ถกงบ70 วาระ2-3 ปรับลด 11,162 ล้าน เติมงบกลาง 6,044 ล้าน รับภัยพิบัติ หั่นทิ้งงบค่าโง่คลองด่าน 3 พันล้าน ขณะที่ “มาร์ค-ไหม” จ้องล้มงบกลาง 1.2 หมื่นล้าน “กรวีร์” มั่นใจไร้เหตุป่วน
เมื่อวันที่ 6 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในวันที่ 7-9 กันยายน จะมีการประชุมสภาผู้แทน ราษฎร เป็นพิเศษเพื่อพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำงบปีประมาณ 2570 วงเงิน 3.78ล้านล้านบาท วาระ2-3 ตามที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว มี 41 มาตรา
โดยกมธ.ฯ พิจารณาตัดลดงบประมาณจากวาระแรกลง 11,162ล้านบาท นำไปจัดสรรให้ส่วนราชการตามที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) เสนอตามความเหมาะสมและจำเป็น 10,891 ล้านบาท และจัดสรรให้หน่วยงานของรัฐ รัฐสภา ศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญและองค์กรอัยการ 271 ล้านบาท
อ่านข่าว – สภา นัดผ่านงบ 3.78 ล้านล้าน งบปี70 สัปดาห์หน้า เปิดยอดตัด 1.1 หมื่นล้าน โยกใส่งบกลางมากสุด
ทั้งนี้งบประมาณที่ตัดลดลง11,162ล้านบาทนั้น ส่วนหนึ่งถูกนำไปจัดสรรเพิ่มให้งบกลาง จำนวน 6,044 ล้านบาท เพื่อนำไปอยู่ในรายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น นำไปใช้จ่าย กรณีการป้องกันหรือแก้ไขสถานการณ์อันกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ความมั่นคงของรัฐ การเยียวยาหรือบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติสาธารณะร้ายแรงและภารกิจจำเป็นเร่งด่วนของรัฐที่อาจเกิดขึ้นโดยมิได้คาดหมาย และไม่สามารถปรับแผนดำเนินการจากงบรายจ่ายประจำปีของส่วนราชการ ทำให้งบกลาง มีงบประมาณเพิ่มขึ้นเป็น 699,924,956,400บาท จากเดิม 693,880,000,000บาท
ส่วนกระทรวงที่ถูกตัดลดงบประมาณสูงสุด 5 อันดับแรกคือ 1.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับงบ 14,375,820,000 บาท จากเดิม 17,505,388,300 บาท ลดลง 3,129.5 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นของกรมควบคุมมลพิษ 3,000 ล้านบาท ที่เสนอของบเพื่อนำไปชำระค่าเสียหายและดอกเบี้ยตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด กรณีคลองด่าน แต่กมธ.ลงมติตัดทิ้งทั้งหมด 2.กระทรวงกลาโหม ได้รับงบ 90,728, 227,800 บาท จากเดิม 91,957,182,500 บาท ลดลง 1,228 ล้านบาท 3.กระทรวงมหาดไทย ได้รับงบ 226,929, 855,500 บาท จากเดิม 227,842,668,000 บาท ลดลง 912.8 ล้านบาท 4.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับงบ 166,014, 611,700 บาท จากเดิม 166,641,605,800 บาท ลดลง626.9 ล้านบาท และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับงบ 53,050,306,600 บาท จากเดิม 53,732,557,700 บาท ลดลง 682.2 ล้านบาท และ 5.กระทรวงคมนาคม ได้รับงบ 166,014,611,700 บาท จากเดิม166,641, 605,800 บาท ลดลง626.2ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนมาตรา 6 งบกลาง มีกมธ.ฯ และสส.เข้าชื่อขออภิปรายแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการขอตัดงบโครงการค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญหา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมและรองรับผลกระทบจากวิกฤติความผันผวนของราคาพลังงาน วงเงิน 12,000ล้านบาท อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ และน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่เตรียมอภิปรายตัดงบกลาง ในรายการดังกล่าว โดยมองว่า มีความซ้ำซ้อนกับงบ เงินกู้ 2แสนล้านบาทหลัง ที่มีวัตถุประสงค์นำมาใช้ในการปรับเปลี่ยนพลังงานอยู่แล้ว
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล ) กล่าวว่า ในวันที่ 7-9 กันยายน สภาฯ นัดประชุมวาระพิเศษ เพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้วในวาระสองและวาระสาม เบื้องต้นจากการหารือกับวิปฝ่ายค้านแล้วจะใช้กรอบการพิจารณาเป็นจำนวนมาตราแทนการกำหนดเวลา โดย วันที่ 7 กันยายนจะพิจารณา ตั้งแต่มาตราแรกถึงมาตรา 15 งบกระทรวงคมนาคม ในวันที่ 8 กันยายนพิจารณา ตั้งแต่ มาตรา 16 งบกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จนถึง มาตรา 26 งบกระทรวงอุตสาหกรรมและในวันที่ 9 กันยายน พิจารณาตั้งแต่ มาตรา 27 งบของส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี จนถึงมาตราสุดท้าย ส่วนการลงมติในวาระสามนั้น คาดว่าจะอยู่ในช่วงเวลา 19.00-20.00 น.
“ผมเชื่อการบริหารจัดการเวลาการประชุมนั้นจะไม่มีปัญหา และเป็นไปตามกรอบเวลา ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาภายใต้งบประมาณที่กมธ.ฯเสนอ โดยผู้ที่สงวนความเห็นและเสนอคำแปรญัตติมีสิทธิที่จะอภิปรายตามประเด็นได้ จึงไม่สามารถใช้กรอบระยะเวลาเป็นตัวกำหนด อีกทั้งการพิจารณางบประมาณเป็นเรื่องที่ สส.ต้องซักถามกับ กมธ.ฯ ที่มีทั้ง สส.ฝ่ายค้าน และ สส.ฝ่ายรัฐบาล ดังนั้นจึงไม่กังวลว่าจะมีเหตุปั่นป่วนในสภาฯเหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมา” นายกรวีร์ กล่าว
นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า ส่วนในวันที่ 10 กันยายน สภาฯ จะมีการประชุมสภาฯ ตามระเบียบวาระปกติ คือกระทู้ถามสดด้วยวาจา กระทู้ทั่วไป และหลังจากนั้นจะพิจารณาเรื่องค้าง คือ การอภิปรายในญัตติด่วนเรื่องแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ต่อด้วยพิจารณารายงานประจำปีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเรื่องรับทราบ