รัฐ-เอกชน หนุนเก็บค่าธรรมเนียมต่างชาติ 450 บ. คืนรายได้ปีละ 8 พันลบ.

Published on 6 ต.ค. 2026

รัฐ-เอกชน ประสานเสียงหนุนเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามรอย 80 ประเทศทั่วโลก คืนรายได้กว่าปีละ 8 พันล้านบาท พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว พร้อมประกันภัยนักท่องเที่ยว ช่วยลดภาระภาษีคนไทย เตรียมเคาะรูปแบบการจัดเก็บ ก่อนชงบอร์ดนโยบายท่องเที่ยว ส่งต่อที่ประชุม ครม.

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานที่ประชุมหารือแลกเปลี่ยนแนวทางจัดเก็บ ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อรับฟังความเห็นจากภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ต่อเนื่องจากการรับฟังความคิดเห็นผ่านช่องทางออนไลน์ที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 69 ซึ่งมีผู้เห็นด้วยกับร่างประกาศการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 80.50% โดยกระทรวงฯ จะนำข้อมูลทั้งสองส่วนไปพิจารณากำหนดแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียม การจัดทำประกันภัยเพื่อลดภาระค่ารักษาของรัฐ และนำรายได้ไปจัดสรรเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ผ่านกองทุนที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า การท่องเที่ยว เป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยตั้งแต่ต้นปี ก.ย. 69 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยแล้วกว่า 22 ล้านคน สร้างรายได้มากกว่า 1 ล้านล้านบาท การรักษาความเชื่อมั่นจึงต้องครอบคลุมทั้งความปลอดภัยของผู้เดินทางและคุณภาพของแหล่งท่องเที่ยว ผลการรับฟังครั้งนี้ จะช่วยให้เราออกแบบนโยบายในการสร้างรายได้ให้กับภาคการท่องเที่ยว ตลอดจนการจัดหาประกันภัยที่คุ้มครองนักท่องเที่ยว และบรรเทาภาระของสถานพยาบาล ลดภาระภาษีประชาชน พร้อมนำรายได้ไปดูแลแหล่งท่องเที่ยว และชุมชนอย่างทั่วถึง

สำหรับร่างประกาศฯ เสนอจัดเก็บในอัตรา 450 บาท/คน เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าเกณฑ์ ที่เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางอากาศเมื่อประกาศมีผลบังคับใช้ และชะลอทางบก-ทางน้ำไว้ 1 ปี รายได้จะเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยส่วนหนึ่ง จะนำไปจัดหาประกันภัยคุ้มครองนักท่องเที่ยวผู้ชำระค่าธรรมเนียม ครอบคลุมกรณีเสียชีวิต และค่ารักษาพยาบาลตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มความคุ้มครอง อีกส่วนหนึ่ง จะนำไปใช้ฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณประจำปีเพียงช่องทางเดียว

ส่วนรายได้หลังหักค่าจัดเก็บ และค่าประกันภัย คาดว่าจะมีเม็ดเงินอย่างน้อยราว 8,000 ล้านบาท สำหรับนำไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย การหารือครั้งนี้ ได้รับข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ว่าเงินกองทุนควรสนับสนุนพื้นที่ ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไรให้ทั่วถึง พร้อมข้อเสนอในการกำหนดหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลการใช้เงินให้ตรวจสอบได้

ในส่วนของผลการรับฟังความคิดเห็นออนไลน์ ระหว่างวันที่ 24 ส.ค.-28 ก.ย. 69 มีผู้ร่วมแสดงความเห็น 5,954 คน โดย 80.50% เห็นด้วยกับร่างประกาศฯ และ 78.30% เห็นด้วยกับอัตรา 450 บาท/คน ส่วนประเด็นที่ยังเห็นต่าง คือ การเก็บอัตราเท่ากันทั้งทางอากาศ ทางบก และทางน้ำ ด้านวิธีจัดเก็บ ส่วนใหญ่ (36.26%) เห็นด้วยกับช่องทางการจัดเก็บผ่านบัตรโดยสาร เพื่อลดขั้นตอนและความล่าช้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง

โดยข้อมูลเปรียบเทียบ ระบุว่า กว่า 80 ประเทศ มีการจัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างกัน ทั้งในยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และบาหลี สำหรับไทย มีเป้าหมายให้ผู้มาเยือนร่วมสมทบค่าใช้จ่ายด้านความปลอดภัยและการดูแลแหล่งท่องเที่ยว เพื่อลดการพึ่งพาภาษีคนไทยเพียงทางเดียว

ทั้งนี้ ประกันภัยภายใต้มาตรการนี้ มุ่งคุ้มครองนักท่องเที่ยวที่ชำระค่าธรรมเนียม กระทรวงฯ จึงเน้นออกแบบประกันภัย ที่สถานพยาบาลตรวจสอบสิทธิและเบิกจ่ายได้จริง เพื่อลดค่ารักษาที่เรียกเก็บไม่ได้ และภาระภาษีประชาชน พร้อมตรวจสอบปีฐานและขอบเขตตัวเลขกับหน่วยงานสาธารณสุข

ในส่วนของภาคเอกชน เสนอให้กำหนดอัตราที่ไม่กระทบการตัดสินใจเดินทาง จัดเก็บโดยไม่เพิ่มความล่าช้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง พิจารณาข้อยกเว้นสำหรับผู้ค้าชายแดน และผู้เดินทางข้ามแดนประจำ และสื่อสารสิทธิและเงื่อนไขกรมธรรม์ให้ชัด แม้ประเมินว่านักท่องเที่ยวกว่า 80% โดยเฉพาะจากยุโรป และอเมริกา มีประกันเดินทางอยู่แล้ว ภาคเอกชนยังขอให้เปิดเผยรายรับ การเบิกจ่าย ค่าประกันภัย และผลการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งกองทุนรับไปพิจารณากลไกกำกับดูแลให้ตรวจสอบได้

รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงฯ จะประมวลข้อเสนอจากเวทีหารือ ร่วมกับผลการรับฟังออนไลน์ เพื่อให้ร่างประกาศฯ มีความสมบูรณ์ที่สุด ก่อนเสนอคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีตามลำดับ พร้อมหารือสายการบิน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และผู้ที่เกี่ยวข้อง เรื่องวิธีการจัดเก็บ การกำหนดข้อยกเว้น แนวทางการจัดหาประกันภัย และการใช้จ่ายเงินกองทุน

ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมเสนอความคิดเห็น เพื่อให้มาตรการช่วยลดภาระรัฐ นำรายได้กลับไปดูแลแหล่งท่องเที่ยว และบริหารเงินอย่างโปร่งใส โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นที่ตั้ง นายสุรศักดิ์ ระบุ

สำหรับการประชุมในวันนี้ มีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เข้าร่วมหารือ พร้อมตัวแทนภาครัฐ และเอกชน อาทิ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมหอการค้าจีน กลุ่มเซ็นทรัล เดอะมอลล์ กรุ๊ป สยามพิวรรธน์ คิง เพาเวอร์ แพลทินัม กรุ๊ป สมาคมโรงแรมไทย สายการบินนานาชาติ และบริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น

โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์