
ราคาทองร่วงลงหลุดระดับ 4,300 ดอลลาร์ในวันนี้ โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
ณ เวลา 23.35 น.ตามเวลาไทย ราคาทองสปอต [GOLD.X] ลบ 52.55 ดอลลาร์ หรือ 1.21% สู่ระดับ 4,287.03 ดอลลาร์/ออนซ์
ส่วนราคาสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลบ 58.10 ดอลลาร์ หรือ 1.33% สู่ระดับ 4,318.30 ดอลลาร์/ออนซ์
ทั้งนี้ ดอลลาร์ที่แข็งค่าจะลดความน่าดึงดูดของทอง ทำให้สัญญาทองมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น ส่วนการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ จะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นทะลุระดับ 5% แตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปีในวันนี้ หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของสหรัฐที่แข็งแกร่ง ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความวิตกกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ทั้งนี้ เอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 58.4 ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 62 เดือน จากระดับ 56.0 ในเดือนส.ค.
ดัชนี PMI ยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้การขยายตัวของภาคธุรกิจสหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของภาคการผลิตและภาคบริการ โดยมีการเพิ่มขึ้นของการจ้างงานและคำสั่งซื้อใหม่ ขณะที่ภาคธุรกิจยังคงมีความเชื่อมั่นต่อการขยายตัวของอุปสงค์และภาวะเศรษฐกิจ
ดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้น ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 57.0 ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 52 เดือน จากระดับ 53.9 ในเดือนส.ค. โดยดัชนี PMI อยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะขยายตัวของภาคการผลิต
ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 58.7 ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 59 เดือน จากระดับ 56.5 ในเดือนส.ค. โดยดัชนี PMI อยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะขยายตัวของภาคบริการ
นอกจากนี้ ราคาทองถูกกดดันจากการกล่าวถ้อยแถลงสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของนายไมเคิล บาร์ สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด
ทั้งนี้ นายบาร์กล่าวในวันนี้ว่า เขาคาดว่าเฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
“ตลาดแรงงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงมีความแข็งแกร่ง แต่เงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเรา และยังไม่มีแนวโน้มที่ชัดเจนว่าจะกลับเข้าสู่เป้าหมายภายในระยะเวลาที่เหมาะสม”
“ยิ่งไปกว่านั้น มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ ขณะที่ความเสี่ยงต่อตลาดแรงงานลดลงแล้ว” นายบาร์กล่าว และเสริมว่า “ในกรณีพื้นฐานที่ผมคาดการณ์ไว้ มีแนวโน้มว่าเราจำเป็นต้องปรับนโยบายเพื่อให้มั่นใจว่าเงินเฟ้อจะลดลงสู่เป้าหมายภายในระยะเวลาที่เหมาะสม เราต้องการสนับสนุนการเติบโตที่ยั่งยืนและต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการจ้างงานเต็มศักยภาพและรักษาเสถียรภาพด้านราคา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อเป้าหมายดังกล่าว”
นายบาร์กล่าวถึงการที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าเป็นการดำเนินการที่สำคัญสำหรับนโยบายการเงิน ซึ่งก่อนหน้านี้อยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมในการนำเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% ของเฟด
นายบาร์กล่าวถ้อยแถลงดังกล่าว ขณะที่เอสแอนด์พี โกลบอล รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 58.4 ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 62 เดือน จากระดับ 56.0 ในเดือนส.ค. ขณะเดียวกัน แรงกดดันด้านราคาก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2565
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