คิวบาประณามสหรัฐฯ ทำเศรษฐกิจพัง 8.08 พันล้านดอลล์ ขัดขวางนำเข้าน้ำมันผลิตไฟฟ้า

Published on 9 ก.ย. 2026

คิวบาประณามสหรัฐฯ อย่างรุนแรงในวันอังคาร (8 ก.ย.) กรณีบังคับใช้มาตรการปิดกั้นการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า จนส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบพลังงาน และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 8.08 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งยังเตรียมยื่นร่างมติเสนอต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) เพื่อเรียกร้องให้ยุติการปิดล้อมทางเศรษฐกิจดังกล่าว

บรูโน โรดริเกซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคิวบา ระบุผ่านเอ็กซ์ (X) ว่า เงิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งใกล้เคียงกับความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมที่รัฐบาลสหรัฐฯ มักกล่าวอ้างนั้น มีมูลค่าเท่ากับเชื้อเพลิงที่คิวบาจำเป็นต้องใช้สำหรับการผลิตไฟฟ้าอย่างจำกัดเพียงแค่สองสัปดาห์เท่านั้น

โรดริเกซกล่าวว่า มาตรการปิดกั้นพลังงานและเชื้อเพลิงของสหรัฐฯ ทำให้คิวบาไม่สามารถนำเข้าน้ำมันเตาและดีเซลสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในระบบผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ที่จะช่วยลดปัญหาไฟฟ้าดับได้ พร้อมระบุเสริมว่า มาตรการดังกล่าวยังเป็นอุปสรรคต่อการจัดซื้อแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) แห่งใหม่ด้วย

โรดริเกซกล่าวว่า หากสหรัฐฯ ยอมให้เรือบรรทุกน้ำมันเดินทางเข้าประเทศ การผลิตกระแสไฟฟ้าจะดีขึ้นอย่างมาก พร้อมเสริมว่า มาตรการจำกัดเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เขาเรียกว่า แผนการที่คำนวณมาอย่างเลือดเย็น เพื่อลงโทษประชาชนชาวคิวบาแบบเหมารวม

ทั้งนี้ คิวบาจะนำเสนอรายงานต่อ UNGA ในวันที่ 27-28 ต.ค. เพื่อสนับสนุนร่างมติเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมทางเศรษฐกิจ การค้า และการเงินต่อคิวบา

รายงานดังกล่าวระบุว่า มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ สร้างความเสียหายต่อคิวบาสูงถึง 8.08 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ ราคาปัจจุบัน ระหว่างวันที่ 1 มี.ค. 2568 ถึงวันที่ 28 ก.พ. 2569 ซึ่งนับเป็นมูลค่าความเสียหายสูงที่สุดเท่าที่มีการบันทึกมา

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า จากเอกสารดังกล่าว คำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ได้ปิดกั้นการส่งมอบเชื้อเพลิง รวมถึงน้ำมันที่จ่ายเงินไปแล้ว ด้วยการข่มขู่ว่าจะคว่ำบาตรและคุกคามบริษัทที่เป็นเจ้าของเรือบรรทุกน้ำมัน

นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังมุ่งเป้าไปที่บริษัทเดินเรือ เพื่อขัดขวางไม่ให้ขนส่งชิ้นส่วนและอะไหล่สำหรับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนของคิวบา ที่บางแห่งเปิดใช้งานมานานกว่า 40 ปีแล้ว

คิวบาระบุว่า การปิดล้อมทางพลังงานประกอบกับมาตรการอื่น ๆ ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และการลงโทษประชาชนชาวคิวบาแบบเหมารวม อีกทั้งยังเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต