หมอดูร้อง ถูกหลอกซื้อเครื่องราง จี้ตรวจชิ้นส่วนมนุษย์
หมอดูมิ้นท์ร้องเรียนผ่านรายการโหนกระแส ขอให้ตรวจสอบหมอทำเครื่องรางชื่อดัง 4 สำนัก หลังรับเครื่องรางมาขายต่อให้ลูกค้า แต่เกิดปัญหาจนถูกแจ้งความฉ้อโกง และต้องรับภาระชดใช้เงินเพียงคนเดียวกว่า 2.6 ล้านบาท โดยระบุว่าคนกลางและหมอที่เกี่ยวข้องไม่ช่วยรับผิดชอบตามที่ตกลงกันไว้ พร้อมตั้งคำถามถึงที่มาของชิ้นส่วนที่ถูกอ้างว่าเป็นอวัยวะมนุษย์ และมีการขออนุญาตจากญาติผู้เสียชีวิตจริงหรือไม่
หมอดูมิ้นท์เล่าว่า ตนเป็นหมอดูที่มีลูกค้าหลากหลายอาชีพ โดยบางส่วนต้องการหาเงินให้ได้เร็ว ลูกค้าส่วนใหญ่สนใจเรื่องความสวยความงาม คนทำงานกลางคืน รวมถึงคนในวงการบันเทิงและอินฟลูเอนเซอร์ ส่วนการดูดวงตามปกติคิดค่าบริการหลักร้อยถึงหลักพันบาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย จึงเริ่มขายเครื่องรางที่นายลิฟต์ ซึ่งเป็นคนกลางนำมาจากอาจารย์ตามสำนักต่าง ๆ ให้ โดยรู้จักกันมาประมาณ 1 ปีกว่า เครื่องรางมีหลายราคา ตั้งแต่หลักพันบาท
เมื่อหนุ่ม กรรชัย ถามว่ามั่นใจได้อย่างไรว่าปั้นเหน่งเป็นของแท้ หมอดูมิ้นท์ยอมรับว่าเป็นคนเชื่อใจคนง่าย เพราะคิดว่าคนทำอาชีพเดียวกันไม่น่าหลอกกัน โดยคนกลางระบุว่าเป็นกระดูกจากหน้าผากและรับประกันว่าเป็นของแท้ ส่วนเครื่องรางอย่างนิ้วเพชรมีความเชื่อเรื่องอำนาจ ขายชิ้นละ 3,000 บาท และกรามชิ้นละ 2,500 บาท
หมอดูมิ้นท์เผยว่า เครื่องรางจะมีการบอกราคาต่อกันเป็นทอด ๆ จากนั้นอาจขายต่อในราคาหลักหมื่น และหากเป็นลูกค้าต่างประเทศ เช่น ไต้หวันและฮ่องกง ราคาสามารถขึ้นไปถึงหลักแสนบาทได้ นอกจากนี้ ยังมีลูกค้าหญิงซื้อน้ำมันพรายไปใช้กับแฟน โดยหวังให้แฟนกลับมาหา ซึ่งหนุ่ม กรรชัย ระบุว่าลูกค้ารายดังกล่าวเคยเข้ามาพบตนด้วย และหมอดูมิ้นท์ก็ยอมรับ
สำหรับความเสียหาย หมอดูมิ้นท์ระบุว่าต้องรับผิดชอบเงินจากลูกค้าที่ซื้อเครื่องรางไปประมาณ 3 ล้านบาท ทั้งที่ตนขายเครื่องรางชุดดังกล่าวไปในราคาประมาณล้านกว่าบาท โดยคนกลางบอกให้รับผิดชอบไปก่อนแล้วค่อยคุยกัน แต่ภายหลังอ้างว่าไม่มีเงินและป่วยเป็นเส้นเลือดสมองตีบ ก่อนที่ประมาณ 2 สัปดาห์ต่อมาจะกลับมาโพสต์ขายสินค้า พร้อมบล็อกช่องทางติดต่อ ทำให้หมอดูมิ้นท์ตัดสินใจร้องเรียน
ส่วนเครื่องรางที่อ้างว่าเป็นของลับเพศชายและเพศหญิง หมอดูมิ้นท์ยอมรับว่ามองว่าสามารถนำมาขายทำกำไรได้ โดยเชื่อมั่นจากข้อมูลที่คนกลางรายงานความคืบหน้าของขั้นตอนต่าง ๆ จึงเชื่อว่าเป็นของจริง และเข้าใจว่าใช้เสริมเสน่ห์ ราคาขายอยู่ที่ประมาณ 4,000-5,000 บาท เนื่องจากสั่งซื้อครั้งละมาก ๆ จึงได้ราคาต้นทุนไม่สูง

ด้านหมอหมู รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี สวมถุงมือเพื่อตรวจดูเครื่องรางบางชิ้น โดยเฉพาะปั้นเหน่ง ระบุว่ามีความเป็นไปได้ว่าเป็นชิ้นส่วนกระดูก แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นกระดูกสัตว์หรือมนุษย์ ต้องนำไปตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ หากเป็นชิ้นส่วนมนุษย์จริงอาจมีความผิดตามกฎหมาย ส่วนชิ้นอื่น ๆ ก็ต้องตรวจสอบเช่นกัน
