
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ (10 ต.ค.) ว่า ทางกระทรวงฯ กำลังดำเนินการตรวจสอบว่า บรรดาเครือข่ายสถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาดระดับรัฐบาลกลางหรือไม่ ภายหลังสถานีโทรทัศน์เหล่านี้ร่วมมือกันคว่ำบาตรไม่ส่งทีมงานร่วมรายงานข่าวในระบบผู้สื่อข่าวหมุนเวียนประจำทำเนียบขาว เพื่อตอบโต้กรณีที่ฝ่ายบริหารสั่งเพิกถอนบัตรประจำตัวผู้สื่อข่าวจาก 3 องค์กรข่าว ซึ่งรวมถึงสถานีโทรทัศน์ CNN
รายงานระบุว่า เครือข่ายสถานีโทรทัศน์ 5 ช่องใหญ่ที่ตกเป็นเป้าหมายการสอบสวนในครั้งนี้ ประกอบด้วย ABC, CBS, CNN, NBC และ Fox News
โฆษกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า
“พฤติกรรมการรวมหัวคว่ำบาตรระหว่างกลุ่มธุรกิจที่เป็นคู่แข่งทางการค้า อาจเข้าข่ายการละเมิดกฎหมายป้องกันการผูกขาดเชอร์แมน (Sherman Act)”
“กองคดีต่อต้านการผูกขาด (Antitrust Division) กำลังดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาว่าองค์กรสื่อเหล่านี้มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมายต่อต้านการผูกขาดจริงหรือไม่”
จับตาแรงกดดันทางกฎหมาย ปมรัฐบาลทรัมป์งัดข้อสื่อกระแสหลัก
การเปิดฉากสอบสวนในครั้งนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดระลอกล่าสุด ระหว่างคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับองค์กรสื่อสารมวลชนระดับแถวหน้าของสหรัฐฯ โดยที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ มักออกมาตราหน้าสื่อกระแสหลักว่าเป็น “เฟคนิวส์” อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมักเปิดศึกวิวาทะกับผู้สื่อข่าวระหว่างการสัมภาษณ์
นอกจากนี้ การขยับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าของกระทรวงยุติธรรมยังถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณกดดัน ทั้งในมิติด้านคดีความและภาระค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย เพื่อบีบให้เครือข่ายสื่อมวลชนต้องส่งทีมงานกลับเข้ามารายงานข่าวภารกิจของผู้นำสหรัฐฯ อย่างปฏิเสธไม่ได้ แม้สำนักข่าวเหล่านั้นจะไม่เห็นชอบกับแนวทางการจำกัดสิทธิ์ของทำเนียบขาวก็ตาม
ย้อนรอยชนวนเพิกถอนบัตรสื่อ สู่การพร้อมใจหยุดทำ “พูลข่าว”
สำหรับลำดับเหตุการณ์ความตึงเครียดตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีดังนี้:
- 19 ก.ย. 2569: ทำเนียบขาวออกคำสั่งห้ามผู้สื่อข่าวจาก CNN, Politico และ MS NOW เข้าพื้นที่ทำเนียบขาว พร้อมริบและเพิกถอนบัตรอนุญาตทำข่าว โดยทำเนียบขาวอ้างว่า การเข้าทำข่าวประธานาธิบดีถือเป็น “สิทธิพิเศษ ไม่ใช่สิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย” ส่งผลให้ทั้ง 3 องค์กรข่าวตัดสินใจยื่นฟ้องร้องต่อศาล โดยระบุว่าคำสั่งดังกล่าวละเมิดบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ครั้งที่ 1 (First Amendment) ที่คุ้มครองเสรีภาพสื่อมวลชน และถือเป็นการใช้อำนาจกลั่นแกล้งเพื่อแก้แค้นการทำหน้าที่รายงานข่าว
- โดยปกติแล้ว CNN เป็น 1 ใน 5 เครือข่ายโทรทัศน์ ร่วมกับ ABC, CBS, Fox News และ NBC ที่ร่วมกันจัดตั้งระบบ “พูลข่าวโทรทัศน์ทำเนียบขาว” (White House Television Pool) ซึ่งเป็นความร่วมมือในการแชร์งบประมาณและสลับผลัดเปลี่ยนกันส่งทีมงานเข้าไปบันทึกภาพภารกิจของประธานาธิบดีในพื้นที่จำกัด ก่อนจะกระจายสัญญาณภาพให้แก่สถานีโทรทัศน์ทั่วประเทศ
- หลังเกิดคำสั่งแบน เครือข่ายโทรทัศน์ทั้ง 5 แห่ง ซึ่งรวมถึงสถานีโทรทัศน์ Fox News ได้แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับเพื่อนร่วมวิชาชีพด้วยการพร้อมใจกันระงับการทำหน้าที่ในระบบพูลข่าวโทรทัศน์ทั้งหมด และปฏิเสธที่จะส่งทีมงานเข้าไปทำหน้าที่แทน
- 24 ก.ย. 2569: ทิโมธี เคลลี ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยว่า คำสั่งตัดสิทธิ์สื่อของทำเนียบขาวมีแนวโน้มที่จะขัดต่อรัฐธรรมนูญ พร้อมออกคำสั่งให้ฝ่ายบริหารคืนสิทธิ์และคืนบัตรประจำตัวสื่อแก่ผู้สื่อข่าวในทันที อย่างไรก็ดี ข้อพิพาทเกี่ยวกับการจำกัดการเข้าถึงกิจกรรมเฉพาะบางงานของประธานาธิบดี รวมถึงปัญหาการจัดสรรโควตาการปฏิบัติหน้าที่ของทีมข่าวพูล ยังคงเป็นประเด็นขัดแย้งยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต