะกันที่วอชิงตันดีซี มีการสรุปกรอบหลักการของการเจรจากับ นายเจมีสัน กรีเออร์ (Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา ซึ่งรายละเอียดและเนื้อหาจะเป็นในเรื่องของทางเทคนิคที่ต้องมีการตกลงกันให้ลงตัว อาจมีประเด็นติดค้างเพียงเล็กน้อย ส่วนตัวก็ได้ไปเพื่อทำความเข้าใจและได้เขียนรายละเอียดที่ตรงกัน ทำให้ขณะนี้หลักการต่างๆนั้นไม่ได้มีอะไรติดขัด ด้านรายละเอียดนั้นไม่ได้มีความแตกต่างกับ ความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA เพราะทั้งสองฝ่ายก็ต้องระมัดระวังและทำอย่างรอบคอบ

สำหรับการเดินทางมาร่วมภารกิจกับนายกรัฐมนตรีนั้น นางศุภจี กล่าวว่า ที่ประเทศญี่ปุ่นก็จะเป็นการประชุมกับทีมประเทศไทย ในเรื่องความคืบหน้าต่างๆ เพราะประเทศไทยและญี่ปุ่น ต่างก็มีความสัมพันธ์ที่ดีมาอย่างยาวนาน และมีเรื่องของการค้าขายที่ส่วนตัวอาจจะต้องมาสนับสนุนข้อมูลกับนายกรัฐมนตรี จากนั้นก็จะเดินทางไปร่วมประชุม สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติกับนายกรัฐมนตรี ที่สหรัฐอเมริกาต่อ และจะมีโอกาสพบกับ นายเจมีสัน กรีเออร์ และ นายริก สวิตเซอร์ อีกครั้ง เพื่อสรุปการเจรจาให้เสร็จเรียบร้อย

ส่วนกระบวนการภาษีของสหรัฐฯนั้น นางศุภจี กล่าวว่าสหรัฐฯ กำลังจะมีการประกาศผลการพิจารณาข้อไต่สวน 301 ว่าด้วยเรื่องของการขึ้นภาษีและการผลิตส่วนเกิน หรือเรื่องของแรงงานบังคับ ซึ่งคาดว่าจะเจรจาให้จบก่อนที่จะมีการประกาศ 301 ของสหรัฐ เพื่อที่จะได้คงภาษีให้อยู่ในกรอบตามที่ตกลงไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว
ขณะที่ ความกังวลจากกรณีที่สหรัฐฯ เตรียมประกาศขึ้นภาษีกับ รัสเซีย และกลุ่มประเทศที่มีการซื้อน้ำมัน และพลังงานกับทางรัสเซียนั้น นางศุภจี มองว่าอาจไม่เกี่ยวกับประเทศไทยทางตรง แต่ในแง่ของภูมิศาสตร์โลกอาจจะมีความเกี่ยวข้องกันอยู่และได้รับผลกระทบทางอ้อม ขณะนี้ไทยต้องเน้นเรื่องของการเจรจากับทางสหรัฐฯให้จบ ซึ่งตัวกรอบภาษียังเป็นเป้าเดิมที่คงไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว และก็จะเป็นตัวภาษีที่ใกล้เคียงกับกลุ่มประเทศที่มีการตกลงกันแล้ว โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้านของไทย เพื่อให้ประเทศในภูมิภาคเดียวกันมีขีดความสามารถแข่งขันเท่าเทียมกัน

เมื่อถามถึงกรอบภาษีที่ทางไทยต้องการเพื่อให้เกิดการแข่งขันได้ นางศุภจี กล่าวว่า กรอบภาษีเดิมหากจำได้เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้วทางสหรัฐฯ มีการคิดภาษีสำหรับประเทศที่ทางสหรัฐฯ ขาดดุลการค้า ซึ่งประเทศไทยได้ดุลการค้าจากสหรัฐฯ เป็นอันดับที่ 11 ของโลก ฉะนั้นทางสหรัฐฯ ก็อยากใช้มาตรการภาษีที่ทำให้ประเทศของเขามีความสมดุลกับการค้าขายในกลุ่มประเทศที่สหรัฐฯ เสียดุลการค้า

นางศุภจี กล่าวว่าตอนแรกที่มีประกาศออกมา 36% แต่เมื่อมีการเจรจา ช่วงอดีตรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีการเจรจาจนได้ภาษีอยู่ที่ 19 % แต่ในรายละเอียด ณ ขณะนั้น มีการคุยกันในสิ่งที่ไม่ใช่ภาษีด้วย ซึ่งอาจจะมีบางส่วนที่ยังไม่ได้เจรจาในรัฐบาลที่แล้ว จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลปัจจุบันที่ต้องมีการเจรจาเพิ่มเติม จนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาทางศาลสูงสหรัฐฯ ระบุว่า การกำหนดภาษีของสหรัฐฯนั้น ทำไม่ถูกต้อง ทำให้สหรัฐฯ ออกเป็นมาตรการชั่วคราว โดยเรียกว่า มาตรการ 122 ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้สหรัฐฯ ยังสามารถเก็บภาษีจากประเทศอื่นๆได้ โดยเป็นการคิดภาษีเหมือนกันทุกประเทศอยู่ที่ 10% แต่ใช้ได้เพียง 150 วัน ซึ่งหมดไปแล้วเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม แต่สิ่งที่ สหรัฐฯ ทำทันทีหลังหมดมาตรการนี้ ก็คือ การออกมาตรการ 301 เพื่อดึงภาษีตัวเองขึ้นมาอีก โดยสิ่งที่ไทยต้องเจรจาด้วยก็คือ เรื่องของแรงงานบังคับ และเรื่องดัชนีการผลิตส่วนเกิน เพราะสหรัฐฯ บอกว่าไทยอาจจะไม่ได้มีการผลิตอะไรที่มากมาย

นางศุภจี กล่าวว่า ส่วนการประกาศเรื่องแรงงานบังคับได้มีการประกาศผลออกมาเรียบร้อยซึ่งไทยอยู่ที่ 12.5% แต่ประเทศเพื่อนบ้านที่มีการเจรจาไปเมื่อปีที่แล้วจะอยู่ที่ 10% ดังนั้น หน้าที่ของไทยก็คือ ต้องพยายามเจรจาให้จบเพื่อที่จะได้กลับไปอยู่ระดับเดียวกันกับประเทศเพื่อนบ้าน และเพื่อให้เกิดการแข่งขันในระดับเดียวกัน หน้าที่ของไทย ต้องพยายามเจรจาให้จบ ก่อนที่สหรัฐฯ จะมีการประกาศมาตรการ 301 ออกมา เพื่อที่จะไม่ทำให้อัตราภาษีของไทยสูงเกินประเทศเพื่อนบ้านและไม่เกินกรอบเดิมที่มีการเจรจาไว้อยู่ที่ 19%

นางศุภจี ยืนยันหลักการและรายละเอียดนั้น ได้มีการหารือจบไปแล้วจากการเดินทางไปที่กรุงวอชิงตันดีซี ซึ่งภาพรวมนี้ ส่วนตัวไม่ได้ติดใจอะไร เพียงแต่รายละเอียดเป็นเรื่องของทางเทคนิคที่ทางทีมงานจะต้องตกลงกันให้ได้ในความเข้าใจที่ตรงกัน ส่วนหลักการนั้น ส่วนตัวก็พยายามจะให้ไม่เกินกรอบเดิมที่ได้มีการตั้งไว้ อย่างไรก็ตามอาจจะขอให้นายกรัฐมนตรี เจรจาเพิ่มเติมกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพราะที่ผ่านมาไทยก็ให้ความร่วมมืออย่างดีมาโดยตลอด ซึ่งความสำคัญตรงนี้ต้องเป็นในระดับผู้นำประเทศคุยกัน