วันนี้ (16 กันยายน) การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานการประชุม ในวาระพิจารณารับทราบผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ 2567 และ 2568
อดิศร เพียงเกตุ สส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า รายงานของ กกต. ปี 2567 และ 2568 ในครั้งนี้ช่างประจวบเหมาะกับสถานการณ์ทางสังคมการเมือง ที่เลื่อนมาแล้ว กกต. ได้วินิจฉัยเรื่องที่ประชาชนสนใจ วันนี้ทางสภาก็มารับลูกต่อ ตนเป็นผู้แทนราษฎรในขณะที่ยังไม่มี กกต. ตอนนั้นเราอยากให้มี กกต. อยากให้มีคนมาดูแลการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม จนในที่สุดก็มี กกต. โดยมีสโลแกนว่า โปร่งใส ยุติธรรม และเป็นกลาง
แต่สถานการณ์ทางการเมืองในวันที่ 14 กันยายน ซึ่งท่านมีหน้าที่ในการดูแลการเลือกตั้ง ปี 67 ในการได้มาซึ่ง สว. มีปัญหา โดย กกต. ได้วินิจฉัยแล้ว ซึ่งปกติน่าจะจบ สังคมรับได้ แต่การวินิจฉัยของกกต. เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมาจบแล้วแต่ไม่จบ และเป็นครั้งแรกที่ ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. มาแถลงข่าวร่วมกับรองเลขาธิการ กกต. หากวันนี้มีตัวแทน กกต. 1 ใน 7 มาร่วมแถลงในที่ประชุมสภาด้วยก็คงดี
อดิศรยังกล่าวว่า มติที่ประชุม กกต. 5 ต่อ 2 เสียง บอกว่า 77 มีความผิด ส่วน 2 เสียง บอกว่ามี 229 คนไม่เว้นหน้าอิฐหน้าพรม มีความผิดทั้งนั้น ต้องส่งศาลฎีกา
โดยกฎหมายให้ถือเสียงข้างมาก แต่กฎหมายประชาชนตามไม่ทัน ประชาชนอยากให้ฟ้อง 229 คน เสียงข้างน้อย ก็แผลงฤทธิ์ ออกมาแถลงข่าวน่าเชื่อถือ ตนจึงมองว่าขณะนี้เราอยู่ในวิกฤตศรัทธา องค์กรอิสระ กกต. ที่ตนหวังไว้ เดี๋ยวนี้ความศรัทธาจากประชาชนจะหมดแล้ว หรือจะไม่มีในอนาคต
ความศรัทธาประการที่สอง คือสมาชิกวุฒิสภา ถ้ามีที่มา มีเรื่องมีราวเช่นนี้ จะมีต่อหรือไม่มี ก็อยู่ในความสนใจของประชาชน ตนพูดว่าประชาชนกำลังเข้าใจว่า สว. มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ เหมือนไส้ติ่ง ศรัทธานี้สะเทือนระบอบประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยเมื่อเป็นแกนนำรัฐบาล เราได้ทำเรื่องนี้ เอาจริงเอาจัง จนรัฐมนตรีถูกฟ้องร้อง และบริสุทธิ์ในโอกาสต่อมา พร้อมย้ำว่า วิกฤตศรัทธาร้ายแรง กกต. ถ้าแตกต่างทางความคิดกันอย่างนี้จะเดินกันอย่างไร
จากนั้น อดิศรได้อ่านกลอนว่า “กกต. แตกคอต่างความคิด เสียงข้างมากวิปริตผิดข้างน้อย ฮั้ว สว. ล้างความผิดปิดร่องรอย ปล่อยปลาใหญ่ ฆ่าปลาสร้อยปลาซิวตาย”
อดิศรกล่าวต่อว่า ตนอยากให้มี กกต. ที่บริสุทธิ์ ที่มาของท่านมีข้อสงสัยว่ามาจาก สว. ที่มาจากต้นเหตุ 4 ท่านวินิจฉัยแล้วเขาไม่เชื่อ เหลือแต่ศาลฎีการะบบไต่สวนจะเรียกพยานหลักฐานมากู้ศรัทธาขึ้นมา ที่ตนพูดเพราะอยากให้ระบบประชาธิปไตยเดินต่อไปได้ เราจะถือเสียงข้างมากตามกฎหมาย หรือสังคมจะถือเอาความเชื่อ ความศรัทธาเสียงข้างน้อยเป็นหลัก และที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง พรรคเพื่อไทยอยากให้ระบอบประชาธิปไตยเดินต่อไปได้ อยากให้มีหลักการที่มั่นคง ไม่ใช่เอาชนะคะคาน เล่นการเมือง ได้เวลา กระทืบซ้ำกัน โดยไม่ห่วงความเสียหายที่เกิดขึ้นของชาติบ้านเมือง
“ผมขอให้กำลังใจประธานสภา ให้กำลังใจฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล กกต. เรียกความศรัทธาคืนมานะครับ ผมเสียงไม่เต็มที่แต่ตนอยากได้ความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย ความศรัทธาต่อ สว. ซึ่งเสียงข้างมากชี้ผิด 26 คน ท่านทำหน้าที่ต่อไปไม่ได้แล้ว นี่คือความศรัทธา อยากให้ความศรัทธาต่อ สว. ต่อ กกต. ต่อสภา ผู้แทนราษฎร ต่อพรรคการเมือง ต่อฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ กลับคืนมา ขอให้ประชาธิปไตยจงเจริญ” อดิศรกล่าว
ABOUT THE PHOTOGRAPHER
ศวิตา พูลเสถียร
ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD