ปกครองเมืองมุกฯร่วมสืบภาค 4 บุกโกดังยึดไฟแช็กปลอมแบรนด์ดังกว่า 1 หมื่นชิ้น ลอบขายผ่าน TikTok

Published on 11 ต.ค. 2026
  1. หน้าหลัก 
  2. ภูมิภาค 
  3. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

ปกครองเมืองมุกฯร่วมสืบภาค 4 บุกโกดังยึดไฟแช็กปลอมแบรนด์ดังกว่า 1 หมื่นชิ้น ลอบขายผ่าน TikTok

เผยแพร่: 11 ต.ค. 2569 11:39   ปรับปรุง: 11 ต.ค. 2569 11:49   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



มุกดาหาร – ฝ่ายปกครองเมืองมุกดาหาร สนธิกำลังสืบสวนภาค 4 และหน่วยความมั่นคง ลุยตรวจค้นโกดังพื้นที่ ต.นาสีนวน ตรวจยึดไฟแช็กปลอมเครื่องหมายการค้า TAIYO กว่า 10,000 ชิ้น ชี้แอบลักลอบขายผ่านแอปฯ ดัง TikTok ด้านแหล่งข่าวเผยทำมานาน 2–3 ปี ขณะที่ตัวแทนเจ้าของแบรนด์ลงพื้นที่ติดตามคดีด้วยตัวเอง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2569 เวลา 10.00 น. นางสาวธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง นำชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง “สิงห์เมืองมุก” และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (ร้อย อส.อ.เมืองมุกดาหาร 2) สนธิกำลังร่วมกับ ตำรวจ กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.4, ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร, ตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่

เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดมุกดาหาร เข้าตรวจค้นโกดังเก็บสินค้า เลขที่ 103 บ้านบุ่งอุทัย หมู่ 10 ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร หลังจากการสืบสวนเชิงลึกของ กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.4 พบเบาะแสการลักลอบจำหน่ายไฟแช็กที่สงสัยว่า ปลอมเครื่องหมายการค้า "TAIYO" ของบริษัท ไทยเมอร์รี่ จำกัด ผ่านแอปพลิเคชัน TikTok ทางออนไลน์ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานจนทราบแกะรอยสถานที่ใช้จัดเก็บสินค้าเพื่อรอแพ็กส่งให้ลูกค้า ก่อนเข้าจู่โจมตรวจค้นดังกล่าว


จากการเข้าตรวจค้นภายในโกดัง เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้หลายรายการ ประกอบด้วย

1. ไฟแช็กปลอมเครื่องหมายการค้า TAIYO รวมประมาณ 10,730 ชิ้น( สินค้าบรรจุกล่อง 166 กล่อง ประมาณ 8,300 ชิ้น)
 ถาดใส่ไฟแช็ก 45 ถาด (ประมาณ 2,250 ชิ้น),บรรจุห่อพลาสติกกันกระแทกพร้อมส่ง 99 ห่อ (ประมาณ 180 ชิ้น) 2. หน่วยความจำ SD Card จำนวน 2 ชิ้น 3. กล่องพัสดุสำหรับบรรจุสินค้า จำนวน 3 แพ็ค (รวม 600 ชิ้น) 4. เจ้าของแบรนด์เกาะติดคดี – พบเบาะแสทำมาแล้ว 2–3 ปี


รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า ก่อนหน้านี้เคยมีการตรวจยึดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในลักษณะนี้มาแล้วกว่า 200 ลัง ซึ่งทางเจ้าของเครื่องหมายการค้าไม่ได้ปล่อยผ่าน และได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหารด้วยตนเองเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารการยึดครั้งก่อน เพื่อยืนยันความเชื่อมโยงกับโกดังที่เข้าตรวจค้นล่าสุด


นอกจากนี้ จากการสอบถามแหล่งข่าวในพื้นที่ระบุว่า กลุ่มเครือข่ายดังกล่าวมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายสินค้าปลอมในลักษณะนี้มานานประมาณ 2–3 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเรื่องระยะเวลาดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่จะนำไปสอบสวนขยายผลร่วมกับพยานหลักฐานทางคดีต่อไป เบื้องต้น การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการบันทึกตรวจยึดของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลติดตามตัวผู้กระทำความผิด และตรวจสอบความเชื่อมโยงของเจ้าของโกดังมารับโทษต่อไป