
ในคนที่ออกกำลังกายและมุ่งมั่นกับการเทรนนิ่งอยู่เสมอ สิ่งที่ควรมีติดตัวไว้ให้คุณ Workout ได้เต็มที่คือ Smart watch ที่ให้ข้อมูลแม่นยำ ลุยไปกับเราได้จริงตลอด 24 ชั่วโมง เพราะช่วยทั้งตรวจเช็คและดูแลสุขภาพ การพักผ่อน และการซ้อมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายแพง โดยเฉพาะนาฬิกาออกกำลังกาย ราคาประหยัดในงบหลักร้อย ที่ปัจจุบันถูกพัฒนาไปไกลมาก ทั้งหน้าจอสีคมชัด สู้แสงแดดจัดๆ ตอนซ้อมได้สบาย พร้อมน้ำหนักที่เบาเบาจนใส่ติดข้อมือยาวๆ ได้ตลอดทั้งวัน มาพร้อม ฟังก์ชันตรวจเช็คการนอน ที่ช่วยวิเคราะห์การฟื้นฟูร่างกายในแต่ละคืน รวมถึงระบบ วัดชีพจร และโหมด นาฬิกาสุขภาพราคาถูก ที่ติดตามการเคลื่อนไหวได้อย่างครบถ้วน วันนี้เรามี 9 Smart watch เช็คสุขภาพราคาหลักร้อย ตัวคุ้มที่แบตเตอรี่อึดทนทาน ให้คุณเริ่มต้นดูแลตัวเองและพิชิตเป้าหมายฟิตเนสได้อย่างคุ้มค่ามาฝากกัน
9 Smart watch เช็คสุขภาพราคาหลักร้อย 2026 จอสีชัด แบตอึด ใส่สบาย
1.Aolon Curve

Smart watch ของสายออกกำลังกาย มาพร้อมดีไซน์โค้งของ Aolon Curve Smartwatch แล้วบอกเลยว่ากระชับรับข้อมือดีมาก หน้าจอใหญ่ 2.01 นิ้ว น้ำหนักเบาแค่ 45.2 กรัม ใส่วิ่งสบาย พร้อมมาตรฐานกันน้ำ IP68 ใส่ลุยเหงื่อตากฝนได้สบาย ด้านเซ็นเซอร์สุขภาพมีครบทั้งวัดหัวใจแบบเรียลไทม์ ออกซิเจนในเลือด และความเครียด มีโหมดกีฬาแน่นๆ ถึง 128 โหมด พร้อมฟีเจอร์คุยโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth 5.3 ควบคุมเพลง และ Always-On Display ใช้การเชื่อมต่อกับมือถือเพื่อเก็บพิกัดเส้นทาง ส่วนแบตเตอรี่ 300mAh อยู่ได้ยาวๆ 4-6 วัน ถือเป็นข้อดีที่ชาร์จไม่บ่อย สรุปคือคุ้มค่ากับฟังก์ชั่นสุขภาพที่ได้ในราคาประหยัด เหมาะมากสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกายหรือใส่ออกกำลังกายเบาๆ ในชีวิตประจำวัน ราคา 489 บาท
| หัวข้อ | รายละเอียดคุณสมบัติ |
| หน้าจอ | หน้าจอ HD ทัชสกรีนทรงโค้ง ขนาด 2.01 นิ้ว ความละเอียด 240×296 พิกเซล รองรับโหมด Always-On Display (AOD) |
| สายนาฬิกา | ขนาดความกว้างสาย 22 มม. มีตัวเลือกวัสดุทั้งซิลิโคน, เหล็ก/โลหะ (Milanese), หนัง และไนลอน |
| โหมดออกกำลังกาย | 128 โหมด พร้อมระบบติดตามการเคลื่อนไหว นับก้าว คำนวณแคลอรี่ และวัดระยะทาง |
| ระบบระบุตำแหน่ง | ไม่มี GPS ในตัว (ต้องใช้อาศัยการบันทึกเส้นทางผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน) |
| ระบบตรวจเช็คสุขภาพ | วัดอัตราการเต้นหัวใจแบบต่อเนื่อง, วัดออกซิเจนในเลือด (SpO2), ตรวจวัดความเครียด, ตรวจจับการนอนหลับ, ฝึกการหายใจ และติดตามรอบประจำเดือน |
| ระบบปฏิบัติการ / การเชื่อมต่อ | เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.3 + EDR ทำงานร่วมกับแอปพลิเคชัน DaFit (รองรับ iOS 9.0 และ Android 6.0 ขึ้นไป) |
| แบตเตอรี่ | ความจุ 300mAh พร้อมสายชาร์จแบบหัวแม่เหล็ก ระยะเวลาสแตนด์บายใช้งานทั่วไปได้ประมาณ 4–6 วัน |
2.Goojodoq Fb060

Goojodoq Fb060 มาพร้อมดีไซน์กลมดูสปอร์ตพรีเมียมด้วยตัวเรือนอลูมิเนียมอัลลอยด์ หน้าจอ LCD 1.39 นิ้ว คมชัด ตัวเรือนบางเบา สายซิลิโคนนุ่มใส่ออกกำลังได้สบายไม่บาดข้อมือ ความทนทานได้มาตรฐาน IP68 ป้องกันเหงื่อและฝนได้สบาย ด้านการเช็คสุขภาพมีเซ็นเซอร์ 5 ช่องสัญญาณ ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ออกซิเจนในเลือด (SpO₂) การนอน และรอบเดือน โหมดออกกำลังกายจัดเต็มกว่า 120 โหมด พร้อมระบบจดจำประเภทกีฬาอัจฉริยะ การเชื่อมต่อใช้ Bluetooth รับสาย-โทรออก นำทางด้วย UI 3D พร้อมสั่งงานเสียง AI เพียงแต่รุ่นนี้ต้องใช้อาศัยการเชื่อมต่อกับมือถือเพื่อบันทึกเส้นทาง ฟีเจอร์เด็ดคือฟังก์ชันไล่น้ำออก เมื่อไปลุยน้ำมา มีแบตเตอรี่อึดใช้งานทั่วไปได้ยาวนานราว 3 วันต่อการชาร์จ ฟังก์ชันครบ หน้าจอแตะได้ลื่น เหมาะมากสำหรับคนที่มองหา Smart watch ที่ดูสปอร์ตราคาเบาๆ ใส่ tracking สุขภาพและการออกกำลังกายประจำวัน ราคา 809 บาท
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
| หน้าจอ | หน้าจอ LCD สีสัมผัส ขนาด 1.39 นิ้ว แสดงผล 3D UI และปรับแต่งหน้าปัดได้มากกว่า 100 แบบ |
| สายนาฬิกา | สายซิลิโคน/วัสดุยืดหยุ่น อ่อนโยนต่อผิว สวมใส่สบาย ไม่ระคายเคือง |
| โหมดออกกำลังกาย | รองรับมากกว่า 120 โหมด พร้อมระบบจดจำประเภทกีฬาอัจฉริยะ ติดตามก้าว แคลอรี่ ระยะทาง และระยะเวลา |
| ระบบระบุตำแหน่ง | ไม่มี GPS ในตัว (ต้องเชื่อมต่อ GPS ผ่านสมาร์ทโฟน) |
| ระบบตรวจเช็คสุขภาพ | เซ็นเซอร์ 5 ช่องสัญญาณ วัดอัตราการเต้นของหัวใจ, ออกซิเจนในเลือด (SpO₂), ติดตามการนอนหลับ และรอบเดือน |
| ระบบปฏิบัติการ | Proprietary OS (ทำงานร่วมกับแอปพลิเคชัน DaFit บนสมาร์ทโฟน) รองรับ AI Voice Assistant และโทรเข้า-ออกผ่าน Bluetooth |
| แบตเตอรี่ | ใช้งานทั่วไปได้ประมาณ 3 วันต่อการชาร์จ พร้อมระบบชาร์จแม่เหล็กขั้วเคลือบแพลเลเดียม |
3.Xiaomi Mi Band 11 Active

Xiaomi Mi Band 11 Active ตอบโจทย์คนที่ชอบความคล่องตัว ด้วยตัวเรือนดีไซน์สปอร์ตบางเบา หนาเพียง 10.2 มม. เบาแค่ 18 กรัม ทำให้ใส่วิ่งหรือยกเวทได้สบายไม่เกะกะ ข้อมือ ส่วนสาย TPU ก็นุ่มกระชับเหงื่อและลุยน้ำได้สบายด้วยมาตรฐานกันน้ำ 5ATM เซ็นเซอร์ให้มาครบทั้ง PPG วัดอัตราการเต้นหัวใจ 24 ชั่วโมง และความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด (SpO2) รวมถึงวัดความเครียดกับการนอนหลับ ด้านโหมดออกกำลังกายจัดเต็มให้เลือกใช้ พร้อมการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.3 กับแอป Mi Fitness ได้ลื่นไหล ระบบนำทางต้องดึงค่าพิกัดจากสมาร์ทโฟนเวลาวิ่ง Outdoor แต่จุดเด่นคือแบตเตอรี่ที่อึดสุดๆ ใช้งานได้นานสูงสุดถึง 21 วัน ชาร์จทีเดียวลืมสายชาร์จไปเลย เหมาะมากสำหรับคนที่เริ่มออกกำลังกาย หรืออยากได้สายรัดสุขภาพที่เน้นความคุ้มค่า น้ำหนักเบา และไม่ต้องคอยชาร์จแบตบ่อยๆ ราคา 999 บาท
