วันนี้ (9 ต.ค.2569) ตำรวจร่วมกับฝ่ายปกครอง นำกำลังเข้าตรวจค้น บ้านพักแห่งหนึ่งใน แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร หลังสืบทราบว่า เป็นที่พักอาศัยของ ครอบครัวชาวจีน ประกอบด้วย นายอี้หลง แซ่จาง น.ส.จินกุ้ย หลี่ ภรรยา และบุตรชาย อายุ 13 ปี รวม 3 คน โดยพบว่าบุตรชายได้สัญชาติไทยไม่ถูกต้อง
คดีนี้มาจากการขยายผลหลังครอบครัวดังกล่าว จะเดินทางไปประเทศจีน แต่การจะพาเยาวชนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะออกนอกประเทศได้ จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง แต่ปรากฏว่ากรณีนี้ลูกชายของนายอี้หลง มีชื่อพ่อเป็นคนไทย ชื่อนายวุฒิชัยจึงไม่สามารถเดินทางไปได้ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพบพิรุธ จึงตรวจสอบร่วมกับหลายหน่วยงานจนทราบว่า เด็กชายผู้เป็นลูกนั้นได้รับสัญชาติไทยจากขบวนการพ่อทิพย์ โดยให้นายวุฒิชัยเป็นผู้รับรองบุตร จึงจับกุมนายวุฒิชัย มาสอบสวนดำเนินคดี
จากนั้นจึงนำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว จนพบนายอี้หลงและภรรยา
รวบชาวจีนสวมสิทธิ์คนไทยโยงพ่อทิพย์ พบเงินหมุนเวียนกว่า 400 ล้าน
จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายวุฒิชัยอ้างว่า ก่อนหน้านี้เคยคบหากับแม่ของเด็ก แล้วก็เลิกรากันไป จนมาทราบว่าอดีตแฟนสาวตั้งครรภ์กับตนเอง หลังคลอดได้ติดต่อขอให้ไปทำเรื่องรับรองบุตร ซึ่งตนก็ยินดีไปดำเนินการให้ ปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการพ่อทิพย์ และไม่ได้รับเงินค่าจ้างแต่อย่างใด
ส่วนนายอี้หลง ระบุว่า ได้คบกับแม่ของเด็กมานาน 13 ปี โดยเข้าใจมาตลอดว่า เด็กคนดังกล่าวไม่ใช่ลูกของตัวเอง แต่มาทราบความจริงตอนที่ถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองดำเนินคดี ซึ่งต้องมีการตรวจดีเอ็นเอ และผลออกมาว่า เด็กเป็นลูกของตัวเอง
ส่วนการได้สัญชาติไทยของตน นายอี้หลงอ้างว่า แม่เลี้ยงเป็นผู้ดำเนินเรื่องให้ทั้งหมด เนื่องจากพ่อเสียชีวิตไปนานแล้ว ซึ่งบัตรที่ได้เป็นบัตรประชาชนที่เลข ขึ้นต้นด้วยเลข 5 เป็นการเพิ่มชื่อ ตั้งแต่ปี 2532 ก่อนจะทำบัตรประชาชนย้อนหลังในปี 2557 โดยมีที่อยู่ใน อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ส่วนทรัพย์สินเงินทองต่าง ๆ ที่ได้มานั้นมาจากการทำธุรกิจนำเข้าสินค้าจากจีน, ทำทัวร์คนจีน และจำหน่ายวัตถุมงคลให้คนจีน
จากการสืบสวนทราบว่า ปัจจุบันนายอี้หลงเป็นนายหน้ารับจ้างทำบัตรเลข 0, 6 และ 8 ให้กับชาวต่างชาติ และถือหุ้นร้อยละ 51 ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 3 คน ได้แก่ นายอี้หลง ภรรยา และชายผู้รับรองการเกิด ตำรวจพบว่าครอบครัวนี้เงินหมุนเวียนรวมกันกว่า 430 ล้านบาท
ขณะที่อีกจุดจับกุมชายชาวเมียนมาซึ่งมีประวัติเชื่อมโยงกับกลุ่มสแกมเมอร์ และเคยถูกจับกุมฐานซุกซ่อนเงินสดกว่า 23 ล้านบาทเตรียมลักลอบนำออกนอกประเทศทางด่านศุลกากรแม่สาย ชายคนนี้ได้สวมสิทธิบัตรเลข 0 โดยนำชื่อเข้าทะเบียนบ้านของวัดแห่งหนึ่งใน อ.แม่สาย เมื่อปี 2559 จากการนำกำลังเข้าตรวจค้นวัดดังกล่าว เจ้าหน้าที่จับกุมพระภิกษุต่างด้าวผิดกฎหมายได้ 19 รูป พร้อมดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสในข้อหาให้ที่พักพิงแก่คนต่างด้าว และนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังจับกุมชายชาวจีน 2 คน ที่หลบหนีหมายจับจากทางการจีนเข้ามาในประเทศไทย และลักลอบทำบัตรเลข 0 ในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย การขยายผลนำไปสู่การออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการรวม 14 คน ซึ่งรวมถึงอดีตเจ้าหน้าที่รัฐอย่างปลัดอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน ลูกจ้าง และพยานผู้รับรองด้วย
อ่านข่าว :
หิ้วกลับไทย "เผ่าเผด็จ" อดีตผู้บริหาร ปตท.สผ.หนีคดีสินบนข้ามชาติ "โรลส์-รอยซ์"
ดีเอสไอ ค้น "ชาบัด" ย่านสุขุมวิท-ถ.พระอาทิตย์ ส่อใช้นอมินี - เลี่ยงภาษี
"พิชิต-วิน-ทศพร" ผู้ต้องหาทุจริตสอบฯ พ้นเรือนจำ เหตุ ป.ป.ช.ส่งฟ้องไม่ทัน