ป.ป.ช. ชี้มูล สมศักดิ์ ตาไชย อดีตเลขาฯ สกสค. รวยผิดปกติ 35.9 ล้าน ฝากเงินบัญชีลูก 19.1 ล้าน

Published on 21 ก.ย. 2026

เมื่อวันที่ 21 กันยายน นายสุรพงษ์  อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายสมศักดิ์ ตาไชย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สกสค. ร่ำรวยผิดปกติ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 35,991,076.88 บาท

โดยข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า ระหว่างที่นายสมศักดิ์ ตาไชย ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2551 ถึงวันที่ 3 กรกฎาคม 2555 และระหว่างดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2555 – วันที่ 28 พฤษภาคม 2558

นายสมศักดิ์ตาไชย และคู่สมรส มีรายได้ตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.91) ตั้งแต่ปีภาษี 2552-2558 แสดงเงินรายได้เป็นเงินเดือนและค่าตอบแทน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 16,488,873 บาท โดยไม่ปรากฏว่า นายสมศักดิ์ ตาไชย และคู่สมรส มีรายได้ประเภทอื่นที่นอกเหนือจากรายได้ที่ได้แสดงไว้ตามแบบแสดงรายการ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาดังกล่าวแต่อย่างใด แต่มีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ หรือมีหนี้สินลดลงมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมายสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติตามหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ โดยเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของตนเอง คู่สมรส และบุตร ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จำนวน 17 รายการ รวมมูลค่า 35,991,076.88 บาท ดังนี้

1. รายการเงินฝากธนาคาร

ชื่อบัญชีของนายสมศักดิ์  ตาไชย จำนวน 1 บัญชี รวม 8 รายการ รวมเป็นเงิน 3,910,000 บาท
ชื่อบัญชีคู่สมรส จำนวน 2 บัญชี รวม 2 รายการ รวมเป็นเงิน 5,700,000 บาท

2. รายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ในชื่อของนายสมศักดิ์ ตาไชย และคู่สมรส จำนวน 4 รายการ รวมมูลค่า 5,500,000 บาท
ในชื่อของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จำนวน 2 รายการ รวมมูลค่า 19,629,100 บาท

3. รายการเงินที่นำไปชำระหนี้เงินกู้พิเศษ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเชียงใหม่ จำกัด ในชื่อบัญชีคู่สมรส เป็นเงิน 1,251,976.88 บาท

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติว่า นายสมศักดิ์  ตาไชย ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ หรือมีหนี้สินลดลงมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย สืบเนื่องมาจากการปฏิบัติตามหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 35,991,076.88 บาท ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี เพื่อขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน

และให้แจ้งคำวินิจฉัยพร้อมด้วยข้อเท็จจริงโดยสรุป ไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อสั่งลงโทษไล่ออกผู้ถูกกล่าวหาภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง โดยให้ถือว่ากระทำการทุจริตต่อหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 122 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม ต่อไป

หากไม่สามารถบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่า ร่ำรวยผิดปกติ ตกเป็นของแผ่นดินได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแล้ว ให้ขอให้ศาลบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ภายในระยะเวลาสิบปี ตามนัยมาตรา 125 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ด้วย