- หน้าหลัก
- บันเทิง
- บันเทิงเอเชีย
ทวงเงิน “ฟ่านปิงปิง-ฟ่านเฉิงเฉิง” 67 ล้านหยวน ปมซีรีส์ฟอร์มยักษ์ล่ม ทนายโต้หนี้บริษัทไม่ใช่หนี้ส่วนตัว
เผยแพร่: 1 ต.ค. 2569 11:22 ปรับปรุง: 1 ต.ค. 2569 11:22 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการบันเทิงจีน เมื่อบริษัทผู้ลงทุนซีรีส์ “The Legend of Ba Qing” หรือ “ปาฉิงจ้วน” ออกจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องเงินตามคำพิพากษากว่า 67 ล้านหยวน พร้อมพาดพิง “ฟ่านปิงปิง” และน้องชาย “ฟ่านเฉิงเฉิง” ก่อนฝ่ายกฎหมายของนักแสดงสาวจะออกแถลงการณ์ตอบโต้ ย้ำต้องแยกความรับผิดของบริษัทออกจากความรับผิดส่วนบุคคล
กลับมาเป็นประเด็นใหญ่ในวงการบันเทิงจีนอีกครั้ง สำหรับข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับ ฟ่านปิงปิง ซูเปอร์สตาร์สาวชาวจีน และ ฟ่านเฉิงเฉิง น้องชาย
หลังบริษัท Dongyang Haile Film & Television Entertainment หรือ Haile Film & TV ออกจดหมายเปิดผนึกบนโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ภายใต้ข้อความประมาณว่า “คุณฟ่าน โปรดคืนเงิน” พร้อมระบุว่าเงินตามคำพิพากษามูลค่า 67 ล้านหยวนยังไม่ได้รับการชำระครบถ้วน
ต้นตอของข้อพิพาทย้อนกลับไปในปี 2017 เมื่อ Haile Film & TV ทำสัญญาร่วมลงทุนกับบริษัท Wuxi Ai Meishen Film & Television Culture Co., Ltd. ซึ่งในเวลานั้นเกี่ยวข้องกับฟ่านปิงปิง เพื่อร่วมสร้างซีรีส์ฟอร์มยักษ์เรื่อง The Legend of Ba Qing Haile ลงทุนประมาณ 60 ล้านหยวน และมีข้อตกลงเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุน
อย่างไรก็ตาม โปรเจกต์ดังกล่าวประสบปัญหาหลายด้านจนไม่สามารถออกอากาศได้ตามแผน ก่อนนำไปสู่ข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างผู้ลงทุนกับบริษัท Ai Meishen
ตามรายงานที่อ้างคำพิพากษาของศาลสูงกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2021 ศาลมีคำสั่งให้ Ai Meishen คืนเงินต้นที่ยังเหลือ 40 ล้านหยวน พร้อมผลตอบแทน 27 ล้านหยวน รวมเป็น 67 ล้านหยวน และค่าปรับจากการชำระล่าช้า หลังจากก่อนหน้านี้มีการคืนเงินไปบางส่วนแล้ว
ต่อมาในปี 2022 ศาลรับคำร้องให้เข้าสู่กระบวนการล้มละลายและชำระบัญชีของ Ai Meishen ก่อนมีคำสั่งยุติกระบวนการในเดือนธันวาคม 2023 โดยรายงานระบุว่าบริษัทมีทรัพย์สินที่สามารถนำมาชำระหนี้ได้น้อยมากเมื่อเทียบกับยอดหนี้ที่เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระ
กระทั่งเดือนกันยายน 2026 Haile Film & TV นำเรื่องดังกล่าวกลับมาเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยกล่าวอ้างว่า แม้คำพิพากษาจะมีผลมาหลายปีแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงินตามคำพิพากษาครบถ้วน
นอกจากนี้ Haile ยังกล่าวอ้างโดยอ้างถึงเอกสารที่บริษัทระบุว่าเป็นรายงานตรวจสอบและข้อมูลการเดินบัญชีว่า ในช่วงปี 2018-2020 มีเงินจาก Ai Meishen โอนไปยังสตูดิโอที่เกี่ยวข้องกับฟ่านปิงปิงเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีรายการที่เกี่ยวข้องกับสตูดิโอของฟ่านเฉิงเฉิงด้วย ก่อนตั้งข้อสงสัยถึงลักษณะและที่มาของธุรกรรมเหล่านั้น
อย่างไรก็ตาม ประเด็นการโอนเงินดังกล่าวเป็น ข้อกล่าวอ้างจากฝ่าย Haile และไม่ได้หมายความว่าศาลได้วินิจฉัยแล้วว่าฟ่านปิงปิงหรือฟ่านเฉิงเฉิงต้องรับผิดชำระหนี้ในฐานะบุคคล
หลังจดหมายเปิดผนึกถูกเผยแพร่เพียงหนึ่งวัน สำนักงานกฎหมาย Beijing Lanpeng ซึ่งระบุว่าได้รับมอบหมายจากฟ่านปิงปิงและฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ โดยเน้นย้ำว่า ความรับผิดของนิติบุคคลกับความรับผิดของบุคคลต้องแยกออกจากกันตามกฎหมาย และหากจะเรียกร้องให้บุคคลใดรับผิดร่วม จำเป็นต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายและการพิจารณาของศาล ไม่ควรใช้แรงกดดันจากกระแสสังคมเป็นเครื่องตัดสิน
ด้านข้อมูลเกี่ยวกับ ฟ่านเฉิงเฉิง ฝ่ายของเขาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าได้รับเงินเกือบ 10 ล้านหยวนจาก Ai Meishen โดยรายงานจาก DramaPanda ระบุว่า ฝ่ายฟ่านเฉิงเฉิงชี้แจงว่าธุรกรรมจริงเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม โดยสตูดิโอของเขาเคยโอนเงินประมาณ 15 ล้านหยวนเพื่อช่วยเหลือด้านการชำระหนี้ พร้อมย้ำว่าเขาไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นของ Ai Meishen
ฝ่ายของฟ่านเฉิงเฉิงยังชี้ว่า ในปี 2017 ซึ่งเป็นช่วงที่สัญญาลงทุนในซีรีส์ถูกลงนาม เขามีอายุเพียง 17 ปี และยังไม่ได้เข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว
ขณะที่ Haile Film & TV ออกมาตอบโต้แถลงการณ์จากทีมทนายอีกครั้งเมื่อวันที่ 26 กันยายน โดยยืนยันว่าการเปิดเผยข้อมูลไม่ได้มีเจตนากดดันหรือโจมตีใคร และระบุว่าพร้อมให้ฝ่ายฟ่านปิงปิงและฟ่านเฉิงเฉิงนำสัญญา ใบแจ้งหนี้ หรือหลักฐานการชำระเงินที่เกี่ยวข้องมาแสดง เพื่อพิสูจน์ที่มาของธุรกรรม หากไม่สามารถตกลงกันได้ก็อาจต้องดำเนินการผ่านกระบวนการศาลต่อไป
