เกาหลีใต้เริ่มบังคับใช้มาตรการปราบปรามการขาย ‘บัตรคอนเสิร์ต’ ต่อในราคาสูง โดยเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เรียกเก็บค่าปรับสูงสุดถึง 50 เท่าของยอดขายทั้งหมด พร้อมเพิ่มโทษทางอาญาและเงินรางวัลสำหรับผู้แจ้งเบาะแส ท่ามกลางปัญหา ‘ตั๋วคอนเสิร์ตผี’ ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในอุตสาหกรรม K-pop
- จากคอนเสิร์ต BTS สู่คดีรีเซลล์บัตร K-pop นับพันใบ
- ปิดช่องโหว่กฎหมายเดิม เอาผิดได้ แม้ไม่ใช้โปรแกรมช่วยกดบัตร
จากคอนเสิร์ต BTS สู่คดีรีเซลล์บัตร K-pop นับพันใบ
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ตำรวจเกาหลีใต้เปิดเผย 2 คดีที่เกี่ยวข้องกับการกว้านซื้อบัตรคอนเสิร์ต K-pop เพื่อนำไปขายต่อในราคาสูง โดยหนึ่งในนั้นเป็นคดีของหญิงวัย 30 ปี หลังตำรวจตรวจพบพฤติกรรมผิดปกติระหว่างการจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตของ BTS
ทั้งนี้ ตำรวจเริ่มตรวจพบพฤติกรรมของผู้ต้องสงสัยเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยรายงานของ The Korea Herald ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยสามารถซื้อบัตรคอนเสิร์ต BTS THE COMEBACK LIVE | ARIRANG ได้ถึง 9 ใบด้วยวิธีผิดปกติ ก่อนที่ตำรวจจะเข้าตรวจสอบและสามารถสกัดได้ทันก่อนนำบัตรทั้งหมดไปขายต่อ
จากการขยายผล เจ้าหน้าที่พบว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้ใช้โปรแกรมช่วยกดบัตรอัตโนมัติซื้อบัตรคอนเสิร์ต K-pop 2,600 ใบ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2023 – มีนาคม 2026 โดยโปรแกรมดังกล่าวช่วยให้ซื้อบัตรได้เร็วกว่าคนอื่น ขณะที่ยังใช้บัญชีของญาติและคนรู้จักเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดการซื้อบัตรต่อคนอีกด้วย
ตำรวจประเมินว่า ผู้ต้องสงสัยมีรายได้จากการกระทำผิดราว 442 ล้านวอน (ประมาณ 10.5 ล้านบาท) โดยขณะนี้ ทางการได้ขออายัดทรัพย์สินที่เชื่อว่าเป็นผลประโยชน์จากการกระทำผิดไว้ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี
นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจนครบาลอุลซานยังเปิดเผยอีกหนึ่งคดี โดยผู้ต้องสงสัยเป็นชายวัย 30 ปี หลังถูกกล่าวหาว่า พัฒนาโปรแกรมช่วยกดบัตรอัตโนมัติขึ้นเอง เพื่อกว้านซื้อบัตรคอนเสิร์ตของศิลปิน K-pop มากกว่า 1,700 ใบ จากเว็บไซต์จำหน่ายบัตรรายใหญ่ 3 แห่ง ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2024 – เดือนตุลาคม 2025
จากการสอบสวนพบว่า ผู้ต้องสงสัยซื้อบัญชีที่ลงทะเบียนในชื่อชาวต่างชาติจำนวน1,198 บัญชีผ่าน Telegram ในราคาบัญชีละ 30,000 วอน (ประมาณ 714 บาท) เพื่อนำมาใช้ซื้อบัตรและหลีกเลี่ยงข้อจำกัดจำนวนบัตรต่อบัญชี
รายงานของ Seoul Economic Daily ระบุว่า โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นสามารถทำงานได้ตั้งแต่การกดบัตร การหลีกเลี่ยงระบบ CAPTCHA ชำระเงินด้วยบัตรเครดิต ไปจนถึงการนำบัตรไปประกาศขายต่อบนแพลตฟอร์มมือสองโดยอัตโนมัติ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังระบุว่า ระบบดังกล่าวทำให้ผู้ต้องสงสัยสามารถซื้อและนำบัตรออกขายต่อได้ประมาณ 70-80 ใบภายในเวลาเพียง 1 นาที อีกทั้งยังนำไปขายในราคาสูงกว่าราคาหน้าบัตรประมาณ 3-13 เท่า โดยบัตรที่ขายแพงที่สุดมีราคา 2.73 ล้านวอน (ประมาณ 65,000 บาท) หรือ 13 เท่าของราคาปกติ
ตลอดระยะเวลา 1 ปี รายงานยังชี้ว่า บุคคลดังกล่าวทำกำไรสุทธิราว 420 ล้านวอน (ประมาณ 10 ล้านบาท) ขณะที่ตำรวจตรวจค้นบ้านพักและพบเงินสดประมาณ 200 ล้านวอน (ประมาณ 4.76 ล้านบาท) อยู่ภายในตู้เซฟ และอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีบุคคลอื่นร่วมขบวนการหรือไม่
ปิดช่องโหว่กฎหมายเดิม เอาผิดได้ แม้ไม่ใช้โปรแกรมช่วยกดบัตร
ก่อนหน้านี้ เกาหลีใต้มีกฎหมายควบคุมการขายบัตรต่ออยู่แล้ว แต่มีข้อจำกัดสำคัญ คือ สามารถเอาผิดได้เฉพาะกรณีที่บัตรถูกซื้อโดยใช้โปรแกรมช่วยกดบัตรอัตโนมัติเท่านั้น ทำให้การขายบัตรต่อผ่านวิธีการอื่นอาจไม่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายเดิม
อย่างไรก็ตาม วันนี้ (28 สิงหาคม) กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวเกาหลีใต้ เริ่มบังคับใช้กฎหมายฉบับใหม่ที่ขยายขอบเขตการเอาผิดให้กว้างกว่าเดิม โดยไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่า ผู้กระทำผิดใช้โปรแกรมช่วยกดบัตรอัตโนมัติอีกต่อไป
กฎหมายใหม่ครอบคลุมพฤติกรรม 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ การใช้วิธีการทางเทคนิคเพื่อหลีกเลี่ยงหรือรบกวนกระบวนการซื้อบัตรอย่างเป็นธรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อนำบัตรไปขายต่อ และการนำบัตรไปขายต่อในราคาสูงกว่าราคาหน้าบัตร โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้จำหน่ายบัตรต้นทาง
ในส่วนของโทษทางอาญา ผู้กระทำผิดอาจถูกจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 10 ล้านวอน (ประมาณ 238,000 บาท) รวมถึงถูกยึดผลประโยชน์ที่ได้จากการกระทำผิด ขณะที่กระทรวงยังสามารถเรียกเก็บค่าปรับเพิ่มเติมในอัตรา 2-50 เท่าของยอดขายทั้งหมด โดยจำนวนค่าปรับจะขึ้นอยู่กับจำนวนบัตรและราคาที่ขายต่อ
นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ยังเพิ่มหน้าที่ให้แพลตฟอร์มจำหน่ายบัตรและตัวกลางออนไลน์ โดยต้องตรวจสอบตัวตนของผู้ซื้อ เปิดช่องทางให้ผู้ใช้งานแจ้งเบาะแส และนำประกาศขายที่ถูกรายงานออกภายใน 24 ชั่วโมง หรือภายใน 10 ชั่วโมง หากเป็นกรณีเร่งด่วนที่กระทรวงกำหนด
ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังเพิ่มเงินรางวัลเพื่อจูงใจให้ประชาชนแจ้งเบาะแส โดยผู้ที่แจ้งการซื้อบัตรโดยมิชอบสามารถได้รับเงินรางวัลสูงสุด 50 ล้านวอน (ประมาณ 1.19 ล้านบาท) ส่วนผู้ที่แจ้งการขายบัตรโดยมิชอบสามารถได้รับเงินรางวัลสูงสุดถึง 50% ของค่าปรับที่เรียกเก็บจากผู้กระทำผิด
อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้ยังไม่ครอบคลุมบัตรชมภาพยนตร์ บัตรหรือคูปองที่พัก รวมถึงบัตรแฟนมีตติง ขณะที่กระทรวงยอมรับว่า ชาวต่างชาติที่ดำเนินการซื้อขายทั้งหมดจากนอกเกาหลีใต้ก็อาจไม่อยู่ภายใต้เขตอำนาจของกฎหมายดังกล่าว
ภาพ: Matrix Images/Jung Ui-Chel via Reuters Connect
อ้างอิง:
- https://www.koreaherald.com/article/10855447
- https://en.sedaily.com/society/2026/08/27/man-resells-1700-idol-concert-tickets-at-up-to-13-times
- https://www.koreaherald.com/article/10853221
ABOUT THE AUTHOR
อัยย์ลดา แซ่โค้ว
Content Creator กองบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ THE STANDARD