ยอดตายเนปาลพุ่ง 616 คน สูญหายราว 3,000 คน กู้ภัยไม่ยอมแพ้เร่งค้นหาผู้สูญหาย

Published on 29 ส.ค. 2026

วันนี้ (29 ส.ค.2569) CNN รายงานว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเนปาล เปิดเผยรายงานความคืบหน้าล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มบริเวณชายแดนเนปาล-จีน พุ่งสูงขึ้นถึง 616 คนแล้ว และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ารับการรักษายังโรงพยาบาลต่าง ๆ อีกอย่างน้อย 2,301 คน

ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานผู้สูญหายอีกประมาณ 2,500-3,000 คน ทั้งในฝั่งเนปาลและฝั่งจีน ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงพลเรือนชาวอเมริกันและชาวต่างชาติอีกหลายสิบคน

ชิเชียร คานาล รมต.ต่างประเทศเนปาล แถลงด้วยความกังวลว่า ร่างของผู้เสียชีวิตจำนวนมาก กำลังเผชิญกับภาวะเน่าเปื่อยอย่างรวดเร็วจากสภาพอากาศและความชื้น ซึ่งเนปาลส่งหนังสือประสานงานไปยังรัฐบาลต่างประเทศ เพื่อขอสนับสนุนตู้แช่เย็นสำหรับรักษาสภาพศพเป็นการด่วน แต่ในขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบรับอย่างเป็นทางการ

นอกจากนี้ เนปาลยังร้องขอความช่วยเหลือเฉพาะทางจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยได้รับการสนับสนุนเจ้าหน้าที่กู้ภัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้นหาผู้ติดค้างในอุโมงค์จำนวน 11 คนจากประเทศอินเดีย และอยู่ระหว่างรอการสนับสนุนบุคลากรเพิ่มเติมจากประเทศจีน

การปฏิบัติการกู้ภัยเป็นไปอย่างยากลำบากอย่างยิ่ง เนื่องจากพื้นที่ประสบภัยหลักส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขาแคบ ทำให้การลำเลียงเสบียงและการค้นหา ต้องพึ่งพาเฮลิคอปเตอร์เป็นหลัก รมต.ต่างประเทศระบุว่า เฮลิคอปเตอร์ของเนปาล ต้องบินเข้าคิวรอเพื่อบินผ่านช่องเขาอันคับแคบทีละลำ เพื่อเข้าถึงจุดเกิดเหตุ

WHO ชี้เนปาลถูกกวาดหายยกหมู่บ้าน

ด้านสถานการณ์บริเวณด่านชายแดนจี่หรง ในฝั่งเขตปกครองตนเองทิเบต ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลกว่า 3,800 เมตร ทีมกู้ภัยของจีนที่เดินทางไปถึงพื้นที่เมื่อบ่ายวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา เปิดเผยผ่านสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี (CCTV) ว่า มวลน้ำและโคลนถล่มขนาดใหญ่ ทำลายล้างโครงสร้างพื้นฐานและอาคารบริหารขนาดใหญ่ จนพังทลายราบเป็นหน้ากลอง โดยไม่เหลือร่องรอยโครงสร้างเดิมอยู่เลย ยานพาหนะขนาดใหญ่ถูกมวลน้ำพัดกระจัดกระจาย

ล่าสุดสื่อรัฐบาลจีนยืนยันพบผู้เสียชีวิตแล้ว 7 คน สูญหายอีก 554 คน และช่วยเหลือชาวบ้านได้เพียง 2 คน โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องแบกอุปกรณ์หนักหลายสิบกิโลกรัม สู้กับภาวะเบาบางของออกซิเจนบนพื้นที่สูง ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก และเวียนศีรษะอย่างรุนแรง

ในส่วนของฝั่งเนปาล ดร.บัลวินเดอร์ ซิงห์ ชอว์ลา หัวหน้าทีมองค์การอนามัยโลกประจำเนปาล เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่สำรวจความเสียหายในเขตนุวาโกตว่า ภาพที่ปรากฏคือความสูญเสียขั้นวิกฤต บ้านเรือนและสถานพยาบาล ถูกมวลน้ำโคลนพัดพาหายไปทั้งหมู่บ้าน ประชาชนตกอยู่ในภาวะขาดแคลนยารักษาโรค สิ่งของอุปโภคบริโภค และที่พักอาศัยอย่างหนัก

ขณะนี้ WHO ร่วมกับรัฐบาลเนปาล กำลังเร่งขนส่งชุดอุปกรณ์ทางการแพทย์ฉุกเฉิน และเต็นท์พักพิงจากกรุงกาฐมาณฑุเข้าไปช่วยเหลือ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองเทวีฆาต ต้องเข้าตรวจค้นซากบ้านเรือนที่ถูกดินโคลนและซากตะกอนจากแม่น้ำตรีศุลี ทับถมสูงหลายฟุต โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า กระบวนการพิสูจน์และนับจำนวนผู้เสียชีวิตทำได้ยากลำบากมาก เนื่องจากร่างผู้เสียชีวิตที่ขุดพบ ส่วนใหญ่มีสภาพเน่าเปื่อยรุนแรง จนจำรูปร่างเดิมไม่ได้ ต้องอาศัยข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่เพื่อยืนยันตัวตน

เตือนฝนตกซ้ำสุดสัปดาห์นี้ เฝ้าระวัง 2 ทะเลสาบเกิดใหม่

ท่ามกลางภารกิจการค้นหาที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง สำนักอุตุนิยมวิทยาและการอุทกวิทยาของเนปาล ออกประกาศเตือนว่า จะมีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางตกลงมาซ้ำเติมในพื้นที่ จ.กัณฑกี บักมตี และ ลุมพินี ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับจุดที่เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเพิ่มความระมัดระวังสูงสุด

ราเจนทรา ชาร์มา นักอุตุนิยมวิทยาเชี่ยวชาญพิเศษ จากสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติเนปาล แสดงความกังวลว่า ฝนที่ตกเพิ่มขึ้นอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อทะเลสาบเกิดใหม่ 2 แห่งบนเทือกเขาสูง ซึ่งเกิดขึ้นจากการพังทลายของดินถล่มเมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา

โดยเจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าระวังระดับน้ำในทะเลสาบทั้ง 2 แห่งอย่างใกล้ชิด เนื่องจากตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำเหนือพื้นที่อุทกภัย และหากปริมาณน้ำล้นทะลักหรือคันกั้นธรรมชาติแตกพลาย อาจส่งผลให้เกิดมวลน้ำถล่มซ้ำลงมาสู่ชุมชนด้านล่างอีกระลอก

อ่านข่าว :

ทรัมป์ปิดดีลคว้าสัมปทานน้ำมันเวเนซุเอลา 100 ปี ยึด 6.5 หมื่นล้านบาร์เรล

ปภ. ย้ำ 51 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วม 29 ส.ค.-2 ก.ย. เตรียมรับมือตลอด 24 ชม.

"พริษฐ์" จี้ กกต. มีหน้าที่สั่งฟ้องคดีฮั้ว สว. ไม่ใช่ศาลอย่าตัดสินผิดถูกเอง