ดื่มน้ำแจกฟรีจากปั๊ม สะสมสารพิษ-เสี่ยงมะเร็งจริงหรือ?
จากที่โลกออนไลน์มีการแชร์ และถกเถียงกันถึงประเด็น "ดื่มน้ำแจกฟรีจากปั๊มน้ำมัน เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม เนื่องจากน้ำมันระเหยเข้าสู่ขวดน้ำ อีกทั้งยังมีสารปนเปื้อนอันตราย" จนเกิดกระแส "ไม่กินน้ำดื่มที่แจกตามปั๊มน้ำมัน"
เรื่องนี้ รศ. ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาให้ข้อมูลที่แท้จริงว่า
'โอกาสที่สารเคมีต่างๆ เช่น ไอน้ำมัน ในปั๊มน้ำมันจะซึมผ่านเข้าไปในรูพรุน ของขวดน้ำดื่มที่ทำจากพลาสติก PET นั้น แม้อาจจะดูน่ากังวลในทางทฤษฏี แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันมีโอกาสน้อยมากๆๆๆ เนื่องจากทั้งขวดน้ำดื่มและน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น ไม่ได้จัดเก็บรวมกันในห้องปิดมิดชิด แต่ตั้งไว้กลางแจ้ง ไอน้ำมันระเหยออกไปในอากาศ แถมน้ำดื่มนั้นก็แจกหมดอย่างรวดเร็วในแต่ละวันด้วย'
- ขวดน้ำพลาสติกมีรูพรุนจิ๋ว ทำให้สารเคมีหรือแบคทีเรียเข้าได้ จริงหรือ?
อ.เจษฎ์ อธิบายว่า ขวดน้ำดื่มส่วนใหญ่ ผลิตจากพลาสติก PET (Polyethylene Terephthalate) ซึ่งมีความหนาแน่นสูง รูพรุนขนาดเล็ก (ประมาณ 2 นาโนเมตร) มีจริง แต่รูพรุนนี้นับว่ามีขนาดเล็กมาก จนสารเคมี เช่น ไอระเหยน้ำมัน และฝุ่นหรือเชื้อแบคทีเรีย (ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ารูพรุนมาก) ซึมผ่านได้ยาก และช้ามาก การที่น้ำในขวดน้ำดื่มที่แจก ซึ่งตั้งอยู่นอกอาคารและได้รับการแจกจ่ายไปในเวลาอันสัั้น นั้นจะได้รับสารเคมีซึมปนเปื้อนเข้าไป จนถึงระดับที่เป็นอันตราย จึงแทบเป็นไปไม่ได้ในสภาวะปกติ
- น้ำดื่มจากปั๊มน้ำมันทำให้เป็นมะเร็ง ฮอร์โมนเพี้ยน มีลูกยาก หรือตับไตพังจริงหรือ?
จากคลิปอ้างว่าน้ำดื่มที่ตากแดดในปั๊มน้ำมันอาจปล่อยสารเคมี เช่น BPA, Phthalates หรือสารก่อมะเร็ง อ.เจษฎ์ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ขวด PET มีโครงสร้างโมเลกุลที่เสถียร สารเคมีเหล่านี้ไม่หลุดออกมาง่ายๆ แม้ขวดจะถูกความร้อนที่ 40-60 องศาเซลเซียส (เช่น ในรถยนต์ที่จอดตากแดด) การวิจัยจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และงานศึกษาในต่างประเทศ (เช่น ที่ประเทศอังกฤษ ในปี 2012) พบว่า ต้องใช้ความร้อนสูงถึง 60 องศาเซลเซียส นาน 11 เดือน จึงจะมีสารเคมี หลุดออกมาในปริมาณที่เกินมาตรฐาน ซึ่งในชีวิตประจำวันแทบเป็นไปไม่ได้
คำเตือนเรื่องมะเร็ง ฮอร์โมนผิดปกติ หรือตับไตพัง อ.เจษฎ์ระบุว่า ข้อมูลเหล่านี้เกินจริง และสร้างความตื่นตระหนกเกินเหตุ หากขวดน้ำดื่มอันตรายจริง หน่วยงานสาธารณสุขคงสั่งห้ามจำหน่ายหรือแจกจ่าย ไปนานแล้ว
- ห้ามใช้ขวดน้ำดื่มชงนม ล้างแผล หรือทำอาหาร จริงหรือ?