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
| หน้าจอ | หน้าจอ TFT ขนาด 1.47 นิ้ว ความละเอียด 172 × 320 พิกเซล (247 PPI) ปกป้องด้วยกระจกเสริมความแข็งแรง |
| สายนาฬิกา | วัสดุ TPU นุ่ม สวมใส่สบาย ไม่ระคายเคืองผิว |
| โหมดออกกำลังกาย | รองรับโหมดการออกกำลังกายหลากหลายรูปแบบ พร้อมมาตรฐานกันน้ำระดับ 5ATM |
| ระบบระบุตำแหน่ง | ไม่มี GPS ในตัว (ดึงข้อมูลพิกัด GPS ผ่านการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน) |
| ระบบตรวจเช็คสุขภาพ | เซ็นเซอร์ PPG วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และตรวจวัดความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด (SpO2) |
| ระบบปฏิบัติการ / การเชื่อมต่อ | เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.3 BLE รองรับสมาร์ทโฟน Android 8.0 / iOS 14.0 ขึ้นไป ผ่านแอป Mi Fitness |
| แบตเตอรี่ | รองรับการใช้งานยาวนานสูงสุดถึง 21 วัน ชาร์จผ่านสายชาร์จแม่เหล็ก |
4.Aolon Mars R4

Aolon Mars R4 เป็นอีกรุ่นที่เอาใจคนชอบจอกลม กับดีไซน์กระจกโค้ง 3D บนหน้าจอ AMOLED 1.43 นิ้วที่คมชัดมาก ตัวเรือนขนาดกำลังดี 45.6 มม. มีความอึดถึกทนด้วยมาตรฐานกันน้ำ IP68 แถมน้ำหนักเบาเพียง 31 กรัม ทำให้สวมใส่ออกแรงได้สบายเหมือนไม่ได้ใส่ ด้านเซ็นเซอร์สุขภาพจัดมาครบทั้งวัดอัตราการเต้นหัวใจ ค่าออกซิเจนในเลือด (SpO2) และความเครียดแบบ 24 ชั่วโมง พร้อมกดวัดด่วน 3 ค่าได้ใน 60 วินาที สายสปอร์ตต้องชอบโหมดออกกำลังกายที่มีมากกว่า 140 โหมด พร้อมระบบ Aolon Motion AI ช่วยจดจำการออกกำลังกายและบันทึกการงีบหลับให้อัตโนมัติ การเชื่อมต่อใช้ Bluetooth 5.4 โทรคุยผ่านนาฬิกาได้ชัดเจน ส่วนระบบนำทางเป็น AGPS ช่วยจับพิกัดได้ไวขึ้น ฟีเจอร์เด่นๆ ยังมี AOD, SOS ฉุกเฉิน และแบตเตอรี่ 300 mAh ที่อึดใช้ยาวๆ ได้ถึง 12 วัน ได้จอสวย ฟังก์ชันคุ้มราคา เหมาะมากๆ สำหรับคนที่อยากได้ Smart watch ออกกำลังกายราคาสบายกระเป๋าแต่ได้ฟีเจอร์ครบครัน ราคา 1,279 บาท
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
| หน้าจอ | จอ AMOLED แบบไร้ขอบกระจกโค้ง 3D ขนาด 1.43 นิ้ว ความละเอียด 466×466 พิกเซล (326 ppi) พร้อมรองรับ AOD (Always-On Display) |
| สายนาฬิกา | สายซิลิโคนเหลวนุ่มลื่น (ขนาดความกว้าง 22 มม.) ถอดเปลี่ยนได้รวดเร็วแบบ Quick-Release |
| โหมดออกกำลัง | รองรับมากกว่า 140 โหมด พร้อมอัลกอริทึม Aolon Motion AI ตรวจจับและจดจำประเภทการออกกำลังกายอัตโนมัติ |
| ระบบระบุตำแหน่ง | AGPS นำทาง ความแม่นยำสูง (คลาดเคลื่อน $\le$ 0.85 เมตร) |
| ระบบตรวจเช็คสุขภาพ | วัดอัตราการเต้นของหัวใจ, ออกซิเจนในเลือด (SpO2), ความเครียดตลอด 24 ชั่วโมง, ตรวจจับการนอน/การงีบหลับ และฟังก์ชันวัดด่วน 3 ค่าใน 60 วินาที |
| ระบบปฏิบัติการ / แอปพลิเคชัน | เชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน GloryFitPro รองรับ Android 9.0 ขึ้นไป และ iOS 11.0 ขึ้นไป |
| แบตเตอรี่ | ความจุ 300 mAh รองรับการชาร์จแบบแม่เหล็ก ใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุด 12 วัน |
5.Aolon GT6 Pro

นับว่าเป็น Smart watch ที่มีดีไซน์สะดุดตา ดูพรีเมียม ตัวเรือนโลหะอัลลอยแบบ Uni-body มันดูเท่ ดุดัน และงานประกอบทนทานระดับมาตรฐานทหาร MIL-STD-810 กับกันน้ำ IP68 ลุยสภาวะสุดขั้วได้สบาย ขนาดตัวเรือน 48.2 มม. พร้อมหน้าจอ AMOLED 1.51 นิ้วที่คมชัด สว่างสู้แดดจัดๆ ตอนซ้อมกลางแจ้งได้ดี แม้น้ำหนัก 68.3 กรัม จะรู้สึกตึงข้อมือนิดหน่อยเวลาใส่วิ่งระยะไกล ส่วนฟังก์ชันสุขภาพถือว่าจัดเต็ม ทั้งตรวจวัดอัตราการเต้นหัวใจ ออกซิเจนในเลือด ความเครียด และอารมณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมโหมดออกกำลังกายกว่า 110 โหมด แถมยังมีจุดเด่นอย่างไฟฉาย LED แยกส่วนที่สว่างจ้ามากและเข็มทิศความแม่นยำสูง แต่อาศัยเชื่อมต่อ GPS ผ่านบลูทูธ 5.4 กับสมาร์ทโฟนบนแอป GloryFit ทว่าจุดที่น่าสนใจก็คือ ได้แบตเตอรี่ 500mAh ที่อึดถึกทน ใช้งานทั่วไปได้นานถึง 25 วัน ไม่ต้องคอยชาร์จบ่อยๆ สรุปแล้วมันเหมาะมากสำหรับคนที่มองหาสมาร์ทวอทช์สายลุย ฟิตเนส และลุยกิจกรรมนอกสถานที่ได้อย่างสนุก ในราคา 1,379 บาท
| หัวข้อคุณสมบัติ | รายละเอียด |
| หน้าจอ | AMOLED ขนาด 1.51 นิ้ว ความละเอียด 466×466 พิกเซล รองรับโหมด Always-On Display (AOD) |
| สายนาฬิกา | ขนาดความกว้าง 22 มม. มีตัวเลือกวัสดุทั้งซิลิโคน หนัง สแตนเลส (สายเหล็ก/Milan) และไนล่อน |
| โหมดออกกำลัง | มีมากกว่า 110 โหมดกีฬา (ทั้งในและนอกอาคาร) พร้อมอัลกอริทึม Aolon Motion บันทึกระยะทาง แคลอรี หัวใจ ฯลฯ |
| ระบบระบุตำแหน่ง | ไม่มี GPS ในตัว (ต้องเชื่อมต่ออาศัยสัญญาณ GPS ผ่านบลูทูธจากสมาร์ทโฟน) |
| ระบบตรวจเช็คสุขภาพ | ตรวจวัดอัตราการเต้นหัวใจ, ออกซิเจนในเลือด (SpO2), ตรวจจับความเครียด, อารมณ์, การนอนหลับ และติดตามรอบประจำเดือน |
| ระบบปฏิบัติการ | รองรับการเชื่อมต่อบลูทูธ 5.4 ทำงานร่วมกับ Android 9.0 ขึ้นไป และ iOS 11.0 ขึ้นไป ผ่านแอปพลิเคชัน GloryFit |
| แบตเตอรี่ | ความจุ 500 mAh (ชาร์จแบบแม่เหล็ก) ใช้งานทั่วไปได้นานสูงสุด 25 วัน และใช้งานโหมด AOD ได้ประมาณ 8 วัน |
6.Axon Mega Active

Axon Mega Active โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงสปอร์ตเท่ ดุดัน บอดี้แข็งแรงทนทาน แต่น้ำหนักกำลังดี ไม่ถ่วงแขนขณะวิ่งหรือเวท พร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.70 นิ้ว สีสันสดใส คมชัดสู้แสงแดดเมืองไทยสบายๆ ด้านเซ็นเซอร์สุขภาพจัดมาให้ครบทั้งวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ออกซิเจนในเลือด (SpO2) และการนอนหลับ ส่วนสายออกกำลังกายต้องชอบเพราะมีโหมดกีฬามาให้เลือกจุใจกว่า 100 โหมด อาศัยการเชื่อมต่อ GPS ผ่านแอป FitCloudPro บนสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อ Bluetooth ได้รวดเร็ว แต่ก็ชดเชยด้วยฟีเจอร์คุยสายผ่านนาฬิกา กันน้ำมาตรฐาน IP68 และแบตเตอรี่สุดอึด 1,100 mAh ที่อยู่ได้นานหลายสัปดาห์โดยไม่ต้องคอยชาร์จบ่อย ข้อสังเกตคือเหมาะกับการออกกำลังกายทั่วไปถึงระดับกลางมากกว่าสายโปรที่ต้องการบันทึกพิกัดแบบสแตนด์อะโลน เป็น Smart watch ที่คุ้มค่าและเหมาะสำหรับคนที่อยากได้นาฬิกาออกกำลังกายลุยๆ แบตอึด หน้าจอสวย ราคา 1,439 บาท
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
| หน้าจอ | AMOLED ขนาด 1.70 นิ้ว ความละเอียด 360×360 พิกเซล ปรับความสว่างได้ 5 ระดับ |
| สายนาฬิกา | มีตัวเลือกทั้งสายซิลิโคน (สีดำ, เทา, ส้ม) และสายสแตนเลส (สีดำ, เงิน) |
| โหมดออกกำลัง | รองรับมากกว่า 100 โหมด (113 โหมด) และวัดจำนวนก้าวเดิน |
| ระบบระบุตำแหน่ง | ไม่มี GPS ในตัว (อาศัยการเชื่อมต่อ GPS ผ่านสมาร์ทโฟน) |
| ระบบตรวจเช็คสุขภาพ | วัดอัตราการเต้นของหัวใจ, ออกซิเจนในเลือด (SpO2), การนอนหลับ และติดตามรอบเดือน |
| ระบบปฏิบัติการ / แอปพลิเคชัน | เชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน FitCloudPro (รองรับเมนูภาษาไทย) |
| แบตเตอรี่ | ความจุ 1,100 mAh ใช้งาน/สแตนบายได้สูงสุด 45 วัน, คุยสายต่อเนื่อง 90 นาที |
7.XIAOMI Watch Band 10

Smartwatch รุ่นนี้ตอบโจทย์สายสปอร์ตสายประหยัดได้ดีมาก ด้วยดีไซน์ทรงทรงแคปซูลสุดคล่องตัว หน้าจอ AMOLED ใหญ่ 1.72 นิ้ว ความสว่างพุ่งถึง 1,500 nits สู้แสงแดดเมืองไทยตอนวิ่งเอาท์ดอร์ได้สบาย น้ำหนักเบา อารมณ์ใส่แล้วเหมือนไม่ได้ใส่ แถมทนทานกันน้ำระดับ 5ATM ใส่วิ่งลุยฝนหรือลงสระว่ายน้ำได้หายห่วง เรื่องเซ็นเซอร์ตรวจเช็กสุขภาพก็จัดเต็มทั้งอัตราการเต้นหัวใจ ค่าออกซิเจนในเลือด (SpO2) และความเครียดที่ค่อนข้างแม่นยำ พร้อมโหมดออกกำลังกายแน่นๆ กว่า 150 โหมด เวลาวิ่งเก็บระยะทางอาจจะยังต้องพกโทรศัพท์ติดตัวไปด้วยเพื่อดึง GPS และไม่มีปุ่มกดกายภาพอาจจะทัชยากหน่อยเวลาเหงื่อท่วมมือ ส่วนการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.4 เสถียรดี แถมแบตเตอรี่ถึกทนใช้งานทั่วไปได้ยาวๆ เกือบ 2 อาทิตย์โดยไม่ต้องชาร์จบ่อย สรุปแล้วเหมาะมากสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกาย หรืออยากได้ฟิตเนสแทรคเกอร์ราคาเบาๆ ไว้เก็บข้อมูลสุขภาพประจำวัน ราคา 1,341 บาท
| หัวข้อ | รายละเอียดคุณสมบัติ |
| หน้าจอ | หน้าจอสัมผัส AMOLED ขนาด 1.72 นิ้ว ความละเอียด 212 x 520 พิกเซล ความสว่างสูงสุด 1,500 nits พร้อมระบบปรับความสว่างอัตโนมัติ |
| สายนาฬิกา | สายยางสังเคราะห์ รองรับขนาดข้อมือ 135–210 มม. นุ่ม เบา สวมใส่สบาย |
| โหมดออกกำลังกาย | รองรับมากกว่า 150 โหมด พร้อมหลักสูตรการวิ่งและโหมด Pebble |
| ระบบระบุตำแหน่ง | ไม่มี GPS ในตัว (N/A) ต้องเชื่อมต่อ GPS ผ่านสมาร์ทโฟน |
| ระบบตรวจเช็คสุขภาพ | ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ, ออกซิเจนในเลือด (SpO2), ความเครียด, การติดตามการนอนหลับ, สุขภาพผู้หญิง และการฝึกหายใจ |
| ระบบปฏิบัติการ | รองรับการเชื่อมต่อกับ Android 8.0 หรือ iOS 14.0 ขึ้นไป ผ่าน Bluetooth 5.4 |
| แบตเตอรี่ | ความจุ 233mAh ชาร์จด้วยหัวแม่เหล็ก ใช้เวลาชาร์จเต็มประมาณ 1 ชั่วโมง |
8.AXON Mega

AXON Mega Smart Watch เรือนนี้สายลุยต้องชอบ ดีไซน์ตัวเรือนทรงสปอร์ตพรีเมียม ถึกทนทานด้วยบอดี้ Zinc Alloy ขนาดกำลังดีไม่เกะกะ ข้อมือหนักราว 81 กรัม หน้าจอใหญ่ 1.85 นิ้ว ชัดสู้แดดเมืองไทยได้สบาย ด้านเซ็นเซอร์ตรวจจับถือว่าให้มาครบ ทั้งวัดอัตราการเต้นหัวใจ, ค่าออกซิเจนในเลือด (SpO2) และติดตามคุณภาพการนอนหลับ โหมดออกกำลังกายมีให้เลือกมากกว่า 100 โหมด รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 เชื่อมผ่านแอป FitCloudPro บน iOS/Android แถมมีฟีเจอร์เด็ดคุยโทรศัพท์ผ่านนาฬิกาได้เลย ส่วนการนำทาง GPS ต้องดึงสัญญาณจากสมาร์ทโฟน โดยมีการกันน้ำมาตรฐาน IP68 เหมาะกับการกันเหงื่อและฝน ไม่แนะนำให้ใส่ลงสระว่ายน้ำ ส่วนเรื่องแบตเตอรี่หายห่วง ความจุ 730 mAh อึดมาก อยู่ได้ยาวๆ 3-7 วัน สแตนด์บายได้สูงสุดถึง 30 วัน สรุปแล้วได้ทั้งจอใหญ่ แบตอึด โทรได้ คุ้มราคา เป็น Smart watch ที่เหมาะมากกับคนที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกาย หรืออยากได้เรือนคู่ใจใส่ซ้อมประจำวันในงบประหยัด ราคา 1,598 บาท
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
| หน้าจอ | จอสัมผัส AMOLED ขนาดใหญ่ 1.85 นิ้ว |
| สายนาฬิกา | มีให้เลือกหลากหลายประเภท เช่น สายซิลิโคน, สายโลหะ และสายแม่เหล็ก |
| โหมดออกกำลังกาย | รองรับมากกว่า 100 โหมด |
| ระบบระบุตำแหน่ง | ไม่มี GPS ในตัว (ใช้การเชื่อมต่อ GPS จากสมาร์ทโฟน) |
| ระบบตรวจเช็คสุขภาพ | วัดอัตราการเต้นของหัวใจ (ชีพจร), วัดค่าออกซิเจนในเลือด (SpO2) และติดตามคุณภาพการนอนหลับ |
| ระบบปฏิบัติการ / แอปพลิเคชัน | เชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน FitCloudPro (รองรับระบบ iOS และ Android) ผ่าน Bluetooth 5.0 |
| แบตเตอรี่ | แบตเตอรี่ความจุสูง รองรับการใช้งานยาวนาน (แบตอึด) |
9.HUAWEI Band 11

