
นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวในการเสวนา “MRTA Future Connect ก้าวต่อไปของ รฟม.” ว่า รฟม.จะผลักดันโครงการระบบขนส่งมวลชนระบบรางในเมืองหลักภูมิภาค ที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของรัฐบาลเพื่อสร้างความแข็งแกร่งเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในภูมิภาค
ปัจจุบัน รฟม. ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนในเมืองหลักภูมิภาคจำนวน 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต นครราชสีมา พิษณุโลก และสงขลา เป็นจังหวัดล่าสุด ที่ รฟม. ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบโครงการฯ ซึ่งระบบขนส่งมวลชนในเมืองภูมิภาคมีปัจจัยหลายด้าน ทั้งด้านผังเมืองของจังหวัดต่างๆ การจัดการจราจรและระบบคมนาคมที่มีอยู่เดิม วิถีชีวิต พฤติกรรมการเดินทาง สภาพภูมิศาสตร์และสภาพอากาศ ฯลฯ ที่ส่งผลต่อการประมาณการจำนวนผู้โดยสาร (Ridership Forecast) งานออกแบบแนวเส้นทาง งานคัดเลือกระบบขนส่งมวลชน การประเมิน ด้านความคุ้มค่าในทุกมิติ ตลอดจนการประสานความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในท้องถิ่น
ทั้งนี้ รถไฟฟ้าภูมิภาค น่าจะเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ก่อน ต่อด้วยภูเก็ตและนครราชสีมา แต่ต้องรอผลศึกษาก่อน ขณะที่การจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้รถไฟฟ้าเดินทาง มีข้อจำกัด โดยเฉพาะเรื่องค่าโดยสาร ที่ต้องกำหนดให้เหมาะสมกับความสามารถในการจ่ายของแต่ละพื้นที่ และต้องบูรณาการเชื่อมต่อกับขนส่งอื่นที่เป็นทางเลือกเพื่อให้สะดวกที่สุด รถไฟฟ้าสงขลา มีการออกแบบที่กระทบผิวจราจรน้อย แนวเส้นทางผ่าน CBD แต่ยังมีจุดที่ต้องปรับปรุง เช่นการเชื่อมกับสถานีรถไฟหาดใหญ่ (รถไฟทางไกล) ที่มีระยะห่างกว่า 9 กม. รวมถึงปรับเป็นทางระดับช่วงนอกเมืองเพื่อลดต้นทุน
อย่างไรก็ตาม รถไฟฟ้าสงขลา ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.สงขลา) ศึกษาโครงการไว้ 10 ปีแล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินการจนรายงาน EIA หมดอายุไปเมื่อต้นปี 2569 ขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนการเสนอตรา พ.ร.ฎ. ให้ รฟม. ดำเนินกิจการรถไฟฟ้าในจังหวัดสงขลา ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอยู่ระหว่างนำร่าง พ.ร.ฎ. ดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไปตามขั้นตอน หลังพ.ร.ฎ. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา รฟม. จะจัดหาที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการศึกษาทบทวนรายละเอียดความเหมาะสมและออกแบบโครงการฯ ช่วงต้นปี 2570 ศึกษาประมาณ 1 ปี แผนงานเบื้องต้นคาดเสนอครม.ขออนุมัติปี 2572 จากนั้นเป็นขั้นตอนคัดเลือกเอกชน รูปแบบ PPP คาดเริ่มก่อสร้างปี 2574 เปิดให้บริการปี 2578
ส่วนการตัดสินใจลงทุนระบบขนส่งมวลชน 5 จังหวัดในภูมิภาคนั้น นายกาจผจญ กล่าวว่า เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านการเงิน ดังนั้น รฟม.จะศึกษารูปแบบลงทุนควบคู่ไปกับการหารือกับท้องถิ่น และกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เพื่อนำรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV Bus) มาทดลองวิ่งตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าและตำแหน่งจอดที่กำหนดก่อน เพื่อดูพฤติกรรมการใช้บริการว่ามีความสอดคล้องกับการศึกษาแค่ไหน โดยก่อนหน้านี้ จ.ภูเก็ต ให้บริการ รถ EV Bus แล้ว เชียงใหม่อยู่ระหว่างหาผู้เดินรถ และที่ สงขลา อบจ.ได้เริ่มนำรถ EV Bus มาให้บริการในเขตเมืองและรอบเมือง ค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสายแล้วเช่นกัน นครราชสีมาและพิษณุโลกอยู่ในขั้นตอนเตรียมจัดหา
*ทบทวนโมโนเรล สงขลา
นางอัญชลี คงสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองวางแผนโครงการรถไฟฟ้า รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนา โครงการรถไฟฟ้า รฟม. กล่าวว่า โครงการระบบขนส่งมวลชน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีจุดเริ่มต้นจาก อบจ.สงขลามีแนวคิดที่จะนำระบบรถไฟฟ้าโมโนเรล แบบคร่อมรางเข้ามาใช้เพื่อยกระดับการเดินทางให้แก่ประชาชน โดยร่วมมือกับ สำนักวิจัยและบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในการศึกษา ออกแบบโครงการฯ
แนวเส้นทางเริ่มต้นจากแยกคลองหวะ มุ่งไปตามแนวถนนกาญจนวนิช จนถึงแยกคอหงส์ และมุ่งต่อไปตามแนวถนนเพชรเกษมจนถึงสถานีรถตู้ ระยะทางรวม 12.54 กิโลเมตร มีสถานี จำนวน 12 สถานี โดยมีโรงจอดและศูนย์ซ่อมบำรุง 1 แห่ง ที่สถานีคลองหวะ และมีจุดเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่ง 3 แห่ง ที่สถานีคลองหวะ สถานีคอหงส์ และสถานีรถตู้ วงเงินลงทุน 16,186.01 ล้านบาท (ไม่รวมตัวรถ)
ในการศึกษาทบทวน จะคำนึงถึงบริบทปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงไป พบว่า จังหวัดสงขลามีความหนาแน่น ของประชากรสูง โดยส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอหาดใหญ่ ใช้พาหนะส่วนตัวเดินทางเป็นหลัก ต้องประเมินพฤติกรรม ตลอดจนแนวโน้มการขยายตัว ของเมือง เพราะจะมีผลต่อประมาณการจำนวนผู้โดยสาร การกำหนดอัตราค่าโดยสารที่สอดคล้องกับนโยบายช่วยลดภาระค่าครองชีพของรัฐบาล
และนำบทเรียนจาก มหาอุทกภัยในพื้นที่เมื่อปี 2568 มาวิเคราะห์และประเมินผลกระทบก่อนการออกแบบโครงการฯ ให้มีความปลอดภัย หากออกแบบและวางผังใช้รถไฟฟ้าเป็นเส้นทางช่วยเหลือช่วงน้ำท่วม โดยรฟม. จะมีการลงพื้นที่หาดใหญ่ เพื่อจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนต่อไป
โครงการฯ นี้สามารถเปิดให้บริการได้ ประชาชนในพื้นที่จะได้รับผลประโยชน์ทางตรงคือ การประหยัด ค่าใช้จ่ายในการใช้ยานพาหนะ ประหยัดเวลาการเดินทาง และจะช่วยบรรเทามลพิษทางอากาศลงได้ นอกจากนี้ยัง ได้รับผลประโยชน์ทางอ้อมคือ กระตุ้นการพัฒนาเมือง ส่งเสริมการลงทุน ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ตลอดจนช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและการพัฒนาเศรษฐกิจของหาดใหญ่
โดย คลฦ/รัชดา คงขุนเทียน