พาณิชย์สั่ง 6 ห้างค้าปลีกยักษ์ เพิ่มสต็อกสินค้า สกัดของขาดช่วงน้ำท่วม

Published on 16 ต.ค. 2026

พาณิชย์สั่ง 6 ห้างค้าปลีกยักษ์ เพิ่มสต็อกสินค้า สกัดของขาดช่วงน้ำท่วม

นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 กรมการค้าภายในได้ประชุมศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ (War Room) ด้านสินค้าอุปโภคบริโภค ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้มีข้อสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ติดตามปริมาณและราคาสินค้า รวมทั้งสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

โดยจัดตั้งศูนย์ Single Command เพื่อเป็นศูนย์กลางในการติดตาม ประเมินสถานการณ์ และเร่งแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกระทรวงพาณิชย์จากสถานการณ์น้ำท่วม ทั้งในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และสั่งการให้กรมการค้าภายในจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ (War Room)

โดยกรมการค้าภายในได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ (War Room) ด้านต่างๆ 3 คณะ ได้แก่ (1) ด้านสินค้าอุปโภคบริโภค (2) ด้านสินค้าเกษตร และ (3) ด้านตลาดและลดค่าครองชีพ ซึ่งตนได้รับมอบหมายให้เป็นประธาน War Room ด้านสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อประสานความร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนในการบริหารจัดการปริมาณสินค้า ราคา และการกระจายสินค้าให้ทั่วถึง อีกทั้งยังได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ศูนย์กระจายสินค้า 7-Eleven (DC บางบัวทอง) เพื่อติดตามสถานการณ์สต็อกสินค้าและมาตรการรับมือน้ำท่วมก่อนหน้านี้แล้ว
​จากการประชุมติดตามสถานการณ์และการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่า ผู้ประกอบการทุกกลุ่มสินค้าได้จัดเตรียมสินค้าที่จำเป็นต้องใช้หลังน้ำลดให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการใช้ สินค้าเต็มศูนย์ มีการปรับการกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงมีระบบโลจิสติกส์รองรับไว้พร้อม

สามารถเติมสินค้าเข้าสู่ระบบได้ตามปกติและเต็มชั้นวางตลอดเวลา และไม่ปรับขึ้นราคา พร้อมยินดีให้ความร่วมมือในการจัดทำแคมเปญพิเศษและรายการส่งเสริมการขาย ทั้งนี้ เพื่อให้การตรวจเยี่ยมศูนย์กระจายสินค้าสำคัญเป็นไปอย่างทั่วถึงและครบถ้วน จึงได้ลงพื้นที่ตรวจศูนย์กระจายสินค้าของห้างค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่เพิ่มเติมอีก 6 แห่ง ระหว่างวันที่ 12–15 ตุลาคม 2569 ได้แก่ บิ๊กซี, โลตัส, ท็อปส์, ซีเจ มอร์, ลอว์สัน 108 Shop, และเดอะมอลล์ กรุ๊ป (กูร์เมต์ มาร์เก็ต) พบว่าผู้ประกอบการมีความพร้อมในการรับมือวิกฤตินํ้าท่วมครั้งนี้เป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ทางกรมก็ได้ขอให้ทุกห้างเพิ่ม safety stock เพื่อให้สินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการ พร้อมทั้งมีแผนรองรับสำหรับพนักงานเพื่อให้มีความพร้อมในการให้บริการแก่ประชาชนในทุกพื้นที่ รวมทั้งเร่งฟื้นฟูสาขาที่ปิดอยู่ ซึ่งจากข้อมูล ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2569 พบว่าห้างค้าส่งค้าปลีก และร้านสะดวกซื้อ จำนวนทั้งหมด 23,668 สาขา ยังปิดชั่วคราว 29 สาขา ซึ่งทุกห้างก็ได้ตอบรับในการให้ความร่วมมือดังกล่าวเป็นอย่างดี

นายฉันทพัทธ์กล่าวว่า กล่าวจากพยากรณ์อากาศกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่า ประเทศไทยตอนบนจะยังคงมีฝนตก และภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและตกหนักในบางพื้นที่ ดังนั้นเพื่อให้
การดำเนินการของศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ (War Room) ด้านสินค้าอุปโภคบริโภค สามารถบริหารจัดการสินค้าในสถานการณ์อุทกภัยให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์ จึงได้ขอความร่วมมือให้สมาคมฯ หรือบริษัทที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ รายงานสถานการณ์ ปัญหา อุปสรรค หรือการขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐต่อศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจฯ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาในการบริหารจัดการสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละพื้นที่ มุ่งกระจายสินค้าอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาเอาเปรียบประชาชน หากพบการจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569