Smart watch รุ่นนี้ทำมาตอบโจทย์สายสปอร์ตจริงๆ ด้วยดีไซน์หน้าจอ AMOLED ใหญ่ 1.62 นิ้ว สว่างสู้แดดถึง 2,000 nits แต่ตัวเรือนบางเพียง 8.99 มม. และหนักแค่ประมาณ 16–18 กรัม ใส่ซ้อมได้ทั้งวันโดยไม่รำคาญข้อมือ เรื่องความทนทานจัดกันน้ำ 5 ATM พร้อมลุยฝนหรือลงสระสบายๆ อัดแน่นด้วยเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจ SpO2 ตรวจจับการนอน และแจ้งเตือนภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ฝั่งฟังก์ชั่นออกกำลังกายจัดเต็มกว่า 100 โหมด มีวิเคราะห์ท่าวิ่ง และระบบ GPS (GNSS) ในตัวรุ่น Pro ที่เกาะสัญญาณนิ่งจับเส้นทางได้แม่นยำไม่ต้องพกโทรศัพท์ แถมยังมีฟีเจอร์ Emotional Wellbeing 2.0 ตรวจเช็คความเครียด กับแบตเตอรี่สุดอึดที่ใช้งานทั่วไปได้นานถึง 8–14 วัน แม้จะมีข้อสังเกตตรงที่รุ่นธรรมดาไม่มี GPS ในตัว ต้องใช้ GPS จากมือถือ แต่เทียบกับน้ำหนักที่เบา ฟังก์ชั่นครบ และราคาจับต้องง่าย ก็เหมาะอย่างมาก สำหรับสายสุขภาพที่อยากเริ่มออกกำลังกายจริงจัง ราคา บาท
| คุณสมบัติ | HUAWEI Band 11 | HUAWEI Band 11 Pro |
| หน้าจอ | AMOLED ขนาด 1.62 นิ้ว, ความคมชัด 482×286 PPI 347, ความสว่าง 1,500 nits | AMOLED ขนาด 1.62 นิ้ว, ความคมชัด 482×286 PPI 347, ความสว่าง 2,000 nits |
| สายนาฬิกา / วัสดุ | สายซิลิโคน / ตัวเรือนโพลีเมอร์ หรือ อะลูมิเนียมอัลลอยด์ (ขึ้นอยู่กับรุ่นสี) | สายซิลิโคน / ตัวเรือน Ultra-thin Aluminum Alloy |
| โหมดออกกำลัง | 100+ โหมด | 100+ โหมด |
| ระบบระบุตำแหน่ง | อาศัย GPS ผ่านการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน | มีระบบดาวเทียมนำทางแบบอิสระในตัว (Independent GNSS) |
| ระบบตรวจเช็คสุขภาพ | ตรวจวัดอัตราการเต้นหัวใจ, SpO2, HRV ประจำวัน, ตรวจจับความเครียด (Emotional Wellbeing 2.0 with 12 Emotional States), ติดตามการนอนหลับขั้นสูง, ตรวจจับการหายใจขณะนอนหลับ, ปฏิทินรอบเดือน | ตรวจวัดอัตราการเต้นหัวใจ, SpO2, HRV ประจำวัน, ตรวจจับความเครียด (Emotional Wellbeing 2.0 with 12 Emotional States), ติดตามการนอนหลับขั้นสูง, ตรวจจับการหายใจขณะนอนหลับ, ปฏิทินรอบเดือน |
| ระบบปฏิบัติการที่รองรับ | Android และ iOS | Android และ iOS |
| แบตเตอรี่ | ความจุ 300mAh, ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 14 วัน | ความจุ 300mAh, ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 14 วัน |
FAQ คำถามและข้อสังเกตที่พบบ่อยในการเลือก Smart watch ให้ตรงใจปี 2026
1. สมาร์ทวอทช์ไม่มี GPS ในตัว มีผลต่อการซ้อมกลางแจ้งมากน้อยแค่ไหน?
ตอบ: สำหรับสายวิ่งหรือปั่นจักรยาน การไม่มี GPS ในตัวหมายถึงคุณต้องพกโทรศัพท์ติดตัวไปด้วยตลอดเวลาเพื่อดึงพิกัดระยะทาง หากวิ่งโดยไม่ต่อ GPS สมาร์ทวอทช์จะคำนวณระยะทางจากก้าวเดิน ซึ่งมีโอกาสคลาดเคลื่อนสูงเมื่อความเร็วหรือระยะก้าวเปลี่ยนไป แต่ถ้าคุณเน้นออกกำลังกายในยิม เล่นเวท คาร์ดิโอในร่ม หรือไม่ติดปัญหาเรื่องการสะพายกระเป๋าใส่สมาร์ทโฟนขณะวิ่งออกกำลังกาย รุ่นที่ไม่มี GPS ก็เพียงพอต่อการใช้งานและช่วยให้คุณประหยัดงบประมาณไปได้มากเลยทีเดียว
2. ค่าอัตราการเต้นหัวใจ (Heart Rate) จากเซ็นเซอร์ใต้เรือนแม่นยำพอสำหรับฝึกซ้อมไหม?
