การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 2 ในวันแรกของกรอบเวลา 7-9 กันยายน ประเด็นสำคัญของวันนี้อยู่ที่การตั้งข้อสังเกตต่อการปรับลดงบประมาณ 11,162 ล้านบาท แล้วนำไปจัดสรรไว้ในงบกลาง
ดูภาพข่าว
พรรคร่วมฝ่ายค้านมองว่า เป็นการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร และมีความซ้ำซ้อนกับพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ในส่วนของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยืนยันว่าการจัดสรรดังกล่าวมีเหตุผลรองรับ ทั้งเพื่อเตรียมชำระหนี้คดีคลองด่านและจัดทำกองทุนสมทบเพื่อดึงเงินนอกระบบเข้าสู่เศรษฐกิจ
ห่วงรัฐบาลซุกงบกลางเลี่ยงการตรวจสอบของสภาฯ
พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายชี้ให้เห็นว่าคณะกรรมาธิการปรับลดงบประมาณได้เพียง 11,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.29 การจัดสรรงบประมาณนำร้อยละ 54 ของส่วนที่ปรับลด หรือ 6,000 ล้านบาท ไปไว้ในงบกลางหมวดสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน ทำให้สภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างเข้มข้น
ขณะที่ ศิริกัญญา ตันสกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เสนอปรับลดงบกลาง 50,000 ล้านบาท โดยระบุว่า แม้จะเห็นด้วยกับแนวคิดกองทุนสมทบ (Matching Fund) แต่รัฐบาลไม่ควรตั้งงบประมาณส่วนนี้ไว้ในงบกลางเพื่อหลีกเลี่ยงการขอความเห็นชอบจากสภา
วิจารณ์เงินกู้ 4 แสนล้าน ไม่แก้ปัญหาเศรษฐกิจ
ด้าน กรณ์ จาติกวณิช สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอปรับลดงบประมาณรวมร้อยละ 10 เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) นำไปจัดสรรใหม่ในการแก้ปัญหาโครงสร้าง 5 ด้าน ได้แก่ การศึกษา สังคมสูงอายุ หนี้ครัวเรือน ประสิทธิภาพการผลิต และเทคโนโลยี
กรณ์วิจารณ์ว่าการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาทยังคงวนเวียนอยู่กับโครงการเดิมและจัดซื้อพัสดุ โดยไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ท่ามกลางภาวะการจัดเก็บรายได้ที่ลดลงเหลือร้อยละ 14 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอตัดงบประมาณ 150,000 ล้านบาท เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลังและเพิ่มพื้นที่ทางการคลังให้อยู่ต่ำกว่าเพดานหนี้สาธารณะร้อยละ 1
อภิสิทธิ์ตั้งข้อสังเกตถึงความสุ่มเสี่ยงในการขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายวินัยการเงินการคลัง โดยตั้งข้อสงสัยว่างบกลาง 60,000 ล้านบาท และงบบริการคลาวด์ภาครัฐ 4,500 ล้านบาท อาจไม่ใช่รายจ่ายลงทุนที่แท้จริง
กมธ. สงวนความเห็นลดภาระการคลังประเทศ
ในฟากกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 2570 ที่ได้สงวนความเห็น เช่น วีระ ธีระภัทรานนท์ เสนอปรับลดงบประมาณ 7,400 ล้านบาท เพื่อให้เป็นงบประมาณแบบไม่เพิ่มวงเงิน (Zero growth budget) ป้องกันการติดกับดักทางด้านการคลังและหนี้สาธารณะ
วีระเสนอให้นำเงินนอกงบประมาณที่สะสมอยู่กว่า 4 ล้านล้านบาทมาเติมสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจแทนการสร้างภาระงบประมาณเพิ่ม
ขณะที่ วทันยา บุนนาค กรรมาธิการสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตถึงงบกลาง 12,000 ล้านบาทสำหรับโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานว่ามีความซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก. เงินกู้ และเปรียบเสมือนการตีเช็คเปล่าให้นายกรัฐมนตรีโดยปราศจากการตรวจสอบที่รัดกุม
วทันยาระบุว่าในจำนวนนี้มีการตั้งเป็นรายจ่ายลงทุนถึง 9,600 ล้านบาทโดยไม่มีรายละเอียดโครงการรองรับ
รัฐบาลชี้แจงงบกลางไม่ซ้ำซ้อน พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน
จากนั้น ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงในฐานะกรรมาธิการว่า การแปรญัตติเพิ่มงบกลาง 6,000 ล้านบาท มีไว้เพื่อเตรียมชำระหนี้คดีคลองด่านของกรมควบคุมมลพิษรวม 10,000 ล้านบาท โดยเตรียมไว้สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จำนวน 6,000 ล้านบาท หากการเจรจาสิ้นสุด
สำหรับงบกลาง 12,000 ล้านบาท เป็นการจัดตั้งกองทุนสมทบเพื่อดึงเงินสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐที่มีอยู่ราว 1 ล้านล้านบาทเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ซึ่งต่างจากเงินกู้ 4 แสนล้านบาทที่มุ่งอุดหนุนประชาชนโดยตรง
ประเด็นกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) รัฐบาลได้เพิ่มงบประมาณเป็น 9,000 ล้านบาทแล้ว และต้องการให้กองทุนปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดเก็บหนี้ก่อน หากไม่เพียงพอจึงจะขอใช้งบกลางได้ การลดภาระกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการจะใช้แนวทางแก้ไขกฎหมายซึ่งอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น
ทั้งนี้ รัฐบาลจะจำกัดภาระความเสี่ยงจากภัยพิบัติให้อยู่ที่ไม่เกิน 15,500 ล้านบาทต่อปีผ่านระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ และกำลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อใช้งบกลางชำระหนี้ค้างจ่ายเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท จำนวน 1,000 ล้านบาท ส่วนการกำหนดสัดส่วนรายจ่ายลงทุนร้อยละ 60 ในงบกลาง เป็นการอ้างอิงจากสถิติการใช้จ่ายจริงย้อนหลังตั้งแต่ปี 2563 ถึง 2568
การพิจารณายังคงดำเนินไปจนถึงช่วงค่ำว่าวันนี้ โดยยังมีวาระพิจารณางบสำนักนายกรัฐมนตรี, กระทรวงกลาโหม, กระทรวงการคลัง, กระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นต้น

















ABOUT THE PHOTOGRAPHER
ณาฌารัฐ ภักดีอาสา
ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD
ABOUT THE PHOTOGRAPHER
ศวิตา พูลเสถียร
ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD