
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนจ.) แถลงข่าวการจัดงาน "ปิยมหาราชานุสรณ์ 2569 : พระคุณของแหล่งเรียนมา...จุฬาลงกรณ์" เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ณ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายใต้แนวคิด From Gratitude to Giving จากความกตัญญูสู่การส่งต่อ ตั้งเป้าระดมทุน 20 ล้านบาท เพื่อสมทบทุนจุฬาสงเคราะห์ ทุนอาหารกลางวัน และสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมของ สนจ. ส่งต่อโอกาสให้นิสิตเรียนดี ประพฤติดี โดยเปิดรับบริจาคตลอดเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2569
บรรยากาศภายในงานชวนคนไทยย้อนเวลากลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2451 ในวาระที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 40 ปี ชาวสยามทั่วแผ่นดินได้แสดงน้ำใจร่วมกันเรี่ยไรเงินได้ราว 1,200,000 บาท เพื่อสร้างพระบรมรูปทรงม้าน้อมเกล้าฯ ถวาย เมื่อหักค่าจัดสร้างแล้ว ยังเหลือเงินเกือบหนึ่งล้านบาทเรียกกันว่า "เงินหางม้า" ที่ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานเงินก้อนนี้ พร้อมที่ดินอีก 1,309 ไร่ เป็นทุนก่อตั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงทำให้สยามประเทศเกิดมีมหาวิทยาลัยแห่งแรกขึ้น ในปี พ.ศ. 2459
ศาสตราจารย์ ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์ รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า "นอกจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ที่ได้พระราชทานกำเนิดและทรงสถาปนาขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศแล้ว เรายังได้รับน้ำใจจากประชาชนทั้งแผ่นดินด้วย มหาวิทยาลัยแห่งนี้จึงเป็นผลลัพธ์ของการให้ และคำว่า 'โอกาส' ก็เป็นหัวใจของที่นี่มาตั้งแต่แรก เราเชื่อว่านิสิตเก่าคือขุมพลังที่มีค่าที่สุดของมหาวิทยาลัย และยินดีอย่างยิ่งที่วันนี้ได้เห็นนวัตกรรมทางสังคมอย่าง CUTE Academy เกิดขึ้น เป็นเครื่องยืนยันความตั้งใจของพี่นิสิตเก่าที่กลับมาช่วยมหาวิทยาลัยดูแลบ่มเพาะนิสิตให้พร้อมออกไปรับใช้สังคมไปด้วยกัน"
ด้าน ดร.ณัฐพล รังสิตพล นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า "พวกเรานิสิตเก่าเปรียบเหมือนลูกของบ้านหลังนี้ ที่ได้รับการเลี้ยงดูเป็นอย่างดีจนเติบใหญ่ สมบูรณ์พร้อมด้วยคุณวุฒิและวัยวุฒิ ก้าวออกไปเผชิญโลกกว้างตามวิถีของแต่ละคน และเมื่อมีโอกาส ก็ได้กลับมาร่วมไม้ร่วมมือกันอีกครั้ง เพื่อทดแทนพระคุณของแหล่งเรียนมา ความกตัญญูที่แท้จริงไม่ควรเป็นเพียงความรู้สึกที่เก็บไว้ในใจ แต่ควรแสดงออกมาเป็นการกระทำ ประชาชนที่ร่วมกันบริจาคจนเกิดเป็นเงินหางม้าเมื่อร้อยกว่าปีก่อน หลายคนอาจไม่ทันได้เห็นมหาวิทยาลัยแห่งนี้เกิดขึ้น แต่ชาวจุฬาฯ ทุกคนก็ถือเป็นหนี้น้ำใจของคนที่เราไม่เคยรู้จัก สนจ. จึงตั้งใจสนับสนุนมหาวิทยาลัยในทุกมิติ ทั้งดูแลน้องนิสิตผ่านทุนจุฬาสงเคราะห์และทุนอาหารกลางวันอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มกิจกรรมรูปแบบใหม่ที่ชวนทั้งพี่และน้องมารับใช้สังคมด้วยกัน ผมจึงอยากชวนชาวจุฬาฯ ทุกวัย มาร่วมกันส่งต่อโอกาสให้น้องนิสิตรุ่นใหม่อีกครั้ง เช่นเดียวกับที่พวกเราได้รับมา"

ดร.นรินทร์ เผ่าวณิช ประธานคณะกรรมการดำเนินงานปิยมหาราชานุสรณ์ 2569 กล่าวว่า "หัวใจของ From Gratitude to Giving คือการเปลี่ยนความกตัญญูให้เป็นการให้ และการให้นั้นต้องงอกเงยเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เราตั้งเป้าหมายระดมเงินบริจาคให้ได้ 20 ล้านบาทในปีนี้ เพื่อนำไปใช้ใน 3 ส่วน ส่วนแรกคือทุนจุฬาสงเคราะห์ ที่มอบให้นิสิตที่สมควรได้รับโอกาสตั้งแต่ปีแรกจนจบการศึกษาโดยไม่มีข้อผูกมัด ส่วนที่สองคือทุนอาหารกลางวัน ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่ปี 2515 และดูแลนิสิตให้ได้อิ่มท้องมาแล้วกว่าหมื่นคน ส่วนที่สามคือกิจกรรมเพื่อสังคมของ สนจ. ผ่าน CUTE Academy ที่ให้น้องนิสิตได้ฝึกรับใช้สังคมตั้งแต่ยังเรียนอยู่ โดยมีพี่นิสิตเก่าเป็นพี่เลี้ยง ทั้งหมดนี้คือการสร้างคน ให้คนได้ออกไปสร้างชาติของเราต่อไป"
คุณศักดิ์ชัย ยอดวานิช อุปนายก สนจ. กล่าวถึงกิจกรรมเนื่องในวันปิยมหาราช 23 ตุลาคม 2569 ว่า ภาคเช้าจะมีพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล จุฬาฯ และพระบรมรูปทรงม้า ลานพระราชวังดุสิต ภาคค่ำจะมีงานกาล่าดินเนอร์ “CU Legacy: A Night of Giving” ณ ศาลาพระเกี้ยว ภายในงานมีปาฐกถาพิเศษ ทอล์คการกุศล คอนเสิร์ตจาก CU Band และนิทรรศการ ไฮไลท์คือการประมูลการกุศลพระบรมรูปสมเด็จพระปิยมหาราช ผลงานชิ้นเอกของคุณวัชระ ประยูรคำ "ผมได้มอบพระบรมรูปองค์นี้ให้ สนจ. เพื่อชวนทุกคนย้อนรำลึกถึงเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ที่เงินหางม้าซึ่งเหลือจากการน้อมเกล้าฯ ถวายพระบรมรูปทรงม้า ได้ก่อเกิดเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยของเรา คืนวันที่ 23 ตุลาคมนี้ ขอให้พระบรมรูปอีกองค์หนึ่งได้กลายเป็นทุนสร้างคนรุ่นใหม่ของจุฬาฯ ต่อไปเช่นกัน ช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อให้โอกาสน้องนิสิตที่เรียนดีและทำดีเพื่อสังคมของเรา" คุณศักดิ์ชัยกล่าว
นอกจากนี้ยังได้เปิดไลน์อัพกิจกรรมใหญ่ตลอดแคมเปญปีนี้ ได้แก่ กิจกรรมออนไลน์ "ถึงนิสิตในพระปรมาภิไธย จุฬาลงกรณ์" ชวนนิสิตเก่าส่งภาพเก่าสมัยเป็นนิสิตมาจัดทำมิวสิกวิดีโอเพลง "จามจุรีประดับใจ" เวอร์ชันใหม่ ส่งภาพเข้ามาได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 22 ตุลาคม 2569 ต่อด้วยงาน “CU Legacy Invitation” รวมพลังนิสิตเก่า 66 รุ่น ในวันที่ 17 ตุลาคม 2569 เวลา 12.00–16.00 น. ณ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ และปิดท้ายด้วยรายการออนไลน์ “CU Flag Talk เรื่องเล่าผ่านผืนธง” 10 ตอน น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งล้นเกล้าสองรัชกาล ระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม ถึง 25 พฤศจิกายน 2569 ทางเพจ Chula Alumni และ Chulalongkorn University
ภายในงานยังมีเหล่าน้องพี่จุฬาฯ คนรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงหลากหลายวงการร่วมงานคับคั่ง ได้แก่ เอฟ รัฐพงศ์ ปิติชาญ ศิลปินจากรายการ Golden Song, ภีม ลลนา สิริบุญญากุลย์ Miss Thailand International 2026, หยู บัลลังก์ ทับทิมแดง นักกีฬาเทควันโดเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20, ขนมจีบ ณัฐกมล วาสนา และอิม พัชรกัญน์ พูลเกิด นักกีฬาเทควันโดเหรียญทองแดงเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 รวมถึงสองพี่น้องศิลปินวง FAVIQ เจฟ กิตติ์ธริทธิ์ และโจ กิตติ์นรัตน์ พรเทพารักษ์ ขณะที่ทีมนิสิต CUTE Academy ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย, ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, Impulse Bangkok และมูลนิธิ Saturday School ขึ้นเวทีนำเสนอผลลัพธ์จากกิจกรรมเพื่อสังคมรูปแบบใหม่ที่ได้ร่วมกันทำจริง
จุฬาฯ และ สนจ. ขอเชิญชาวจุฬาฯ และผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ร่วมสานต่อพลังแห่งการให้ ด้วยการบริจาคเงินตามกำลังศรัทธาสมทบทุนจุฬาสงเคราะห์ ทุนอาหารกลางวัน และสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมของ สนจ. ผ่านระบบ e-Donation ในนามมูลนิธิสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยฯ เพียงสแกน QR Code นี้ ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 และได้สิทธิลดหย่อนภาษี ทุกยอดบริจาค 5,000 บาท เลือกรับเสื้อที่ระลึกประจำปีได้ 1 ตัว และทุกยอดบริจาค 2,000 บาท เลือกรับภาพวาดต้นฉบับ Pop Art ได้ 1 ภาพ ส่งสลิปบริจาคเพื่อเลือกรับของที่ระลึกได้ที่ LINE OA “Chula Alumni”