ตอบ: เซ็นเซอร์วัดชีพจรแบบออปติคัล (PPG) ในสมาร์ทวอทช์ยุคปัจจุบันมีความแม่นยำสูงมากสำหรับการออกกำลังกายแบบความเร็วสม่ำเสมอ แบรนด์ชั้นนำทำอัลกอริทึมมาได้ดีจนใช้อ้างอิงโซนหัวใจในการซ้อมวิ่งระยะไกล การปั่นจักรยาน หรือการเดินได้ดี แต่หากเป็นการออกกำลังกายแบบหนักสลับเบา (HIIT) หรือเวทเทรนนิ่งที่มีการเกร็งข้อมือ อาจมีช่วงที่สัญญาณสแกนหลุดไปบ้าง หากต้องการความแม่นยำระดับวินาทีสำหรับนักกีฬาสายจริงจัง การเชื่อมต่อสายรัดอกวัดชีพจรเพิ่มเติมยังคงเป็นโซลูชันที่ดีที่สุด
3. ควรเลือกมาตรฐานกันน้ำแบบ IP68 หรือ 5ATM ถึงจะลุยได้ครอบคลุมจริงๆ?
ตอบ: มาตรฐาน IP68 เหมาะกับการป้องกันฝุ่น เหงื่อท่วมๆ และการลุยฝนตกหนักขณะออกกำลังกาย รวมถึงการใส่อาบน้ำในชีวิตประจำวัน แต่หากคุณต้องการใส่วายน้ำในสระ เล่นกีฬาทางน้ำ หรือใช้งานที่ต้องเผชิญกับแรงดันน้ำ ควรเลือกเรือนที่ระบุมาตรฐาน 5ATM ขึ้นไป เนื่องจาก 5ATM ทนต่อแรงดันน้ำระดับเทียบเท่าความลึก 50 เมตร จึงมั่นใจได้มากกว่าว่าน้ำจะไม่ซึมเข้าเครื่องเมื่อมีแรงกระแทกกับน้ำ ดังนั้นถ้าไม่มีแผนจะลงสระว่ายน้ำ การเลือกเพียงมาตรฐาน IP68 ก็เพียงพอสำหรับการฝึกซ้อมบนบกทุกรูปแบบแล้ว
4. ระหว่างหน้าจอ AMOLED สีสด กับแบตเตอรี่ที่อยู่นานหลายสัปดาห์ ควรเลือกแบบไหน?
ตอบ: หน้าจอ AMOLED ให้สีสันสวยงาม อ่านค่ากลางแดดจัดได้ง่าย และดูสปอร์ตพรีเมียม แต่จะแลกมาด้วยการกินพลังงานที่มากกว่าปกติ หากคุณชอบนาฬิกาที่การแจ้งเตือนชัดเจน มีฟีเจอร์คุยโทรศัพท์ Bluetooth หรือเปิด Always-On Display การชาร์จทุก 3–5 วันถือว่ารับได้ แต่ถ้าคุณเป็นสายลุย กิจกรรมนอกบ้านหลายวัน หรือไม่อยากมีภาระคอยพกสายชาร์จ ควรเลือกเน้นรุ่นที่เน้นแบตเตอรี่อึด 10–20 วันขึ้นไป สุดท้ายจึงขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ว่าคุณให้ความสำคัญกับความสวยงามบนข้อมือ หรือความสะดวกสบายที่ไม่ต้องชาร์จแบตบ่อยๆ
บทสรุปและคำแนะนำสำหรับนักวิ่งและออกกำลังกาย ที่ต้องการใช้ Smartwatch
การเลือก Smart watch ให้คุ้มค่าที่สุดไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาที่แพงที่สุด แต่คือการเลือกรุ่นที่มีฟังก์ชันตอบโจทย์รูปแบบการซ้อมของคุณจริงๆ หากคุณเน้นวิ่งกลางแจ้งหรือซ้อมระยะไกล การเลือกรุ่นที่มี GPS ในตัวและกันน้ำระดับ 5ATM จะช่วยให้บันทึกเส้นทางได้แม่นยำ ลุยฝนลงสระได้อย่างมั่นใจโดยไม่ต้องพกโทรศัพท์ติดตัว แต่ถ้าเป้าหมายของคุณคือการออกกำลังกายในยิม เล่นเวท หรือคาร์ดิโอทั่วไป Smart watch ราคาประหยัดที่มีเซ็นเซอร์วัดชีพจร (Heart Rate) เที่ยงตรงและแบตเตอรี่อึดใช้งานได้หลายวัน ก็เพียงพอที่จะติดตามสุขภาพและพัฒนาการฟิตเนสได้อย่างคุ้มค่าแล้ว สุดท้ายควรพิจารณาเรื่องน้ำหนักและความกระชับของสายร่วมด้วย เพราะนาฬิกาที่ดีที่สุดคือนาฬิกาที่สวมใส่สบายจนพร้อมลุยไปกับคุณได้ในทุกๆ วัน