มหาดไทย บุกตรวจ ‘577 Club’ ผับนอมินีจีนเทา ย่านห้วยขวาง

Published on 30 ส.ค. 2026
  1. หน้าหลัก 
  2. อาชญากรรม 
  3. ข่าวอาชญากรรม 

มหาดไทย บุกตรวจ ‘577 Club’ ผับนอมินีจีนเทา ย่านห้วยขวาง

เผยแพร่: 30 ส.ค. 2569 13:46   ปรับปรุง: 30 ส.ค. 2569 13:46   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



มท.2 และมท.4 นำชุดปฏิบัติการมหาดไทย จู่โจมบุกตรวจ ‘'577 Club’ ผับนอมินีจีนเทา ย่านห้วยขวาง เจอยาเสพติด นักเที่ยวชาวจีน ซ้ำเคยโดนสั่งปิดมาแล้ว

เมื่อเวลา 01.30 น.วันที่ 29 สิงหาคม 2569  นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) และ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) เปิดปฏิบัติการ สิงห์ปราบ มังกรทมิฬ เข้าตรวจสอบสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการชื่อ “577 Club” (หรือที่รู้จักในชื่อ ผับจีนห้วยขวาง) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เขตห้วยขวาง กทม.

ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากกรมการปกครองได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่า สถานประกอบการดังกล่าวมีพฤติการณ์ลักลอบเปิดให้บริการโดยผิดกฎหมาย ปล่อยปละละเลยให้มีการใช้ยาเสพติด และจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ชุดปฏิบัติการพิเศษจึงได้ส่งสายลับลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569

จากการสืบสวนพบว่า 577 Club เป็นสถานบันเทิงขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับนักเที่ยวได้หลายร้อยคน แบ่งพื้นที่ให้บริการหลายโซน รวมถึงห้องระดับ VIP โดยไม่มีใบอนุญาตตั้งสถานบริการตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังพบว่าสถานประกอบการแห่งนี้เคยถูกจับกุมมาแล้ว แต่ยังคงกลับมาเปิดให้บริการซ้ำในพื้นที่เดิม โดยเปิดรับนักเที่ยวต่อเนื่องไปจนถึงเวลา 04.00 น.

ซึ่งเจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลตรวจสอบคือ ความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนต่างชาติ โดยระหว่างการสืบสวนพบพนักงานชาวเวียดนามหลายรายที่สื่อสารภาษาจีนได้ และมีบุคคลสัญชาติจีนแสดงพฤติการณ์เป็นผู้สั่งการหรือบริหารจัดการภายในร้าน และพบว่ามีการอ้างชื่อ "โจ้ ดส."เป็นพ่อบ้าน

นอกจากนี้ ยังตรวจพบว่าทางร้านมีช่องทางรับชำระค่าอาหารและเครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศ ทั้ง Alipay และ WeChat โดยปรากฏชื่อผู้รับเงินในนามนิติบุคคล บริษัท แสงมังกรทอง จำกัด รวมถึงการโอนผ่านบัญชีบุคคลธรรมดาอีกหลายราย เจ้าหน้าที่จึงเตรียมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น แหล่งที่มาของเงินลงทุน และผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง ว่ามีการใช้โครงสร้างตัวแทนอำพราง เพื่อให้บุคคลต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงกฎหมายไทยหรือไม่ในการเข้าตรวจค้นเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมพื้นที่และตรวจสอบผู้ใช้บริการนับร้อยคนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ผลการตรวจสารเสพติดในร่างกายพบผู้มีปัสสาวะสีม่วงจำนวนหนึ่ง และยังพบยาเสพติดตกกระจายอยู่บริเวณพื้นของสถานประกอบการ เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

ขณะเดียวกัน การตรวจสอบเอกสารของพนักงานต่างชาติ พบผู้ที่ทำงานผิดประเภทหรือทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวพนักงาน ผู้ดูแล และผู้ที่เกี่ยวข้องส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี โดยเบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหาหลัก 5 ข้อหา

1.ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509
2.จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยฝ่าฝืนหลักเกณฑ์และเวลาที่กฎหมายกำหนด
3.ความผิดตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558 เกี่ยวกับการควบคุมสถานบริการ
4.คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่จะทำได้
5.รับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ผู้ที่ตรวจพบสารเสพติดในร่างกายหรือยาเสพติดของกลาง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามประมวลกฎหมายยาเสพติดพร้อมสืบสวนขยายผลเพื่อหาแหล่งที่มาของยาเสพติดและเครือข่ายดังกล่าว