วิกฤตลำปาว! เดินหน้าปูพรม 32 กม. ล่า ‘ปลาหมอคางดำ’ ชาวบ้านชี้แค่ "เจอ แจ้ง จับ" ไม่พอ ต้องเด็ดขาด

Published on 16 ต.ค. 2026
  1. หน้าหลัก 
  2. ภูมิภาค 
  3. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

วิกฤตลำปาว! เดินหน้าปูพรม 32 กม. ล่า ‘ปลาหมอคางดำ’ ชาวบ้านชี้แค่ "เจอ แจ้ง จับ" ไม่พอ ต้องเด็ดขาด

เผยแพร่: 16 ต.ค. 2569 11:55   ปรับปรุง: 16 ต.ค. 2569 11:55   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กรมประมงเดินเกมรุกเปิดปฏิบัติการ Re-x-ray ค้นหาปลาหมอคางดำ
กาฬสินธุ์-ปฏิบัติการล่าปลาหมอคางดำ ในเขื่อนลำปาว ยังทำต่อเนื่อง ปูพรม 32 กม. รอบเขื่อน เผยยอดสะสมแล้ว 419 ตัว ชาวบ้านผวา "เจอ แจ้ง จับ" ไม่พอ ขอมาตรการเด็ดขาด กรมประมงระดมจิตอาสา ค้นหาขยายพื้นที่ 4 จุดรอบเขื่อนลำปาว ขณะที่ผู้ประกอบการแปรรูปปลากังวลหนัก หวั่นระบบนิเวศพัง


วันนี้ (16 ต.ค.) ปลาหมอคางดำ เอเลียนสปีชีส์ตัวร้าย ที่เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ยังจับได้ต่อเนื่อง ล่าสุดกรมประมงเดินเกมรุกเปิดปฏิบัติการ "Re-x-ray" ค้นหาปลาหมอคางดำครั้งที่ 2 ระดมพลจิตอาสาด้านประมงลงพื้นที่ตั้งแต่เย็นวันที่ 15 ต.ค. ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 16 ต.ค.ปฏิบัติการครั้งนี้นำโดยสำนักงานประมง จ.กาฬสินธุ์ ผนึกกำลังฝ่ายปกครองอำเภอหนองกุงศรี มีนายจารุวัตร ภูแก้ว นายอำเภอหนองกุงศรี และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมสนับสนุน

ทั้งนี้ได้ปฏิบัติการขยายวงค้นหา 4 จุดเสี่ยง ระยะทางกว่า 32 กิโลเมตร จากเดิมที่ค้นหาเฉพาะบริเวณบ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย ครั้งนี้ขยายพื้นที่ปูพรมรอบเขื่อนลำปาว เขต อ.หนองกุงศรี รวม 4 จุดสำคัญ ได้แก่บ้านนาอวน ต.หนองสรวง บ้านโคกครึม ต.หนองหิน บ้านสามขา ต.หนองบัว บ้านน้อยดอนหม่วย ต.เสาเล้า จิตอาสาใช้ทั้งแห ตุ้ม ลอบ และตาข่าย กวาดล้างตลอดทั้งคืน ผลปรากฏว่าช่วงเช้าจับปลาหมอคางดำได้อีก 2 ตัว ทำให้ยอดสะสมเป็น 419 ตัว ขณะที่ภารกิจยังไม่จบ ยังรอผลจากทีมต่างๆ ส่งเข้ามาเป็นระยะ

นางสายฝน เสียงหวาน เจ้าพนักงานประมงอาวุโส หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง สำนักงานประมง จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่าเรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ 31 ส.ค. ที่ชาวประมงพื้นบ้านจับปลาหมอคางดำได้ในเขื่อนลำปาว จากนั้นกรมประมงลงพื้นที่ให้ความรู้ชาวประมงเรื่องการสังเกตและแจ้งเบาะแสอย่างต่อเนื่อง ก่อนเปิดปฏิบัติการประมงอาสาครั้งแรกเมื่อ 18 ก.ย. ที่บ้านคำเขื่อนแก้ว พร้อมชูมาตรการ "เจอ แจ้ง จับ จบ"


ต่อมาวันที่ 26 ก.ย. นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ลงพื้นที่ด้วยตนเอง พร้อมประกาศบูรณาการ 29 หน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการเชิงรุกภายใต้คำขวัญ "ค้นให้เจอ จับให้เร็ว หยุดการแพร่กระจาย" หลังจากนั้นประมงอาสาจับปลาได้เรื่อยๆ จนยอดแตะ 417 ตัว ก่อนปฏิบัติการล่าสุดจะเพิ่มเป็น 419 ตัว

ขณะที่ปฏิบัติการ "เจอ แจ้ง จับ จบ" ดำเนินมาแล้ว 28 วัน พื้นที่พบปลากระจุกตัวใน 3 จุด ได้แก่บ้านท่าเรือ ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ บ้านนาอวน ต.หนองกุงศรี และบ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย ซึ่งพบมากที่สุด


ด้านนางสาวดุษฎี ถาบัว อายุ 50 ปี ผู้ประกอบการแปรรูปปลาเขื่อนลำปาว บ้านทับปลา ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี เล่าว่าชุมชนยึดอาชีพประมงเป็นหลัก ครอบครัวรับซื้อปลามาแปรรูปเป็นปลาส้ม ปลาเค็ม และปลาร้า ขายดีมาก โดยใช้ปลาตะเพียนเป็นวัตถุดิบหลัก บางช่วงปลาไม่พอขาย ต้องสั่งจากภาคกลาง เช่น สุพรรณบุรี และอ่างทอง ราคากก.ละ 35 บาท ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและกำไรลดลง

"รู้สึกไม่สบายใจ เพราะปลาหมอคางดำขยายพันธุ์เร็ว กินปลาเล็กและลูกปลาชนิดอื่นเป็นอาหาร อาจทำให้ปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติลดจำนวนลง และอาจสูญพันธุ์ในอนาคต เธอยอมรับว่าเครียดทุกครั้งที่ได้ยินข่าวจับปลาหมอคางดำได้รายวันอยากให้รัฐบาลมีมาตรการกำจัดขั้นเด็ดขาด หากทำเพียง "เจอ แจ้ง จับ" คงไม่จบง่าย ๆ เพราะเขื่อนลำปาวมีพื้นที่กว้างใหญ่ถึงเกือบ 6,000 ตารางกิโลเมตร” นางสาวดุษฎี กล่าว