ขณะที่มหาหมี ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา รองประธานมูลนิธิกองทัพธรรม พิจารณาตัวอักษรบนเครื่องรางบางชิ้นแล้วให้ความเห็นว่า มีการเขียนตัวอักษรปะปนกัน บางส่วนไม่เป็นคำและดูคล้ายความพยายามเขียนให้เหมือนคาถา เพื่อให้ผู้ที่ไม่รู้ตัวอักษรเข้าใจว่าเป็นคาถา
หมอดูมิ้นท์ระบุว่า สาเหตุที่ออกมาร้องเรียน เพราะต้องการตรวจสอบว่าเครื่องรางที่ถูกอ้างว่าทำจากชิ้นส่วนมนุษย์นั้น มีการขออนุญาตจากญาติผู้เสียชีวิตจริงหรือไม่ หรือมีที่มาจากป่าช้าแห่งใด ด้านหนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า หากเป็นชิ้นส่วนศพจริง ก็อยากเห็นเอกสารอนุญาตตามที่คนกลางกล่าวอ้างว่ามีจากญาติผู้เสียชีวิต

ด้านอาจารย์บิ๊ก ซึ่งเป็นหนึ่งในสำนักที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นแหล่งที่มาของเครื่องราง ยืนยันว่าไม่ได้มีสิ่งของตามที่เป็นข่าว โดยของตนมีเพียงร็อกเก็ตบ่วงราคะ ส่วนกำไลกระดูกผีได้รับมาจากอาจารย์นุช และน้ำมันพรายขวดเล็กที่นำมาแสดงก็ไม่ใช่ของตน ทั้งยังเชื่อว่าเครื่องรางที่อ้างเป็นโยนีแห้งอาจเป็นดวงตาวัว ไม่ใช่อวัยวะเพศหญิงตามที่กล่าวอ้าง พร้อมระบุว่าหากหมอดูมิ้นท์ต้องการคืนของ ก็พร้อมรับผิดชอบ
ส่วนอาจารย์พรหมยืนยันว่า เครื่องรางจากสำนักของตนมีเพียงกะโหลกไม้ที่ทำจากไม้กระท้อน มีมวลสารและเขียนคาถากำกับ ไม่ใช่กะโหลกมนุษย์จริง โดยแกะสลักให้ดูคล้ายผีพราย พร้อมระบุว่าขายให้ในราคา 500 บาท ขณะที่หมอดูมิ้นท์เล่าว่าตนซื้อมาในราคาหลักพันบาท แต่ไม่ได้ขายต่อ ทั้งนี้ อาจารย์พรหมเคยเห็นเครื่องรางลักษณะคล้ายกันขายในราคาหลักหมื่นบาท
มหาหมียังกล่าวถึงความเชื่อเรื่องขวัญและการนำอัฐิบรรพบุรุษไว้ในบ้าน โดยมองว่าการนำชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ที่ไม่ใช่ของบรรพบุรุษมาไว้ในบ้านไม่เป็นมงคล พร้อมเตือนว่าการเกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์และมนตร์ดำอาจมีประเด็นทางกฎหมาย ซึ่งต้องพิสูจน์ด้วยหลักนิติวิทยาศาสตร์ว่าชิ้นส่วนเหล่านั้นเป็นของมนุษย์จริงหรือไม่
มหาหมีแบ่งประเด็นของเรื่องนี้ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การหลอกขายเครื่องราง ความรับผิดของหมอดูมิ้นท์ที่อาจถูกหลอกมาอีกทอดหนึ่ง และการพิสูจน์ว่าชิ้นส่วนที่นำมาขายนั้นเป็นของมนุษย์หรือไม่ โดยให้ความเห็นว่าประเด็นฉ้อโกงประชาชนอาจเกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และ 343 ทั้งนี้ ต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ต่อไป
ชมคลิป
เครดิต :
เครดิต : เนื้อหาข่าว คุณภาพดี โหนกระแส
ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!