กองทัพบกแถลงเหตุความไม่สงบชายแดนใต้ ชี้เจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอสำหรับเหตุ 51 จุด ยืนยันข่าวกรองไม่ล้มเหลว

Published on 24 ส.ค. 2026

วันนี้ (24 สิงหาคม 2569) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม และ พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวร่วมกันหลังจากที่ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางตรวจเยี่ยมที่กองบัญชาการกองทัพบก ถึงกรณีที่ กอ.รมน.ภาค 4 รายงานว่าเหตุความไม่สงบ 51 จุด ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา เมื่อวาน

พลตรี วินธัย กล่าวว่า กรณีที่มีการก่อเหตุกว่า 51 จุด ในเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวพร้อมกันในหลายพื้นที่ และไม่ได้มีความรุนแรงหรือเป้าประสงค์ต่อชีวิตประชาชน แต่เป็นการปฏิบัติเพื่อหวังผลทางจิตวิทยา 

ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่า เมื่อมีการก่อเหตุคืนเดียวกว่า 51 จุด เจ้าหน้าที่หายไปไหนหมด พลตรี วินธัย ตอบว่า  หากเปรียบเทียบพื้นที่กับจำนวนเจ้าหน้าที่ แล้วนำมาหารเฉลี่ยพบว่า ‘ไม่เพียงพอ’

หลักทั่วไปของ กอ.รมน. ต้องใช้ควบคู่กับงานด้านการข่าว ซึ่งงานด้านการข่าวปัจจุบันก็ยังสามารถทำได้ แต่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพ เพราะการก่อเหตุส่วนใหญ่ไม่ใช่พื้นที่ชุมชนและมักไม่ใช่พื้นที่เพ่งเล็งสูง โดยขึ้นอยู่กับยุทธวิธีและความเข้มข้นในการดูแลพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง 

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า การข่าวยังไม่แม่นนั้น พลตรี วินธัย กล่าวว่า โดยลักษณะการปฏิบัติที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรู้ได้ทั้งหมดจากงานด้านการข่าว ซึ่งในแต่ละจังหวัดมีหลายพื้นที่ แต่ละพื้นที่ก็มีหลายอำเภอ แต่จังหวัดนราธิวาสถือเป็นจังหวัดที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากที่สุด พร้อมยอมรับว่า “เจ้าหน้าที่มีไม่พอเพียง โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน”

โดยการข่าวมีอยู่หลายระดับ ตั้งแต่ระดับพื้นที่และการข่าวในระบบ ซึ่งการก่อเหตุลักษณะอย่างนี้ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าต้องเพิ่มการข่าวในระดับเหตุการณ์เล็กๆ ซึ่งการทำงานของหน่วยข่าวมีลักษณะสอดประสานกัน โดยข้อมูลทางด้านการข่าวถือว่ามีประโยชน์ ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า  ‘ประชาคมข่าว’ เพราะจะเห็นการบูรณาการทางด้านการข่าวมากที่สุด และเชื่อว่าไม่น่าจะใช่ระบบการข่าวสั่นคลอน ซึ่งเรียกว่า ‘แยกกันทำ แต่รวมกันคิด’

สุดท้ายนี้ พลตรี วินธัย ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นเจ้าหน้าที่รัฐ และขอยืนยันว่างานด้านการข่าวไม่ได้ล้มเหลว ซึ่งความพยายามของผู้ก่อเหตุมีค่อนข้างสูง เพราะรู้ว่าคำถามเหล่านี้จะย้อนกลับไปที่เจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้สังคมกดดันเจ้าหน้าที่รัฐ ส่งผลให้แนวทางการแก้ไขปัญหาเข้าทางฝ่าย แต่สถานการณ์ในภาพรวมจากสถิติยังดีอยู่ การสูญเสียชีวิตทรัพย์สิน หากเทียบกับอดีต ถือว่ามีการพัฒนาที่ดีขึ้น