อ.เจษฎ์แนะนำว่า น้ำดื่มจากขวดที่สะอาดและได้มาตรฐาน สามารถใช้ดื่มได้อย่างปลอดภัย แต่ไม่เหมาะสำหรับการชงนม ล้างแผล หรือทำอาหารโดยตรง
• ชงนม: ควรใช้น้ำต้มสุกเพื่อฆ่าเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนจากขั้นตอนการผลิตหรือการเก็บรักษา
• ล้างแผล: ควรใช้น้ำเกลือที่ผ่านการฆ่าเชื้อเฉพาะ ไม่ควรใช้น้ำดื่มทั่วไป เพราะอาจมีจุลินทรีย์เล็กน้อยที่ไม่เป็นอันตรายต่อการดื่ม แต่ไม่เหมาะกับแผล
• ทำอาหาร: หากต้องใช้ ควรต้มน้ำก่อนเพื่อความปลอดภัย
- ขวดน้ำที่ตากแดดในปั๊มน้ำมันหรือทิ้งไว้ในรถยนต์อันตรายหรือไม่?
อ.เจษฎ์ ย้ำว่า ขวดน้ำในปั๊มน้ำมัน มักมีการหมุนเวียนเร็ว ไม่ได้เก็บไว้นานเป็นเดือน จึงไม่น่าจะมีการสะสมสารเคมีหรือไอระเหยน้ำมันในปริมาณที่เป็นอันตราย พื้นที่ปั๊มน้ำมันเป็นที่โล่ง อากาศถ่ายเทดี โอกาสที่ไอระเหยน้ำมันจะซึมเข้าไปในขวดจึงน้อยมาก
สำหรับน้ำขวดที่ทิ้งไว้ในรถยนต์ การทดลองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พบว่า การจอดรถตากแดด 1-7 วัน ไม่ทำให้สารเคมีจากขวด PET หลุดออกมาในระดับอันตราย อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการเก็บไว้นานเกิน 1 ปี เนื่องจากขวดอาจเริ่มเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน
สำหรับกลิ่นเหม็น ที่บางคนพบในน้ำขวด ส่วนใหญ่มาจากน้ำลายหรือเชื้อจุลินทรีย์จากปากของผู้ดื่มเองที่ปนเปื้อนในขวด ไม่ใช่เชื้อโรคจากภายนอกซึมเข้าไป
ส่วนค่า pH ของน้ำที่อาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ไม่ได้ส่งผลร้ายต่อร่างกาย เนื่องจากน้ำดื่มมีค่าpH ใกล้เคียง 7 (เป็นกลาง) และร่างกายสามารถปรับสมดุลได้
ข้อสรุป น้ำดื่มจากปั๊มน้ำมันปลอดภัยหรือไม่?
" น้ำดื่มแจกฟรีจากปั๊มน้ำมันที่ได้มาตรฐานและหมุนเวียนเร็วนั้น ปลอดภัยสำหรับการบริโภค คำเตือนในคลิปไวรัลส่วนใหญ่เป็นการบิดเบือนและเกินจริง โดยเฉพาะเรื่องมะเร็ง ฮอร์โมนผิดปกติ หรือตับไตพังอย่างไรก็ตาม ควรปฏิบัติตามข้อแนะนำเพื่อความมั่นใจ เช่น เก็บขวดในที่ร่ม ดื่มให้หมดเร็ว และไม่ใช้ขวดซ้ำนานเกินไป "
ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!