"ไชยชนก" ชี้คุมดาต้าเซ็นเตอร์ แบ่ง 5 ประเภท ยึดตามปริมาณการใช้ไฟฟ้า-ซื้อจาก Direct PPA คิดเรตถูกกว่า

Published on 1 ต.ค. 2026

“ไชยชนก” ชี้คุมดาต้าเซ็นเตอร์ แบ่ง 5 ประเภท ยึดตามปริมาณการใช้ไฟฟ้า-ซื้อจาก Direct PPA คิดเรตถูกกว่า คาด 4 อนุฯ สรุปผล สัปดาห์หน้า ก่อนเสนอบอร์ด และเข้าครม. ต่อไป

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ วันนี้ (1 ต.ค.) ได้ข้อสรุปเบื้องต้นเรื่องการจัดประเภทดาต้าเซ็นเตอร์ 5 ประเภท ตามปริมาณการใช้ไฟฟ้า จากเดิมที่ 3 ประเภท

“การจัดประเภทนั้นคำนึงถึงการใช้ไฟฟ้าและน้ำมัน ความปลอดภัย ปริมาณไฟที่ถูกดึงมาใช้งาน การกักตุนน้ำมัน จำนวนเท่าไร ลักษณะแบบใด” นายไชยชนก กล่าว

นายไชยชนก กล่าวว่า การประชุมได้สรุปเรื่องกฎเกณฑ์ด้านพลังงาน กรณีเรตการซื้อไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ โดยคำนึงและผลักดันเรื่อง Net Zero และ Green Energy รวมทั้งการใช้แบตเตอรี่ด้วย “มี 2 เรต คือ หากซื้อไฟจาก Direct PPA หรือ Green Energy จะถูกกว่า จากการผลักดันให้ใช้ Green Energy แต่หากซื้อไฟปกติจะมีเรตแพงกว่า”

นอกจากนี้ยังมีความคืบหน้าเรื่องการบูรณาการข้อมูลเกือบครบทั้งหมดแล้ว เพื่อให้เป็น Dashboard ที่เห็นตรงกัน กล่าวคือได้ข้อมูลจาก 12 หน่วยงาน และยังขาดข้อมูลจากอีก 6 หน่วยงาน ทำให้เห็นภาพรวมชัดเจนมากขึ้น รวมทั้งมีการ Cleansing ข้อมูลทับซ้อน เกี่ยวกับดาต้าเซ็นเตอร์ที่เปิดอยู่ ซึ่งตอนนี้พบว่ามี 26 แห่ง นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่กำลังก่อสร้าง และกำลังยื่นขออนุมัติอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปในการประชุมวันนี้ยังไม่เป็นที่สิ้นสุด ทั้งนี้ผู้ประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ที่ไม่เข้าเกณฑ์ต้องปรับ และจะให้เวลาปรับตัว โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

“เมื่อเกณฑ์ยังไม่ได้สรุป 100% จึงยังสรุปไม่ได้ว่ามีกี่รายที่ผ่านหรือไม่ผ่านเกณฑ์ แต่เบื้องต้นคาดว่ามีหลายรายที่อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ต้องลงทุนใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงปรับตัว” นายไชยชนก กล่าว

ขณะที่ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า คณะอนุกรรมการฯ ด้านพื้นที่และอาคาร การจัดระเบียบพื้นที่และผังเมือง จะมีการประชุมในวันอังคาร (6 ต.ค.) และจะส่งให้คณะอนุกรรมการฯ ของนายไชยชนก ต่อไป เพื่อรวบรวมข้อมูลและเสนอต่อคณะกรรมการฯ อีกครั้ง

นายพลพีร์ คาดว่า ทั้ง 4 คณะอนุกรรมการฯ จะสรุปผลภายในสัปดาห์หน้า ให้เป็นไปตามกรอบเวลา 1 เดือนที่กำหนด และเสนอต่อคณะกรรมการฯ อีกครั้ง ก่อนเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป