เจาะลึก 7 วิธีตรวจเช็ก “โรคหัวใจ” เทคโนโลยีไหนที่ใช่สำหรับคุณ? -

Published on 22 ก.ย. 2026

ในยุคที่เทคโนโลยีทางการแพทย์มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก “โรคหัวใจ” ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญของคนทั่วโลกจึงได้รับการพัฒนาวิธีการตรวจรักษาให้มีความแม่นยำ หมอตี๋-นพ.ธิติศักดิ์ สกุลวรกิตติ (ว.59772) อายุรแพทย์โรคหัวใจ ประจำศูนย์โรคหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลนวเวช จะพามาไขข้อข้องใจว่า การตรวจหัวใจแต่ละแบบเหมาะกับใคร และมีข้อดีอย่างไรบ้าง

1.การตรวจหาและรักษาปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors Screening)

คืออะไร: การซักประวัติ ตรวจร่างกาย และเจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาลและไขมัน และวัดความดันโลหิต

เหมาะกับใคร: ทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหัวใจหรือหลอดเลือดแล้วหรือมีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ

ข้อดี: เป็นขั้นตอนที่ทำได้ง่าย มีความคุ้มค่า และช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ตั้งแต่ก่อนมีอาการ

2.การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram (ECG))

คืออะไร: การตรวจการนำไฟฟ้าของหัวใจด้วยการติดแผ่นรับสัญญาณบริเวณหน้าอก แขนและขา แสดงออกมาเป็นเส้นกราฟ

เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีอาการใจเต้นเร็วหรือช้าผิดปกติ ใจเต้นไม่ตรงจังหวะ

ข้อดี: ตรวจได้ง่าย รู้ผลทันที สามารถบอกความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจได้ดี รวมถึงยังสามารถบอกถึงความผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจบางชนิด

3.การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography หรือ Echo)

คืออะไร: ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (คลื่นอัลตราซาวนด์) ตรวจบริเวณหน้าอกเพื่อประเมินการทำงานหัวใจ (คล้ายการอัลตราซาวนด์ทารกในหญิงตั้งครรภ์)

เหมาะกับใคร: ผู้ที่แพทย์สงสัยว่ามีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว หรือมีน้ำในเยื่อหุ้มหัวใจ

ข้อดี: สามารถแสดงให้เห็นการบีบตัวและคลายตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ การเปิดปิดของลิ้นหัวใจได้ชัดเจน

4.การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกแรงด้วยการวิ่งสายพาน (Treadmill Exercise Stress Test (EST))

คืออะไร: การตรวจประเมินอาการและการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะที่ผู้ป่วยเดินหรือวิ่งบนสายพานที่มีการเพิ่มความเร็วและความชันเป็นระยะ

เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีอาการแน่นหน้าอกหรือความผิดปกติอื่นขณะออกแรง

ข้อดี: สามารถตรวจหาอาการที่อาจตรวจไม่พบขณะที่ผู้ป่วยอยู่ในภาวะพัก เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ รวมถึงสามารถประเมินสมรรถภาพหรือความสามารถในการออกแรงของผู้ป่วยได้

5.การตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Coronary CT angiography (CCTA))

คืออะไร: การถ่ายภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ร่วมกับการฉีดสารทึบแสงเพื่อประเมินหลอดเลือดหัวใจ

เหมาะกับใคร: ผู้ที่แพทย์สงสัยว่ามีหลอดเลือดหัวใจตีบที่อาการคงตัว เช่น มีอาการเฉพาะเวลาออกแรง

ข้อดี: สามารถประเมินการตีบตันของหลอดเลือดหัวใจได้โดยไม่ต้องสวนหัวใจ รวมถึงสามารถตรวจหาความผิดปกติอื่นของหลอดเลือดหัวใจ เช่น การเจริญผิดที่ของหลอดเลือดหัวใจ

6.การตรวจหัวใจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าภายใต้ภาวะกระตุ้น (Stress Cardiac MRI)

คืออะไร: การตรวจหัวใจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือเครื่อง MRI พร้อมกับการให้ยากระตุ้นหัวใจ

เหมาะกับใคร: ผู้ที่แพทย์สงสัยว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะมีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบหรือมีภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบรุนแรง

ข้อดี: ไม่ใช้รังสี สามารถประเมินกล้ามเนื้อหัวใจได้ชัดเจนที่สุด สามารถตรวจหาภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดที่สมควรได้รับการรักษาด้วยการสวนหัวใจ รวมถึงสามารถประเมินได้ว่ากล้ามเนื้อหัวใจมีการบาดเจ็บมาก (non-viable) จนไม่มีความคุ้มค่าในการรับการรักษาด้วยการขยายหลอดเลือดหัวใจและวางขดลวดหรือไม่

7.การตรวจคราบหินปูนบริเวณหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Coronary Calcium Scan)

คืออะไร: การตรวจหาหินปูนที่สะสมบริเวณผนังหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่อง CT Scan

เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงที่มีความเสี่ยงปานกลางและยังไม่มั่นใจว่าจำเป็นต้องกินยาลดไขมันหรือไม่ หรือผู้ที่ต้องการประเมินความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ

ข้อดี: สามารถให้ข้อมูลในการตัดสินใจเริ่มยาลดไขมัน รวมถึงกำหนดเป้าหมายระดับไขมันในเลือดได้เหมาะสมยิ่งขึ้น (แต่ไม่สามารถบอกความรุนแรงของการตีบตันของหลอดเลือดหัวใจได้)

เมื่อไหร่ที่ต้อง “ฉีดสีสวนหัวใจ” (Coronary Angiography)?

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการเข้าได้กับภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบตันเฉียบพลัน เช่น มีอาการเจ็บหน้าอกขณะพัก อาการเจ็บหน้าอกไม่ทุเลาลงหลังจากรับประทานยา หรือตรวจเลือดพบหลักฐานของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย แพทย์อาจพิจารณาส่งผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลที่มีความพร้อม เพื่อทำการฉีดสีสวนหัวใจด้วยการใส่อุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายหลอดยาว (Catheter) เข้าทางหลอดเลือดแดงบริเวณข้อมือหรือขาหนีบ ย้อนขึ้นไปยังหลอดเลือดหัวใจและฉีดสารทึบสีประเมินการตันของหลอดเลือด เพื่อยืนยันการวินิจฉัยภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตันและอาจพิจารณาให้การรักษาต่อเนื่องด้วยการขยายหลอดเลือดหัวใจ และใส่ขดลวดขยายหลอดเลือดตามความเหมาะสม

เทคโนโลยีการตรวจหัวใจในปัจจุบันมีหลากหลายวิธี แต่ละวิธีมีประโยชน์และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การปรึกษาอายุรแพทย์โรคหัวใจก่อนเข้ารับการตรวจจะช่วยให้คุณได้รับการตรวจที่สามารถวินิจฉัยโรคหรืออาการที่เป็นได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ศูนย์หัวใจและทรวงอก (Cardiology Center) พร้อมด้วยทีมบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจ ที่สามารถให้การดูแลรักษาอย่างครบวงจรตั้งแต่การป้องกันการเกิดโรคหัวใจ การวินิจฉัย การตรวจทางห้องปฏิบัติการเฉพาะ การรักษาด้วย การสวนหัวใจและการผ่าตัด รวมถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพของหัวใจ ด้วยทีมอายุรแพทย์โรคหัวใจผู้ชำนาญการเฉพาะทางควบคู่กับเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมได้รับการรับรองมาตรฐาน AACI (American Accreditation Commission International) ค.ศ.2025 ISO 7101:2023 – Health Care Organization Management และ ISO 9001:2015 – Quality Management Systems ที่ให้ความสำคัญกับ คุณภาพการรักษา และมาตรฐานการให้บริการ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับคำปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลนวเวช โทร. 1507 I Line: @navavej.